
ในวงพูดคุยกับสื่อมวลชนที่อิวานามิเปิดให้ซักถามเรื่องธุรกิจและแผนงานของ Honda ในประเทศไทย ประเด็นหนึ่งที่ถูกถามตรง ๆ คือแรงกดดันจากการตั้งราคาจำหน่ายของรถแบรนด์จีน อิวานามิตอบว่า Honda กำลังศึกษาวิธีการของคู่แข่งกลุ่มนี้ว่าทำราคาได้ต่ำเพราะอะไร เพื่อหาทางทำราคาที่แข่งขันได้ และมองว่าไม่ได้มีแค่ Honda แต่ผู้ผลิตรถญี่ปุ่นทุกรายต่างรู้สึกถึงวิกฤตเดียวกัน
จีนใช้มาตรฐานกลาง GB ญี่ปุ่นยังต่างคนต่างใช้สเปก
อิวานามิอธิบายว่าจีนมีมาตรฐานกลางที่เรียกว่า GB ทำให้ผู้ผลิตรถแต่ละรายใช้วัสดุชนิดเดียวกัน ขณะที่ผู้ผลิตญี่ปุ่นยังใช้สเปกของตัวเองแยกกันในแต่ละบริษัท เมื่อสเปกไม่ตรงกัน ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องทำของหลายแบบในปริมาณต่อแบบที่น้อยลง ต้นทุนการผลิตรถจึงสูง และทำราคาขายสู้ได้ยาก
รถญี่ปุ่น 6 ค่ายเริ่มจากแผ่นเหล็ก เรซิน และชุดสายไฟ
ฝั่งญี่ปุ่น ผู้ผลิตรถ 6 รายเริ่มหารือร่วมกันเพื่อใช้วัสดุและชิ้นส่วนสเปกเดียวกัน โดยมีสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น (JAMA) เป็นเจ้าภาพ กลุ่มแรกที่ศึกษาคือวัสดุและชิ้นส่วนที่ผู้ซื้อมองไม่เห็นและไม่ได้สร้างความต่างให้แบรนด์ ได้แก่ แผ่นเหล็ก ชิ้นส่วนเรซิน และชุดสายไฟ (wire harness) โดยอะลูมิเนียมก็อยู่ในกลุ่มวัสดุที่หยิบมาคุยกันด้วย
ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นศึกษาว่าชิ้นส่วนใดของรถแต่ละแบรนด์ใช้ร่วมกันได้ ซึ่งต้องไล่ดูรถของแต่ละค่ายทีละรุ่น แผนเริ่มเดินแล้วแต่ยังต้องใช้เวลา อิวานามิคาดว่าจะเริ่มเห็นผลในรถที่ผลิตขายจริงในอีกราว 2 ปี หรือช่วงปี 2028–2029
แนวคิดนี้ถูกผลักดันโดยโคจิ ซาโตะ ประธาน JAMA ซึ่งเป็นผู้บริหารจาก Toyota เขาชี้ว่าชุดสายไฟของผู้ผลิตญี่ปุ่นมีมากราว 70,000 แบบ การทำสเปกให้ตรงกันจะช่วยให้ผลิตแบบอัตโนมัติได้ง่ายขึ้น และเปิดทางให้สั่งซื้อร่วมกันในปริมาณมาก โดยไม่ได้แตะส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์
Honda เองตั้งเป้าลดต้นทุนไฮบริดเกิน 30%
ก่อนหน้านี้ Honda ประกาศแผนปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ หลังหยุดโครงการ EV โดยระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่จะเริ่มเปิดตัวตั้งแต่ปี 2027 ต้องมีต้นทุนต่ำกว่าระบบที่เปิดตัวในปี 2023 มากกว่า 30% ผ่านการเพิ่มชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกัน การร่วมพัฒนากับซัพพลายเออร์และพันธมิตร และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต

แผนเดียวกันตั้งเป้าเปิดตัวรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ 15 รุ่นทั่วโลก ภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2030 โดยเน้นอเมริกาเหนือเป็นตลาดแรก ระบบนี้ใช้ชื่อทางการว่า Honda Hybrid ขณะที่ในไทย อิวานามิเคยย้ำบทบาทไทยเป็นฐานการผลิตและตลาดหลักระยะยาว ต้นทุนที่ลดได้จากชิ้นส่วนร่วมจึงเกี่ยวกับรถที่ผลิตในไทยโดยตรง


Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การที่ผู้บริหารสูงสุดของ Honda ในไทยยอมรับตรง ๆ ว่ากำลังศึกษาวิธีของคู่แข่งจีน สะท้อนว่าผู้ผลิตญี่ปุ่นไม่ได้มองรถจีนเป็นแค่กระแสอีกต่อไป ตลาดไทยคือสนามที่สงครามราคาเห็นชัดที่สุดแห่งหนึ่ง และยังเป็นฐานผลิตสำคัญของค่ายญี่ปุ่นด้วย
แต่การใช้ชิ้นส่วนร่วมเริ่มจากวัสดุพื้นฐานอย่างเหล็ก เรซิน และสายไฟ ผลด้านต้นทุนจะค่อย ๆ ซึมเข้ารถรุ่นใหม่ ไม่ใช่ราคาป้ายที่ลดลงทันที กว่าจะถึงปี 2028–2029 รถจีนก็ยังเดินหน้าทั้งเรื่องราคาและเทคโนโลยี โจทย์จริงจึงอยู่ที่ว่าต้นทุนที่ลดได้จะถูกส่งต่อถึงผู้ซื้อมากน้อยแค่ไหน
คุณคิดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า รถญี่ปุ่นจะยังทันเกมราคากับรถจีนในไทยหรือไม่?






