
บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GWM (Thailand) รายงานสรุปยอดขายยานยนต์ประจำครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม – มิถุนายน 2569) เติบโตขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ด้วยยอดส่งมอบสะสมรวม 8,528 คัน
สะท้อนความสำเร็จอันเป็นรูปธรรมของการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” ที่มุ่งส่งมอบนวัตกรรมครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ทั้งระบบไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และเครื่องยนต์ดีเซลเจเนอเรชันใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง
ยอดขายรวมครึ่งปีแรก 2026 ทำได้ 8,528 คัน เพิ่มขึ้น 19% YoY แม้จะไม่มีการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า BEV ในช่วงไตรมาสแรกของปีก็ตาม
กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างยอดขายสำคัญ นำทัพโดยตระกูลออฟโรดพรีเมียม TANK ได้แก่ GWM TANK 300 2026 และ GWM TANK 500 2026 ทั้งขุมพลังดีเซลและไฮบริด ผสานแรงหนุนจากตระกูล ORA ผ่านการเปิดตัว ORA 5 EV 2026 และ ORA 5 HEV 2026 ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เสริมทัพด้วยรถกระบะพรีเมียม POER Sahar Diesel 2026, รถเอสยูวีครอบครัว HAVAL H6 2026 และรถเอ็มพีวีระดับลักชัวรี WEY G9 2026



กลยุทธ์การบริการและการปฏิบัติตามมาตรการรัฐ GWM คว้าอันดับ 1 ด้านดัชนีประสบการณ์ลูกค้าผลิตภัณฑ์รถยนต์ (Product CXI No.1) และดัชนีประสบการณ์ลูกค้าด้านบริการหลังการขาย (Service CXI) ในกลุ่มแบรนด์รถยนต์จีนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากผลสำรวจของ บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมชูนโยบายการันตีจัดส่งอะไหล่ภายใน 7 วัน หากล่าช้าชดเชยเป็น GWM Point ทันที
ด้านเครือข่ายผู้จำหน่าย GWM พาร์ทเนอร์สโตร์ ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 71 แห่งทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าขยายเพิ่มเป็น 100 แห่งภายในสิ้นปี 2026 นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) รายแรกที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการผลิตชดเชยภายใต้มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 เสร็จสิ้น และเตรียมเสร็จสิ้นมาตรการ EV 3.5 ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้



สำหรับแผนงานช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู่ตลาดประเทศไทยอย่างน้อยอีก 3 รุ่น ครอบคลุมทั้งขุมพลังไฟฟ้า 100%, ไฮบริด และดีเซล
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ตัวเลขยอดขายครึ่งปีแรก 2026 ที่เติบโตขึ้น 19% ท่ามกลางภาวะตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่กำลังเผชิญความท้าทายและความเข้มงวดด้านสินเชื่อ สะท้อนให้เห็นว่าแท็กติก “All Powertrains” ของ GWM คือการเดินเกมที่มาถูกทาง การไม่แขวนความเสี่ยงไว้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BEV เพียงอย่างเดียว

แต่เลือกกระจายพอร์ตโฟลิโอไปที่เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T และระบบไฮบริดในกลุ่ม TANK 300 2026 และ TANK 500 2026 ช่วยให้ GWM สามารถกอบโกยยอดขายจากกลุ่มลูกค้าสายลุยและผู้ใช้งานทางไกลที่ไม่ต้องการกังวลเรื่องการชาร์จไฟได้อย่างมหาศาล
ขณะเดียวกัน การส่ง ORA 5 2026 ลงสู่ตลาดโดยมีให้เลือกทั้งขุมพลัง EV และ HEV ยิ่งเป็นการอุดช่องว่างและตอบโจทย์อินไซต์ของผู้บริโภคที่ต้องการรถเอสยูวีขนาดกะทัดรัด แต่ยังลังเลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ในเชิงการบริหารจัดการแบรนด์ การรักษาวินัยทางราคา (Single Price Policy) และการเป็นค่ายรถจีนรายแรกที่ปิดยอดการผลิตชดเชยตามมาตรการ EV 3.0 ได้สำเร็จ ถือเป็นการสร้าง Trust & Confidence ที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ Pain Point เรื่องความน่าเชื่อถือของแบรนด์รถยนต์จีนในสายตาคนไทย







