
BYD เปิดตัว Seagull เจเนอเรชันที่ 2 (第二代海鸥) ในจีนเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ราคา 65,900–99,900 หยวน หรือ 329,500–499,500 บาท (คำนวณจาก 1 หยวน ต่อ 5 บาท) แบ่งเป็น 5 รุ่นย่อย ตัวรถเปลี่ยนแทบทั้งคัน ทั้งขนาดที่ใหญ่ขึ้นชัดเจน การย้ายมอเตอร์ไปไว้ด้านหลังและขับเคลื่อนล้อหลัง ไปจนถึงระบบชาร์จแฟลชที่ BYD ระบุว่าเติมไฟจาก 10% ถึง 70% ได้ใน 5 นาที
สำหรับคนไทย Seagull ไม่ใช่ชื่อที่ไกลตัว เพราะ Seagull เจนแรกทำตลาดในไทยในชื่อ BYD ATTO 1 ขายอยู่ 2 รุ่นย่อย ราคา 429,900 และ 459,900 บาท ตอนนี้ BYD ยังไม่ได้ประกาศว่าไทยจะเปลี่ยนเป็นเจนใหม่เมื่อไร แต่ถ้าวันนั้นมาถึง สเปกจากจีนชุดนี้คือภาพที่ชัดที่สุดของรถที่อาจตามมา

ตัวรถยาว 4.2 เมตร ใหญ่ขึ้นเกือบเท่า Dolphin
Seagull เจน 2 มีขนาดยาว 4,205 มม. กว้าง 1,810 มม. สูง 1,570 มม. ฐานล้อ 2,650 มม. ยาวกว่า ATTO 1 ที่ขายในไทย 280 มม. กว้างกว่า 90 มม. และฐานล้อยาวขึ้น 150 มม. ทำให้ขนาดขยับเข้าใกล้ BYD Dolphin ในไทยที่ยาว 4,290 มม. ฐานล้อ 2,700 มม. ส่วนความกว้างของ Seagull ใหม่ยังมากกว่า Dolphin ที่กว้าง 1,770 มม. ด้วย ใช้ล้อ 16 นิ้ว ยาง 205/60 R16 รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.95 เมตร และ BYD ระบุค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.28


พื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้นตาม ห้องเก็บของหลัง 380 ลิตร พับเบาะหลังได้สูงสุด 1,380 ลิตร และทุกรุ่นมีห้องเก็บของด้านหน้า (Frunk) 94 ลิตร เปิดด้วยไฟฟ้า รวมถึงเปิดด้วยการเคาะ



ย้ายมอเตอร์ไปด้านหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วงล่างหลังมัลติลิงก์
การเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่สุดอยู่ใต้ตัวถัง จากเดิมที่ ATTO 1 ใช้มอเตอร์หน้าขับเคลื่อนล้อหน้า กำลัง 55 kW แรงบิด 135 นิวตันเมตร และช่วงล่างหลังแบบทอร์ชันบีม Seagull เจน 2 เปลี่ยนเป็นมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรวางหลังขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 85 kW ในรุ่นแบตเล็ก และ 95 kW ในรุ่นแบตใหญ่ แรงบิด 130 นิวตันเมตรทุกรุ่น อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. 4.9 วินาที BYD ระบุความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. ช่วงล่างหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท หลังมัลติลิงก์ เบรกหน้าดิสก์มีช่องระบายความร้อน หลังดิสก์ และมีโหมดขับขี่ ECO, Comfort, Sport และ Snow

แบตเตอรี่ Blade รุ่นที่ 2 รองรับชาร์จแฟลช
แบตเตอรี่มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 30.1 kWh วิ่งได้ 320 กม. และ 39.2 kWh วิ่งได้ 420 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ของจีน ชาร์จ AC สูงสุด 7 kW และ BYD ระบุว่ารองรับระบบชาร์จแฟลช (Flash Charging) ชาร์จจาก 10% ถึง 70% ใน 5 นาที และถึง 97% ใน 9 นาที แม้อุณหภูมิติดลบ 30 องศาเซลเซียสก็ใช้เวลาเพิ่มเพียง 3 นาที ในจีนสิทธิ์ชาร์จแฟลชฟรี 12 เดือนให้เฉพาะรุ่นแบต 39.2 kWh ทั้ง 3 รุ่น ทุกรุ่นจ่ายไฟออกภายนอกได้ (VTOL) ทั้งนี้ระยะทาง CLTC สูงกว่าค่า NEDC ที่ใช้กับ ATTO 1 ในไทย ตัวเลขสองมาตรฐานจึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
อ่านเพิ่มเติม: NEDC WLTP CLTC EPA คืออะไร ต่างกันยังไง ระยะทางรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งจริงได้เท่าไหร่


อุปกรณ์มาตรฐานและรุ่นที่จัดเต็มความสบาย
ทุกรุ่นได้หน้าจอกลางแบบลอยตัว 12.8 นิ้ว (รุ่นท็อปเป็น 15.6 นิ้ว) หน้าจอแสดงข้อมูลผู้ขับแบบดิจิทัล คันเกียร์ไฟฟ้าที่ก้านพวงมาลัย กล้องรอบคัน 360 องศา กุญแจ NFC และกุญแจบลูทูธผ่านมือถือ ระบบดูภาพรอบรถผ่านแอป (千里眼) โหมดเฝ้ารถ (Sentry Mode) ระบบควบคุมรถระยะไกล การเชื่อมต่อ 5G อัปเดตซอฟต์แวร์ผ่าน OTA แอร์อัตโนมัติ และถุงลมนิรภัย 4 ใบ (คู่หน้าและด้านข้างคู่หน้า)

รุ่น 自由 (Ziyou), 飞翔 (Feixiang) และ 智趣 (Zhiqu) เพิ่มม่านถุงลมนิรภัยรวมเป็น 6 ใบ ประตูท้ายไฟฟ้า แท่นชาร์จมือถือไร้สาย 50W เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะคู่หน้ามีระบบทำความร้อนและระบายความเย็น เบาะคนขับมีระบบนวด ลำโพง 8 ตัว (รุ่นอื่น 4 ตัว) ไฟบรรยากาศหลายสี ช่องแอร์ด้านหลัง และล้ออัลลอย 16 นิ้ว ส่วนรุ่น 活力 (Huoli) และ 自在 (Zizai) ใช้ล้อเหล็ก 16 นิ้วและเบาะปรับมือ

รุ่นท็อป 智趣 มี LiDAR และระบบช่วยขับ God’s Eye B
รุ่นท็อป 智趣 ราคา 99,900 หยวน (499,500 บาท) เป็นรุ่นเดียวที่ติดตั้งระบบช่วยขับ God’s Eye B เวอร์ชัน LiDAR (天神之眼 B 辅助驾驶激光版) ประกอบด้วย LiDAR 1 ตัว เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว เซ็นเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และกล้อง 11 ตัว รองรับระบบช่วยขับตามเส้นทางนำทางบนทางด่วน (HNOA) และในเมือง (CNOA) ครูซคอนโทรลแบบปรับระยะ ระบบช่วยเลี้ยงในเลน เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) เตือนจุดอับสายตา เตือนเปิดประตู ระบบช่วยจอด จอดผ่านรีโมต และระบบจอดรถอัตโนมัติแบบ Valet (AVP) พร้อมกล้องบันทึกการขับขี่ในตัว

ข้อควรรู้คือ 4 รุ่นที่เหลือไม่มีเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบช่วยขับข้างต้น นอกจากกล้อง 360 องศาแล้ว มีเพียงครูซคอนโทรลธรรมดาและเซ็นเซอร์ถอยหลัง 3 จุด
ราคา 5 รุ่นย่อยในจีน
- 活力 (Huoli) 65,900 หยวน (329,500 บาท): แบต 30.1 kWh วิ่ง 320 กม. มอเตอร์ 85 kW
- 自由 (Ziyou) 72,900 หยวน (364,500 บาท): แบต 30.1 kWh วิ่ง 320 กม. มอเตอร์ 85 kW พร้อมชุดอุปกรณ์ความสบาย
- 自在 (Zizai) 75,900 หยวน (379,500 บาท): แบต 39.2 kWh วิ่ง 420 กม. มอเตอร์ 95 kW
- 飞翔 (Feixiang) 82,900 หยวน (414,500 บาท): แบต 39.2 kWh วิ่ง 420 กม. มอเตอร์ 95 kW พร้อมชุดอุปกรณ์ความสบาย
- 智趣 (Zhiqu) 99,900 หยวน (499,500 บาท): เหมือน 飞翔 เพิ่มระบบช่วยขับ God’s Eye B แบบ LiDAR และจอกลาง 15.6 นิ้ว
ในจีนรับประกันระบบแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งานสำหรับเจ้าของคนแรกที่ไม่ได้ใช้รถเชิงพาณิชย์ และรับประกันตัวรถ 6 ปีหรือ 150,000 กม. มีสีตัวถัง 6 สี ได้แก่ เขียว ชมพู ส้ม ฟ้า เทา และขาว

เทียบสเปก ATTO 1 ในไทย กับ Seagull เจน 2 จากจีน
| รายการ | ATTO 1 ในไทย (เจนแรก) | Seagull เจน 2 (จีน) |
|---|---|---|
| ยาว × กว้าง × สูง | 3,925 × 1,720 × 1,590 มม. | 4,205 × 1,810 × 1,570 มม. |
| ฐานล้อ | 2,500 มม. | 2,650 มม. |
| มอเตอร์ / ขับเคลื่อน | มอเตอร์หน้า ขับล้อหน้า | มอเตอร์หลัง ขับล้อหลัง |
| กำลัง / แรงบิด | 55 kW / 135 นิวตันเมตร | 85–95 kW / 130 นิวตันเมตร |
| แบตเตอรี่ | 30.08 / 38.88 kWh | 30.1 / 39.2 kWh |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | 300 / 380 กม. (NEDC) | 320 / 420 กม. (CLTC) |
| ชาร์จ AC / DC | 6.6 kW / 30–40 kW | 7 kW / ชาร์จแฟลช (BYD ระบุ 10–70% ใน 5 นาที) |
| ช่วงล่างหลัง | ทอร์ชันบีม | มัลติลิงก์ |
| ราคา | 429,900–459,900 บาท | 65,900–99,900 หยวน (329,500–499,500 บาท) |
สเปกและราคาข้างต้นเป็นของรุ่นที่ขายในจีน ถ้าเข้าไทยอาจต่างออกไป
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
Seagull เจน 2 ไม่ได้เป็นแค่การปรับโฉม แต่ขยับตัวเองขึ้นไปเกือบชนรุ่นพี่อย่าง Dolphin ทั้งขนาดตัวถัง ฐานล้อ และระบบขับเคลื่อนล้อหลังพร้อมช่วงล่างหลังมัลติลิงก์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ ATTO 1 ในไทยยังไม่มี จุดที่ต้องจับตาคือระบบความปลอดภัยเชิงรุกอย่าง AEB มีเฉพาะรุ่นท็อปที่แพงกว่ารุ่นเริ่มต้น 34,000 หยวน (170,000 บาท) ส่วนราคาเริ่มต้นในจีน 329,500 บาท ถูกกว่า ATTO 1 ในไทย (429,900 บาท) ราว 1 แสนบาท แต่ยังไม่รวมภาษี ถ้าเจนนี้มาไทย BYD ต้องเลือกว่าจะวางเป็น ATTO 1 ตัวใหม่ในราคาใกล้เดิม หรือขยับตำแหน่งให้ใกล้ Dolphin มากขึ้น และจะให้อุปกรณ์ความปลอดภัยรุ่นไหนเป็นมาตรฐาน
ถ้า Seagull เจน 2 เข้ามาแทน ATTO 1 ในราคาใกล้เคียงเดิม คุณอยากได้รุ่นแบตใหญ่ที่ชาร์จแฟลชได้ หรือรุ่นท็อปที่มี LiDAR และระบบช่วยขับครบมากกว่ากัน?






