นี่คือ smart #3 หรือจะเรียก smart 3 ก็ได้ คันนี้สีแดง แจ่มมาก smart #3 ถือเป็นรุ่นกลาง ที่ smart เลือกทำตลาด smart #3 ในไทยมีรุ่นเดียว คือรุ่น Premium ราคา 1,549,000 บาท แพงกว่า smart #1 100,000 บาท แล้วก็ถูกกว่า smart #5 200,000 บาทนะครับ ตัวถังเป็นแบบ Sport Coupé SUV ออกแบบโดยทีม Mercedes-Benz ทำตลาดโดยกลุ่มธนบุรี เปิดตัวในไทย เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมานะครับ
เราเล่าความเป็นมาของ smart ไปแล้ว วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็น smart คันจริง และเป็นรุ่นพวงมาลัยขวาด้วย ตอนนี้ smart ทำตลาดหลักอยู่ฝั่งยุโรป มาดูกันว่าที่เขาบอกว่า smart #3 ดีไซน์แบบ Mercedes-Benz จริงไหม
นี่คือชุดไฟหน้า ลายเหมือนดาว แบบเดียวกับ Mercedes-Benz เลย ผมเห็นดีเทลความเนี้ยบบน smart ชัดเจน ชุดไฟกับตัวถังแทบเป็นชิ้นเดียวกัน แทบไม่มีร่อง ดูกลมกลืน เนียนมาก มาเป็นทรงคูเป้อย่างที่เห็น ถ้าเทียบกับ smart #1 ตัวถังของ smart #3 ยาวกว่า 13 ซม. อยู่ที่ 4,400 มม. เตี้ยกว่า 8 ซม. เหลือ 1,556 มม. และกว้างกว่านิดหน่อย ที่ 1,844 มม. ฐานล้อยาวขึ้นเป็น 2,785 มม. ส่วนใต้ท้องรถสูง 160 มม. เตี้ยกว่า smart #1 ที่ 182 มม. บ้านใครมีทางลาดชัน ก็ต้องลองเช็กเรื่อง
ความสูงของใต้ท้องรถหน่อยนะครับ
ด้านหน้ามีไฟ LED Daylight ดูมีมิติ ลายดาวสไตล์ Mercedes เป็นแบบนี้จริงๆ smart #1 กับ smart #3 หน้าตาคล้ายๆ กัน แค่เปลี่ยนตัวถังจาก SUV
มาดูด้านหน้าตรงๆ กันบ้าง เห็นคันจริงแล้วเนี้ยบจริง ดูชุดไฟ ดูโลโก้ กระจังหน้า ชายกันชน กลิ่นอาย Mercedes-Benz เต็มๆ งานตกแต่งวัสดุสีเงิน เนี้ยบมาก ไปดูด้านข้างกันบ้าง ซุ้มล้อใหญ่ มีขอบสีดำ ให้อารมณ์เหมือนรถ SUV ขอบสีดำเชื่อมกันรอบคัน ทำให้รถดูลุยขึ้น ดูเป็น SUV มากขึ้น ล้อมีฝาครอบใหญ่ ผมนึกถึง Maybach เลย ให้ฟีลรถพรีเมียมมากๆ ตรงกลางมีโลโก้ smart smart #3 กับ #1 สเปกใกล้กัน แต่คันนี้ ให้ล้อขนาด 19 นิ้วเลย ดูสิ ยางอะไร
SP Sport Maxx ไม่ใช่ยางจีน ใช้ยาง Dunlop ปกติรถจากจีนมักให้ยางจีน แต่คันนี้ให้ยาง Dunlop ถือว่าเปลี่ยนมาเป็นสเปกยางไทย นี่โลโก้ smart ด้านข้างชุดไฟมีไฟ Welcome ล้อหลังแบบเดียวกัน ไฟท้ายคล้ายไฟหน้า เป็นลาย Star ลาย Galaxy ชุดไฟท้ายสวยนะ ถ้าชอบดีเทล จะเห็นความเนี้ยบ รอยต่อระหว่างตัวถังกับชุดไฟ รวมถึงมิติข้างในลาย Galaxy เป็นแสงที่ดูสวย ตรงกลางเข้ม ตรงปลายเป็นลายดาว ดีเทลถือว่าแจ่ม ดูดีไซน์ทั้งหมดแล้ว smart #3 เป็นทรงคูเป้ที่ดูมนๆ
ยอมรับเลยว่าเห็นจริงแล้วสวย สวยเลย ดูแน่นด้วย งานประกอบดี ขอบยางต่างๆ มือจับประตูแบบซ่อน ที่เปิดประตูท้ายเป็นแบบไฟฟ้า ไปดูภายในกันต่อ
smart ด้วยความเป็นพรีเมียม ทุกคันเป็นกระจกเฟรมเลส เข้ามาแวบแรก คอนโซลทำให้ผมนึกถึง Benz ตระกูล GL คอนโซลกลางโค้งมนๆ ช่องแอร์ทรงกลมสไตล์ Mercedes-Benz ตรงนี้เป็นไฟแคปซูล อารมณ์คล้ายๆ GLA มีที่เก็บแว่นตรงนี้ มีไฟด้วย สวยงามดี ห้องโดยสารคันนี้เป็นสีดำกับสีครีม ไฟทั้งหลายจัดวางมาอย่างมีดีเทล ไม่ยิงเข้าหน้า ซ่อนอยู่มุมข้างๆ ดูสวยดี ตรงนี้เป็นไฟ Ambient จอกลางขนาดใหญ่ ตั้งลอยบนแผงหน้า มีช่องแอร์ไว้เป่าน้ำกระป๋อง ใช้เก็บของได้
มาดูเรือนไมล์ คมชัดมาก มี Head-up Display ยิงขึ้นไปบนกระจก ลำโพงจาก Beats smart #3 ต้องยอมรับอย่างหนึ่ง หลังคาพาโนรามิก กระจกกัน UV 99% เห็นความโค้งของตัวถังไหม ทำให้ใส่ม่านบังแดดไม่ได้ ไม่งั้นจะไม่สวย วัสดุเบาะชัดๆ ทรง Bucket Seat โดยเฉพาะ smart #3 มีปีกรับซ้ายขวา วัสดุดีมาก ดูดีไซน์หมุดที่เบาะ คอนโซลมี USB 2 จุด ช่องเลื่อนเปิดปิด เก็บงานเนี้ยบ ลองดูหน่อยว่ารุ่นนี้ทำอะไรได้บ้าง ปุ่มสีเงินเหมือน Benz เลย สีเงินจะลอกง่ายเหมือนกันไหม
หยอกๆ ด้านซ้ายเป็นก้านปัดน้ำฝน ปรับไฟ ส่วนคันเกียร์อยู่ฝั่งขวา มาสรุปออปชันในห้องโดยสารกันอีกนิดนะครับ จอกลาง 12.8 นิ้ว มาตรวัด 9.2 นิ้ว และมี Head-up Display ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย มีแท่นชาร์จมือถือไร้สาย ลำโพง Beats 13 ตำแหน่ง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ปรับหนุนหลังได้ 4 ทิศ เบาะอุ่นได้ 3 ระดับ แล้วก็มีพวงมาลัยอุ่นด้วย แอร์อัตโนมัติ แยกซ้ายขวา มีช่องแอร์ด้านหลัง มีระบบกรองฝุ่น PM2.5
มาตรฐาน N95 แล้วก็คาร์บอน
ด้านหลัง smart #3 กว้างกว่าที่คิด คันนี้อยู่กลุ่ม C-SUV ค่อนข้างใหญ่แล้ว ผมสูง 176 Headroom ยังเหลือ ทั้งที่เป็นทรงแฮตช์แบ็ก กุญแจของ smart #3 หน้าตาแบบนี้ มีไฟ Ambient ตรงนี้ด้วย สวยงาม ไปดูท้ายรถกัน
ด้านท้ายมีที่เก็บของ มีไฟสว่าง ฝากระโปรงหน้ายกขึ้นมาแบบนี้ ความพรีเมียมต้องดูความเนี้ยบด้วย มีโช้คค้ำฝากระโปรง ทนทานดี ตัวถังตรงนี้สีจะบางกว่า ไม่ได้เคลือบ ช่องเก็บของหน้า smart #1 กับ #3 จะเล็กๆ เล็กขนาดนี้ใส่อะไรได้บ้าง ใส่สายชาร์จแบบพกพาได้พอดี งานดีเทลมากกว่ารถจีนหรือแบรนด์อื่นๆ ฝาก็มีลาย เก็บงานภายในเนียน ด้วยความแน่น ฝาเลยปิดลงยากหน่อย เมื่อกี้เห็นไหม ลงข้างเดียว เวลาปิดต้องทิ้งน้ำหนักลงไปหน่อย หลายคันก็เป็นแบบนี้ เรื่องความฟิตความแน่น
พื้นที่เก็บของท้ายรถ 370 ลิตร พับเบาะหลังแบบ 60:40 และได้ความจุสูงสุด 1,160 ลิตร ส่วนช่องเก็บของด้านหน้าที่เห็นเมื่อกี้ จุได้ 15 ลิตรครับ
มาดูสเปกกันครับ smart #3 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลัง 272 แรงม้า แรงบิด 343 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 ใน 5.8 วินาที เร็วกว่า smart #1 ทั้งที่กำลังมอเตอร์เท่ากัน ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. มีโหมดการขับขี่ ECO, Comfort และ Sport แบตเตอรี่ไฮโวลต์ 66 kWh วิ่งไกลได้สูงสุด 455 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ไกลกว่า smart #1 ที่ทำได้ 440 กิโลเมตร รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 22 กิโลวัตต์ ชาร์จ DC 150 กิโลวัตต์
จาก 10–80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีนะครับ
ด้านความปลอดภัย ให้มาครบตามรถระดับนี้นะครับ ครูสคอนโทรลแบบปรับระยะอัตโนมัติ หรือ ACC ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และก็ระบบช่วยรักษาช่องทาง เตือนจุดบอด เตือนรถตัดผ่านตอนถอย และเตือนก่อนเปิดประตู มีไฟสูงอัจฉริยะ มีกล้องรอบคัน 360 องศา แล้วก็ระบบจอดรถอัตโนมัติ มีถุงลมนิรภัยกลางตัวรถ และก็ระหว่างเบาะคู่หน้าด้วยนะครับ นี่คือภาพรวมของ smart #3 ครับ สรุป smart #3 นะครับ ถ้าชอบ smart #1 แต่อยากได้ทรงคูเป้ที่เตี้ยและยาวกว่า
อัตราเร่งดีกว่า วิ่งได้ไกลกว่า และที่เก็บของด้านท้ายใหญ่กว่า smart #3 ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ลงตัว โดยจ่ายเพิ่ม 100,000 บาทนะครับ ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจก็คือ ใต้ท้องรถนั้นเตี้ยกว่า แล้วก็ฟรังก์ด้านหน้าเล็กนะครับ smart จะเปิดแฟล็กชิปโชว์รูม ที่ถนนสาทร เดือนพฤศจิกายนนี้นะครับ แล้วก็เปิดมุมขายรถในโชว์รูมของ Mercedes-Benz ด้วย 10 แห่งในเดือนธันวาคม ซึ่งก็จะใช้บริการหลังการขายเครือข่ายเดียวกับ Mercedes-Benz นะครับ