
GWM รายงานยอดขายทั่วโลกช่วงมกราคม–กันยายน 2569 รวม 920,302 คัน โดยเดือนกันยายนขายได้ 114,944 คัน เพิ่มขึ้น 1.37% จากเดือนสิงหาคม ไฮไลต์อยู่ที่ยอดขายนอกจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งเติบโต 19.40% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
ยอดขายต่างประเทศเกินครึ่งของยอดรวมเดือนกันยายน
ในเดือนกันยายน 2569 GWM ขายรถนอกจีนแผ่นดินใหญ่ได้ 60,019 คัน หรือราว 52% ของยอดขายทั้งหมดในเดือนนั้น ส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ขายได้ 41,982 คัน เพิ่มขึ้น 3.15% จากเดือนสิงหาคม คิดเป็นราว 37% ของยอดขายรวม
All Powertrains แพลตฟอร์มเดียวรองรับหลายขุมพลัง
GWM ให้เหตุผลของการเติบโตว่ามาจากแนวทาง “All Scenarios – All Powertrains – All Users” ซึ่งพัฒนาแพลตฟอร์มให้รองรับทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไฮบริด (HEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ไฟฟ้า (BEV) และพลังงานไฮโดรเจน ภายใต้แนวคิด “One Architecture, All-Power Compatibility” เพื่อเลือกขุมพลังให้ตรงกับโครงสร้างพลังงานของแต่ละประเทศ
ตัวอย่างที่ GWM ยกมาคือเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ ตัวใหม่ จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดที่พัฒนาเอง และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งเริ่มทำตลาดกลุ่มไฮเอนด์ในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแอฟริกาใต้ ขณะที่ ORA 5 ทยอยเปิดตัวในหลายประเทศภายใต้แนวคิดรถหนึ่งรุ่นมีหลายระบบขับเคลื่อนให้เลือก
ด้านภูมิภาค GWM เดินหน้าขยายตลาดยุโรป และเสริมฐานในตลาดหลักอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกาใต้ และแอฟริกา ภายใต้แนวทาง “In the Local, For the Local” ที่ปรับผลิตภัณฑ์ บริการ และเครือข่ายการขายให้เข้ากับแต่ละพื้นที่
ความปลอดภัยและบริการหลังการขาย
GWM ระบุว่าห้องปฏิบัติการทดสอบการชน (Crash Test Lab) ของบริษัททดสอบชนจริงมาแล้วมากกว่า 4,000 ครั้ง พร้อมเดินหน้าฝึกบุคลากรและเตรียมระบบบริการหลังการขายรองรับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในตลาดต่างประเทศ
มองจากตลาดไทย
ในไทย GWM มียอดขายครึ่งปีแรก 2569 รวม 8,528 คัน เพิ่มขึ้น 19% และแนวคิดรถหนึ่งรุ่นหลายขุมพลังก็เห็นได้แล้วจาก GWM ORA 5 ที่ขายทั้งรุ่นไฟฟ้าและไฮบริดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569
ฐานการผลิตของ GWM ในไทยคือ GWM Smart Factory จังหวัดระยอง ศูนย์กลางผลิตรถพวงมาลัยขวาในอาเซียน กำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี ผลิตได้ทั้ง BEV, HEV, PHEV และดีเซลบนสายการผลิตเดียวกัน และใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 45–52% ขึ้นกับรุ่น
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ยอดขาย 9 เดือนเกือบ 1 ล้านคันทั่วโลก เทียบกับยอดขายในไทยครึ่งปีแรกราว 8,500 คัน บอกว่าตลาดไทยเป็นส่วนเล็กของปริมาณขายทั้งหมด ความสำคัญของไทยต่อ GWM จึงอยู่ที่โรงงานระยองในฐานะฐานผลิตรถพวงมาลัยขวามากกว่ายอดขายในประเทศ น่าสังเกตว่าตลาดที่ได้เครื่องดีเซล 3.0 ลิตรตัวใหม่ไปก่อน ทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแอฟริกาใต้ ล้วนใช้พวงมาลัยขวาเหมือนไทย แต่ GWM ยังไม่ได้บอกว่ารถเหล่านี้ผลิตที่ไหน หรือจะเข้ามาขายในไทยหรือไม่ จุดที่ควรติดตามต่อคือระยองจะได้บทบาทส่งออกรถรุ่นใหม่เหล่านี้หรือเปล่า
ถ้า GWM นำเครื่องดีเซล 3.0 ลิตร เกียร์ 9 สปีดเข้ามาขายในไทย คุณอยากเห็นในรถรุ่นไหนเป็นอย่างแรก?






