
Tesla ประเทศไทยเปิดรับจอง Tesla Roadster ผ่านหน้าเว็บทางการแล้ว โดยรุ่นหลักคือ Performance และมีชุดเสริมอีก 2 แบบ ได้แก่ Thrust ที่มีจำนวนจำกัด และ Rocket ที่เปิดเฉพาะผู้ได้รับคำเชิญ Tesla วางตำแหน่ง Roadster ไว้เหนือรุ่น Plaid โดยมีระบบอากาศพลศาสตร์แบบแอคทีฟและระบบดูดอากาศแบบหลายโหมดเป็นจุดเด่น
- Performance — เปิดจอง พร้อมสำหรับการขับขี่บนท้องถนน ที่นั่งสำหรับสองท่าน มาพร้อมระบบอากาศพลศาสตร์แบบแอคทีฟและระบบดูดอากาศแบบหลายโหมด
- Thrust — จำนวนจำกัด พร้อมสำหรับการแข่งบนท้องถนน ที่นั่งสำหรับสองท่าน เพิ่มทรัสเตอร์ก๊าซเย็นด้านหลังตัวรถ
- Rocket — เฉพาะผู้ได้รับคำเชิญ ที่นั่งสำหรับหนึ่งท่าน มาพร้อมระบบการบินเต็มรูปแบบ ไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้งานบนถนนสาธารณะ


เงินมัดจำและเงื่อนไขการจอง
การจองเริ่มจากเงินมัดจำ 178,000 บาท ซึ่งเป็นเงินมัดจำการสั่งซื้อที่ขอคืนได้เต็มจำนวน ส่วนยอด 1,598,000 บาท ครบกำหนดชำระภายใน 10 วัน การจองจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์จนกว่าจะได้รับการชำระเงิน และอาจถูกยกเลิกหากชำระไม่ครบภายใน 10 วัน ส่วนการปรับเปลี่ยนรายการจะไม่มีการคืนเงิน ทางค่ายยังไม่ได้ระบุราคาขายเต็มของรถ และรถมีจำหน่ายเฉพาะพวงมาลัยซ้ายเท่านั้น โดยความพร้อมจำหน่ายขึ้นอยู่กับข้อกำหนดทางกฎหมายของแต่ละภูมิภาค
ดีไซน์ภายนอก ภายใน และสี Ano White
Roadster ใช้แนวทางออกแบบที่ดูเรียบง่ายแต่ซ่อนเทคโนโลยีขั้นสูง ไฟหน้าแบบซ่อน ไฟท้ายแบบพาดยาวตลอดแนว และชิ้นส่วนอากาศพลศาสตร์ที่ติดตั้งแนบสนิทช่วยพรางรูปทรงที่แท้จริงของตัวรถ ส่วนล้อน้ำหนักเบาเป็นพิเศษพร้อมซี่ล้อเพรียวบางช่วยเสริมความแข็งแรงเชิงโครงสร้างเมื่ออยู่บนพื้นดิน



สีที่เปิดตัวคือ Ano White ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเทคนิคด้านการบินและอวกาศ ช่วยปกป้องจากรังสี UV สลายไฟฟ้าสถิต และทนการกัดกร่อน กระจกหน้าต่างย้อมสีให้ประกายทองแบบกะบังหน้าชุดอวกาศ ตกแต่งด้วยชิ้นงานไทเทเนียม ส่วนหน้าเว็บยังไม่ได้แสดงสีตัวถังอื่น

ห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีขาว Ultrawhite คู่กับรายละเอียด Microsuede สีเทา เบาะนั่งมีปีกเบาะทำจาก Microsuede เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ และมีลายเจาะรูเส้นความเร็วที่แตกตัวไล่ขึ้นไปตามพนักพิง ก่อนกระจายหายไปในความว่างเปล่า



การควบคุมมวลและวัสดุน้ำหนักเบา
ทางค่ายลดมวลรถด้วยวิศวกรรมตามหลักการแรก การควบคุมแบบแมนนวล และตำแหน่งเบาะนั่งแบบยึดตายตัว ร่วมกับวัสดุน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงสูงทั้งแมกนีเซียม ไทเทเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ผลที่ได้คือรถตอบสนองต่อการสั่งการของผู้ขับแทบจะทันที

แรงกดและระบบอากาศพลศาสตร์
หัวใจของด้านแรงกดคือระบบพัดลมแบบหลายโหมดและระบบปิดผนึกแนบพื้นที่ดูดอากาศออกจากใต้ท้องรถ แรงดูดนี้มากพอจะยึดตัวรถไว้ในสภาพกลับหัวได้แม้จอดนิ่ง ขณะที่พัดลมไฟฟ้าและปีกแบบแอคทีฟช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและความเร็วในการเข้าโค้งสูงสุด โดยสร้างแรงกดได้แม้ที่ความเร็วเป็นศูนย์


ชุดเสริม Thrust และ Rocket
ชุดเสริมเหล่านี้ใช้ส่วนประกอบเพิ่มเติมจาก SpaceX สำหรับ Thrust จะมีทรัสเตอร์ก๊าซเย็นที่ด้านหลังตัวรถทำงานร่วมกับระบบดูดอากาศแบบหลายโหมด ส่ง Roadster จาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที ทรัสเตอร์ก๊าซเย็นแบบขั้นสูงใช้แอคชูเอเตอร์ไฟฟ้าทั้งหมด และปรับระดับแบบไมโครได้ภายในเศษเสี้ยววินาทีเพื่อรักษาเสถียรภาพขณะลอยตัว ทางค่ายแสดงตัวเลข 0-60 mph ใน 0.81 วินาทีไว้คู่กับรุ่น Performance แต่ระบุว่าคุณสมบัติและสเปกที่เผยออกมาเป็นข้อมูลของชุดเสริม Thrust เท่านั้น


ส่วน Rocket เป็นรุ่นที่นั่งเดียว ติดตั้งทรัสเตอร์รอบตัวรถ รองรับการเร่งความเร็วไปข้างหน้าและขึ้นด้านบน รวมถึงการเคลื่อนที่แบบหมุนด้านข้าง พร้อมระบบการบินเต็มรูปแบบ ทางค่ายระบุตรง ๆ ว่ารถคันนี้บินได้ แต่ไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้งานบนถนนสาธารณะ และอาจไม่พร้อมใช้งานในทุกภูมิภาค



Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การเปิดจอง Roadster ในไทยเป็นเรื่องน่าจับตา แต่สิ่งที่ชัดที่สุดตอนนี้คือเงื่อนไขการเงิน เงินมัดจำที่ขอคืนได้เต็มจำนวนช่วยลดความเสี่ยงสำหรับคนที่อยากล็อกคิวไว้ก่อน แต่ยอดที่ครบกำหนดภายใน 10 วันหมายความว่าผู้จองต้องเตรียมเงินก้อนใหญ่ให้พร้อมในเวลาสั้น ขณะที่ราคาเต็มของรถยังไม่มีการประกาศ และการมีเฉพาะพวงมาลัยซ้ายในตลาดที่ใช้รถพวงมาลัยขวาเป็นหลักอย่างไทยก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องคิดถึงการใช้งานจริง
อีกประเด็นคือสเปกที่เปิดออกมาผูกกับชุดเสริม Thrust เป็นหลัก ส่วนข้อมูลขุมกำลัง แบตเตอรี่ และการรับประกันของรุ่น Performance ที่เป็นรุ่นหลักยังไม่มีการประกาศ ภาพของรถที่ใช้ขับบนถนนทั่วไปจึงยังไม่ครบ และเมื่อมี Rocket ที่ไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้บนถนนสาธารณะอยู่ในไลน์อัป Roadster จึงถูกมองได้ทั้งรถสปอร์ตและงานทดลองทางวิศวกรรมในเวลาเดียวกัน ระหว่างรถสองที่นั่งที่ใช้ขับบนถนนกับชุดเสริมที่ผลักสมรรถนะไปสุดทาง คุณให้น้ำหนักกับแบบไหนมากกว่ากัน?



