
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “Mobility Upcycling รถเปลี่ยนโลก ปีที่ 2” เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การเรียนรู้โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา เพื่อจัดการขยะรีไซเคิลและน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) แบบครบวงจร ตั้งแต่การรวบรวม คัดแยก ไปจนถึงนำกลับมาใช้ประโยชน์
ปีที่ 2 ของโครงการตั้งเป้าขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม 15 จังหวัด และรวบรวมขยะรีไซเคิลกับน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วรวม 15 ตัน

ศูนย์เมืองสีเขียว อยุธยา สู่ศูนย์กลางรีไซเคิลระดับชุมชน
โครงการยกระดับศูนย์การเรียนรู้โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา ให้เป็นต้นแบบศูนย์กลางจัดการขยะรีไซเคิลระดับชุมชน (Recycling Hub) ใช้รถสัญจรรวบรวมขยะรีไซเคิลและน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากชุมชน อาคารพักอาศัย ร้านอาหาร และเครือข่ายกลุ่มเป้าหมาย แล้วส่งเข้ากระบวนการจัดการที่เหมาะสม พร้อมขยายเครือข่ายไปยังชุมชนทั่วประเทศ

3 องค์กร แบ่งหน้าที่อย่างไร
โตโยต้า สนับสนุนรถกระบะสีเขียว Mobility Upcycling เป็นยานพาหนะหลักในการรวบรวมและขนส่งขยะรีไซเคิลและน้ำมันใช้แล้วจากเครือข่ายชุมชน และใช้เผยแพร่ความรู้ รวมถึงของรางวัลที่ทำจากวัสดุ Upcycled และพัฒนาระบบดิจิทัลสำหรับติดตามปริมาณขยะ คำนวณปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ที่ลดได้ และบริหารระบบคะแนนสะสมแลกรางวัล

SCGC สนับสนุนความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานการคัดแยกขยะรีไซเคิล ทั้งพลาสติก กระดาษ แก้ว อะลูมิเนียม และโลหะ พร้อมรับขยะรีไซเคิลที่รถ Mobility Upcycling รวบรวมได้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

บางจาก สนับสนุนความรู้เรื่องการจัดเก็บน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ตั้งแต่ระดับครัวเรือนถึงร้านอาหาร แล้วรวบรวมไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ซึ่งเป็นพลังงานคาร์บอนต่ำสำหรับอุตสาหกรรมการบิน

เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่รัก(ษ์)
ความร่วมมือนี้มุ่งให้เกิดการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง นำทรัพยากรกลับมาใช้ให้คุ้มค่า และปรับพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่รัก(ษ์)” ที่ชวนให้เริ่มจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
จุดที่น่าสนใจของโครงการนี้ไม่ใช่ตัวรถ แต่เป็นการต่อห่วงโซ่ให้ครบตั้งแต่เก็บจนถึงปลายทาง ขยะรีไซเคิลมีโรงงานรับต่อ ส่วนน้ำมันทอดใช้แล้วมีปลายทางเป็นเชื้อเพลิงเครื่องบิน ทำให้ครัวเรือนและร้านอาหารมีเหตุผลที่จะแยกเก็บแทนการเททิ้ง เป้า 15 ตันใน 15 จังหวัดยังเป็นตัวเลขระดับโครงการนำร่อง สิ่งที่ควรติดตามคือเมื่อจบปีที่ 2 จะเปิดตัวเลขจริงจากระบบติดตามได้แค่ไหน ทั้งปริมาณที่เก็บได้และ CO₂ ที่ลดลง เพราะตัวเลขนั้นจะบอกว่าโมเดลนี้ขยายไปทั้งประเทศได้จริงหรือไม่
ที่บ้านหรือร้านของคุณ ตอนนี้แยกขยะรีไซเคิลหรือเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วไว้ส่งต่อบ้างหรือยัง?




