
Honda เปิดโปรเจกต์ Super City รุ่นการแข่งขันใหม่ที่ใช้ Honda City Hatchback เป็นฐาน พัฒนาร่วมกับ Grandprix Motorsport และ TERA Engineering คันต้นแบบในลายพราง Honda One Make Race ประกอบออกมาแล้ว เป้าหมายตัวเลขที่ทีมพัฒนามั่นใจว่าทำได้



เป้าหมาย 250 แรงม้า น้ำหนัก 950 กก. รอบสนามช้าง 1:52
- กำลังมากกว่า 250 แรงม้า จากเครื่อง L15A กับเทอร์โบชุดทางการ
- น้ำหนักไม่รวมของเหลวไม่ให้เกิน 950 กิโลกรัม
- เวลาต่อรอบ 1:52 นาที ที่ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
ทีมพัฒนาตั้งเป้าให้ Super City เร็วกว่ารถแข่ง Group A และ Super Touring ที่แข่งอยู่ที่สนามช้างในตอนนี้ ตัวเลขทั้งหมดยังเป็นเป้าหมาย ยังไม่ใช่ผลทดสอบในสนาม
เทียบกับ City Hatchback รุ่นขายจริงในไทยที่ใช้เครื่อง 1.0 ลิตร VTEC TURBO 3 สูบ กำลังสูงสุด 109–122 แรงม้า ตัวแข่งเปลี่ยนไปใช้เครื่อง L15A ความจุไม่เกิน 1,530 ซีซี และตั้งเป้ากำลังไว้มากกว่ารุ่นขายจริงราวสองเท่า



แนวคิดกติกา: เครื่องเปิดเสรี คุมความเร็วด้วยบูสต์
แนวคิดหลักของร่างกติกามาจากวัฒนธรรมของนักแข่งไทยที่นิยมทำเครื่องเอง ถ้าห้ามก็ต้องตรวจสภาพจำนวนมากและยังห้ามไม่ได้จริง ผู้จัดจึงเปิดให้โมดิฟายภายในเครื่อง L15A ได้ไม่จำกัด ทั้งลูกสูบ ก้านสูบ แคมชาฟต์ และพอร์ต แล้วไปคุมความเร็วด้วยชิ้นส่วนทางการกับแรงบูสต์แทน
ทุกคันต้องใช้ชุดเทอร์โบ ระบบไอเสีย ชุดระบายความร้อน และระบบเทเลเมทรีทางการแบบเดียวกัน โดยบูสต์สูงสุด 1.4 บาร์ อากาศของทุกคันจึงผ่านเทอร์โบและระบบระบายความร้อนชุดเดียวกัน และหยุดที่บูสต์เท่ากัน ความเร็วของแต่ละทีมจึงไม่ห่างกันมาก


สเปคเบื้องต้น Honda Super City
- ตัวรถ: Honda City Hatchback เท่านั้น ทีมจัดหาเองได้ทุกแหล่ง ต้องติดโรลบาร์ตามสเปก
- เครื่องยนต์: L15A เท่านั้น ความจุไม่เกิน 1,530 ซีซี โมดิฟายภายในได้ไม่จำกัด
- เทอร์โบ: ชุดทางการทั้งระบบ ไม่มีรีสตริกเตอร์ บูสต์สูงสุด 1.4 บาร์
- ไอเสียและระบายความร้อน: ชุดทางการ (หม้อน้ำ อินเตอร์คูลเลอร์ ออยล์คูลเลอร์ ครบชุด)
- เชื้อเพลิง: E20 เท่านั้น ห้ามใช้ระบบน้ำมันเครื่องแบบ dry sump
- เกียร์: ใช้ได้ทุกแบบ แต่ต้องเพิ่มน้ำหนักถ่วงตามตาราง อัตราทดเปิดเสรี
- กล่อง ECU: MaxxECU จูนได้อิสระ ใช้ traction control ได้ ยี่ห้ออื่นใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขเพิ่มเติม
- เทเลเมทรี: ระบบทางการเท่านั้น หน้าจอแสดงผลใช้ได้ทุกแบบ
- ตัวถังและแอโร: รุ่นตามที่กำหนด หน้าตาปี 2026 ห้ามตัดหรือดัดแปลง ถังน้ำมันเดิมตำแหน่งเดิม ชิ้นส่วนแอโรต้องเป็นของทางการทุกชิ้น
- ช่วงล่าง: ปีกนกและคอม้าเดิม เบ้าโช้คทางการ ค่าสปริงเปิดเสรี โช้คอัพเลือกได้ ปรับได้สูงสุด 2 ทาง
- เบรก: ชุด Neotech หน้า-หลัง ปรับบาลานซ์ สายเบรก และผ้าเบรกได้อิสระ
- ล้อและยาง: ล้อทางการ 17 นิ้ว ยาง Yokohama A052 จัดจำหน่ายโดย GPI
- ภายในและความปลอดภัย: ชุดควบคุม Zestek ถังดับเพลิง เบาะ เข็มขัด และตาข่ายหน้าต่างมาตรฐาน FIA
- น้ำหนักขั้นต่ำ: ยังไม่สรุป รอชั่งรถเวอร์ชันผลิตจริง



ขั้นถัดไปของโปรเจกต์
ตอนนี้ทีมกำลังผลิตชิ้นส่วนต้นแบบ ประกอบภายนอกและภายใน และออกแบบลายรถสำหรับเปิดตัวแบบ soft launch ในงาน Speedtopia ก่อนหุ้มลายจริง รายละเอียดอาจเปลี่ยนก่อนประกาศใช้จริง

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือวิธีคุมเกม แทนที่จะห้ามทำเครื่องแล้วไล่ตรวจ กติกาเลือกเปิดเครื่องให้ทีมแข่งกันทำ แต่บังคับให้อากาศทุกคันผ่านเทอร์โบชุดเดียวกันและหยุดที่บูสต์ 1.4 บาร์ แนวทางนี้ยอมรับวัฒนธรรมการทำเครื่องของสายแข่งไทยตรง ๆ ส่วนเทเลเมทรีทางการทำให้ตรวจสอบได้จากข้อมูลจริงแทนการรื้อเครื่อง
การเลือก City Hatchback ซึ่งเป็นรถที่ขายจริงในไทยและให้ทีมจัดหาตัวรถเองได้ ทำให้ต้นทุนตั้งต้นน่าจะเข้าถึงได้ง่ายกว่ารถแข่งที่ต้องซื้อทั้งคันจากผู้จัด ข้อที่ต้องรอดูคือน้ำหนักขั้นต่ำกับตารางน้ำหนักถ่วงของเกียร์ เพราะสองข้อนี้จะตัดสินว่าการแข่งสูสีได้จริงแค่ไหน ระหว่างกติกาที่เปิดให้ทำเครื่องเต็มที่แต่คุมบูสต์ กับกติกาที่บังคับเครื่องเดิมทุกคัน คุณว่าแบบไหนทำให้การแข่งสนุกกว่ากัน?









