MOTORHAUS TV

ขับจริง Isuzu 2.2 Biturbo D-MAX และ MU-X 2026 วิ่งดี ไหลปลาย

24 Oct 2026 · Bangkok Motorhaus

แชร์วิดีโอ
VIDEO TIMESTAMP

เลือกช่วงสำคัญในคลิป

กด timestamp เพื่อเปิดวิดีโอจากช่วงที่ต้องการ พร้อมภาพประกอบแต่ละช่วงสำหรับอ่านสแกนได้เร็วขึ้น

Advertisement970×250

เราได้ลองขับ Isuzu D-MAX V-CROSS และ MU-X RS ปี 2026 ที่ได้เครื่องใหม่ 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo เทอร์โบคู่ 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ในสนามทดสอบของงานเปิดตัว ทั้งอัตราเร่ง ยิมคาน่า และการเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง จากนั้นเดินดูของใหม่รอบคันทั้งสองรุ่น

ราคา D-MAX และ MU-X 2.2 Biturbo

V-CROSS 4×4 4 ประตู Z เกียร์ธรรมดา 1,064,000 บาท
Hi-Lander 4 ประตู M เกียร์อัตโนมัติ 1,194,000 บาท
V-CROSS 4×4 4 ประตู M เกียร์อัตโนมัติ 1,312,000 บาท
MU-X Elegant 4×2 1,474,000 บาท
MU-X RS 4×2 1,674,000 บาท
MU-X RS 4WD 1,774,000 บาท

เครื่องใหม่ 2.2 Biturbo

เทอร์โบ 2 ลูกแยกกัน ลูกแรงดันสูงบูสต์ตั้งแต่รอบต่ำ แล้วเทอร์โบแปรผัน VGS เข้ามาช่วยในรอบกลางถึงรอบสูง แรงบิด 500 นิวตัน-เมตรมากกว่าเครื่อง 3.0 ลิตร 50 นิวตัน-เมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC ที่จูนใหม่ หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีดใน D-MAX V-CROSS เกรด Z · อ่านต่อ เครื่อง 2.2 Biturbo เทียบ 2.2 และ 3.0 ลิตร

ขับจริง D-MAX V-CROSS

สิ่งที่ต่างจากดีเซลเดิมชัดที่สุดคือช่วงปลาย กระบะดีเซลทั่วไปมักไม่ค่อยพุ่งเมื่อเลยร้อย แต่ D-MAX เครื่องใหม่ไหลขึ้นเกิน 120 ไปถึง 140 กม./ชม. ในสนามได้ไม่ยาก ช่วงล่าง Stiff Flex ช่วยให้คุมรถได้ดี จุดที่ต้องสังเกตคือเสียงเครื่องเข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างชัดตอนเร่ง

ขับจริง MU-X RS

เครื่องเดียวกัน แต่ MU-X เงียบและนุ่มกว่า กดคันเร่งราว 3 ใน 4 ก็ขึ้น 120 กม./ชม. แบบสบาย ๆ จุดเด่นคือการเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง ตัวถังเอสยูวีสมดุลกว่ากระบะท้ายโล่ง รถนิ่งและคุมง่ายกว่า D-MAX ที่ลองในสนามเดียวกันชัดเจน

ของใหม่รอบคัน D-MAX V-CROSS เกรด M

ชุดแต่ง Max-Tough Style กระจังหน้าสีเทาดำและ Onyx Black กันชนหน้า Armor Design สี Dark Gray ล้ออัลลอย 18 นิ้วสี Glossy Black ไฟหน้า Bi-Beam LED โลโก้ Biturbo สี Chrome-Red ที่ฝาท้าย และล็อกฝาท้ายแบบใช้กุญแจที่แยกจากเซ็นทรัลล็อก ภายในใช้เบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX เบาะคนขับปรับไฟฟ้า หน้าจอสัมผัส 9 นิ้วรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ไร้สาย คู่กับจอมาตรวัด 7 นิ้ว · รายละเอียดเต็มที่ รีวิว D-MAX V-CROSS 2.2 Biturbo

ของใหม่รอบคัน MU-X RS

RS ได้กระจังหน้า Supreme Onyx Grille ไฟหน้าที่มีเส้นไฟ Lime Green เฉพาะรุ่น RS กันชนหน้าและหลังแบบ Aero Diffuser ล้อ 20 นิ้ว Gloss Black โลโก้ Biturbo สีเขียวไลม์ และสีตัวถังใหม่ Havasu Gray Opaque ที่เป็นสีเทาอมฟ้า ภายในเพิ่มด้ายตะเข็บสีเขียวให้เข้ากับธีม RS · รายละเอียดเต็มที่ รีวิว MU-X RS 2.2 Biturbo

สรุป

เรื่องความแรงหายห่วงทั้งช่วงต้น ช่วงกลาง และช่วงปลาย แม้อีซูซุจะบอกว่าเครื่อง 2.2 Biturbo ไม่ได้มาแทน 3.0 ลิตร แต่เมื่อวางไว้ในรุ่นท็อปทั้ง D-MAX และ MU-X ในมุมของเรามันก็คือเครื่องตัวท็อปตัวใหม่ ส่วน 3.0 ลิตรขยับไปเน้นงานบรรทุกและลากจูง ถ้าเลือกระหว่างสองรุ่นนี้ MU-X ให้ความเนียนและเงียบกว่าชัดเจน ส่วน D-MAX ให้ความแรงในราคาที่ต่ำกว่า

ราคาทุกรุ่นย่อยดูได้ที่ ราคา D-MAX 2026 ครบ 39 รุ่น และ ราคา MU-X 2026 ครบ 9 รุ่น ส่วนสเปกและอุปกรณ์เต็มอยู่ที่หน้ารุ่น D-MAX V-Cross 4 ประตู · D-MAX Hi-Lander 4 ประตู · MU-X

ถอดความจากคลิป (ข้อความเต็ม)

เปิดตัวแล้วนะครับ Isuzu เครื่อง 2.2 Biturbo เป็นเครื่องยนต์ตัวท็อปใหม่จาก Isuzu นะครับ ให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ถ้าเทียบกัน มากกว่าเครื่อง 3.0 ถึง 50 นิวตันเมตร ไบเทอร์โบ Isuzu ก็อธิบายไว้ว่า เทอร์โบมีหลายรูปแบบ บางแบบเป็นลูกเดียวแต่สองสเตจ ก็เรียกไบเทอร์โบได้ บางเทคโนโลยีก็ใช้เทอร์โบเท่ากัน 2 ตัว แต่ของ Isuzu เป็นเทอร์โบ 2 ตัวแยกกัน คือ VGT Turbo แบบเดิม และ High Pressure Turbo ที่เพิ่มเข้ามา

หลักการคือ ตัว High Pressure ทำงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่บูสต์อยู่ตลอดเวลา พอถึงจุดหนึ่ง VGT ก็เริ่มทำงาน กลายเป็นเทอร์โบคู่ทำงานพร้อมกัน ซึ่งมีกราฟให้ดูนะครับ จะเห็นว่าเริ่มทำงานตั้งแต่รอบต่ำจนถึงรอบสูง การทำงานร่วมกันของ 2 เทอร์โบ และพักเทอร์โบตัวหนึ่งตอนรอบสูง ช่วยเรื่องความทนทานและความประหยัด นอกจากนี้เครื่อง 2.2 ยังปรับปรุงหัวฉีด เป็นหัวฉีด Gi-BOOST แบบ 10 รู มีระบบระบายความร้อนใหม่ HIGH FLOW เครื่อง 2.2 ตัวนี้จับคู่กับเกียร์ 8 สปีด

มี Paddle Shift ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ เคลมว่าประหยัดน้ำมันขึ้น และมีกำลังมากขึ้นด้วย Isuzu วางในตัว D-Max ไว้ 3 รุ่นย่อย ตัว Hi-Lander 4 ประตู รุ่น M ตัวท็อปสุด ราคา 1,194,000 บาท และวางไว้ในตัว V-Cross 4x4 มีทั้งเกียร์ อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดา เกียร์ธรรมดาราคา 1,064,000 บาท เกียร์อัตโนมัติ 1,312,000 บาท ส่วนฝั่ง MU-X วางให้ 2 รุ่น คือตัว Elegant ราคา 1,474,000 บาท ตัว RS ขับสอง 1,674,000 บาท และตัว 4WD 1,774,000 บาท

เดิมเครื่อง 2.2 กับเกียร์ 8 สปีด ผมว่าประสิทธิภาพก็ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว อัตราประหยัดน้ำมันก็ดีขึ้น การทำงานถือว่าใช้ได้ เท่าที่ทดสอบมา และเมื่อ Isuzu เปิดตัวไบเทอร์โบ ก็เปิดให้สื่อมวลชนได้ทดสอบ เราไปดูกันว่าการทดสอบเป็นยังไงบ้าง

และนี่ก็ลองขับมาที่ตัว Isuzu D-Max 2.2 ใหม่ เบาะหนังสีน้ำตาลชุดนี้เราเคยเห็นแล้ว แต่มันก็สวยงามใช้ได้ หลักๆ ก็น่าจะเป็นฟีลลิ่งการขับ 2.2 มากกว่า เดี๋ยวรอดูกัน ตอนนี้เราอยู่กับ D-Max นะครับ ตัว 2.2 ตัวเทอร์โบคู่ ก็คันที่เราขับเป็นตัว ก็คือเป็นตัวท็อปสุด 2.2 Bi-Turbo มีทั้งในตัว MU-X แล้วก็ D-Max เลยนะครับ ก็หลักๆ อย่างที่อาจจะบอกไปก็คือ มันเป็นรุ่นท็อปใหม่ แทน 3.0 ตัว 3.0 ไปใช้สำหรับ แบบเชิงพาณิชย์เท่านั้น 3.0 เดิม เขาไปเน้น

สำหรับคนที่ใช้เชิงพาณิชย์ ลากจูงหนักๆ อะไรอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นเขาจะโดนปรับลงไปอยู่ในรุ่นกลาง รุ่น Spark รุ่น Cab 4 อะไรพวกนี้นะฮะ หลักๆ วันนี้ที่มาสนาม เราก็จะมีการเทสต์ แบบการคอนโทรล ก็คือเข้าจิมคาน่า แล้วก็เป็นเรื่องของอัตราเร่ง ดูอัตราเร่งนะครับ กดแป๊บเดียว 120 เมื่อกี้ได้ลอง MU-X มานิดนึง รู้สึกว่ามันเร่งแรงกว่าเดิมเยอะจริงๆ มันไหลปลาย ปกติกระบะดีเซล จะติดไหลปลายนี่แหละที่ไม่ค่อยพุ่ง อันนี้แป๊บเดียวขึ้นเกิน 120 ด้วย 130 ด้วย

กลายเป็นรถที่ขับเร็วได้เลยครับ ถ้าว่ากันตรงๆ ผมว่าเรื่องความแรงหายห่วง คันนี้แรงจริง แล้วก็ Isuzu เขาเคลมว่า เครื่องยนต์บล็อกนี้คือเครื่องยนต์ที่แรงที่สุด เท่าที่ Isuzu เคยทำมาในรถกระบะ ยืนยันเรื่องความทนทานด้วย เพราะว่าเป็นบล็อก MaxForce เขาบอกว่าถ้าเป็นชื่อ MaxForce เหมือนกัน บล็อกเดียวกัน มั่นใจได้เรื่องของความทน ไม่ว่าจะเป็นตัวเทอร์โบเดี่ยว เทอร์โบคู่ อีกเรื่องหนึ่งที่เขาพูดและบอกเราก็คือ เรื่องของการปรับระบบระบายความร้อน ระบบน้ำ

ตัวนี้ปรับปรุงใหม่แล้ว ก็คือเป็นแบบ High Flow ทั้งระบบหล่อเย็นแล้วก็ระบบหล่อลื่น ปั๊มน้ำด้วย เขาพูดแหละ ตัวปั๊มน้ำก็ปรับปรุงใหม่ แต่ว่าให้สังเกตนิดนึงก็คือช่วงเร่ง เสียงเครื่องยนต์มันค่อนข้างดังเหมือนกันนะ แต่จะบอกว่า มันดังเฉพาะกับ D-Max นะ เมื่อกี้ MU-X เงียบกริบเลย ใช่ เขาซีลไว้ดีมากกว่า ก็น่าจะเป็นเรื่องการ Position ของรถ ลองเทสต์อีกทีนึง 120 ไหลๆ ไหลกว่าตัวเดิมเยอะ เขาให้ 120 ใช่ไหม แต่เราขึ้นไป 140 ในการเทสต์ เราพูดได้เพราะวันนี้เราอยู่ในสนาม

เราก็อัดเต็มที่ เรื่องคอนโทรล ผมว่าตั้งแต่เปลี่ยนช่วงล่าง เป็น Stiff Flex มันคอนโทรลดีขึ้นเยอะอยู่แล้ว แต่ทีนี้ Isuzu เขาก็เน้นความทนทานอยู่แล้ว มีระบบ Bypass เพื่อไม่ให้ ตัวเทอร์โบลูกใดลูกหนึ่งทำงานหนักเกินไป ก็พอหอมปากหอมคอ เพราะเขายังไม่เปิดตัว เขาให้เรามาเทสต์ก่อน ให้ลองดูฟีลลิ่งเป็นยังไง 2.2 ตัวนี้ นอกจากที่เขาพูดในเรื่องของ Engine เทอร์โบ เขาก็ปรับจูนเกียร์ 8 สปีดใหม่ ให้มันรับกับ Engine ตัวนี้ด้วย บุคลิกก็จะมีความเปลี่ยนไป

ในการชิฟต์เกียร์อะไรอย่างนี้ครับ ก็ประมาณนี้ครับ เดี๋ยวเราสลับไปลอง MU-X ตัว 2.2 Bi-Turbo บ้าง

และตอนนี้ก็อยู่กับ MU-X RS นะครับ 2.2 เหมือนเดิม 2.2 Bi-Turbo 2.2 Bi-Turbo เครื่องเดียวกัน แต่เราจะมาลองดูความพรีเมียมยิ่งขึ้นของ MU-X แต่ส่วนตัว พอลองทั้ง MU-X และ D-Max รู้สึกว่า MU-X คอนโทรลง่ายกว่า เพราะว่าเป็นกระบะแล้วท้ายมันโล่งไง พอเวลาวิ่งจริงๆ เวลาขับเดี่ยวๆ มันไม่เนียนเท่า MU-X นี่แหละ กดคันเร่งประมาณ 3 ใน 4 แค่นั้นเอง ไม่ได้เต็มเท้าด้วยนะครับ แป๊บเดียวขึ้น 120 แล้วนะครับ ถือว่าเป็นช่วงความเร็วเดินทางแบบสบายๆ เลย

ถือว่าแรงนะ ถ้ามองว่ารถคันนี้ ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดแค่ 2.2 ลิตร อย่างที่คุณบอก ผมว่าตัว MU-X มันเงียบ มันเนียนกว่า นิ่มกว่า เสียงเงียบกว่า ใช่ มันดูสมูท ชัดเจนเลย เข้าโค้งอยู่ที่ประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็เน้นเนียนไปนะครับ อันนี้เดี๋ยวอัดตัวเลขดูว่ามันไหลยังไง นี่ เห็นไหม 120 ขึ้นแล้ว ย้ำอีกที เหยียบคันเร่งประมาณ 3/4 เท่านั้นเอง ไม่ได้แบบเต็มเท้า พอรู้สึกว่าเร่งไปถึง 130-140 แบบง่ายๆ ก็พอแล้ว ถ้าเป็นผมขับเองนะ โดยสไตล์ส่วนตัว

100-130 เป็นความเร็วที่ใช้บ่อยที่สุด คือโล่งไม่ได้หรอก เห็นหน้าโล่งก็เร่งหน่อยนึง แต่ก็ประมาณ 120-130 ซึ่งมันเป็นความเร็วที่เราใช้ แล้วบางจังหวะเราเจอรถที่ต้องแซงรถใหญ่ ใช้ความเร็วประมาณ 120 ถึงจะแซงแล้วปลอดภัย เพราะฉะนั้น พอมีอัตราเร่งแบบนี้ รู้สึกว่ามันต้องอย่างนี้สิ รถเร็ว ในฐานะคนนั่งข้าง จากที่เมื่อกี้ได้ขับ MU-X แล้วพอมานั่งข้าง ก็รู้สึกว่า MU-X มันบาลานซ์ดีกว่า D-Max จริง มันสมูท การคอนโทรลตอนช่วง Lane Change จิ้มคันหน้า

มันนิ่งกว่าเยอะ เนียนกว่าเยอะ แม้ว่าอีซูซุเขาจะบอกว่าเครื่อง 2.2 ไบเทอร์โบไม่ได้มาแทนเครื่อง 3.0 เพราะเครื่อง 3.0 เขาก็ยังมีขาย แต่สำหรับผม พอเขาวางเครื่องบล็อกนี้ เอาไว้ในตัวท็อปแล้ว มันก็ ก็คือมาแทนตัว 3.0 นั่นแหละ ในตัวบนๆ หน่อย ก็ให้นึกถึงสไตล์ Isuzu คราวที่แล้ว ก่อนที่เขาจะถอน 1.9 เขาก็วางไว้ 3 เครื่องเลยนะ 3.0, 2.2, 1.9 สักพักก็ตัด 1.9 ออก ใช่ ตอนนี้ไม่มี 1.9 แล้ว สิ่งที่คนซื้อไปจะได้ ก็คือเรื่องของความแรง

ชัดๆอยู่แล้วทั้งตีนต้นตีนกลางตีนปลาย อันนี้หายห่วง ผมเห็นอีกมุมมองนึงนะ คือมันจะกลายเป็นบล็อก 2.2 ทั้งหมด มีแค่เทอร์โบเดี่ยวกับเทอร์โบคู่ มันจะเป็นในแง่ของ maintenance การดูแลรักษา อะไหล่หลายๆ อย่าง มันน่าจะใช้ร่วมกันได้มากขึ้น การทำราคา ณ เวลานี้ต้องพูดตรงๆ ว่ามีปัญหาจริงๆ ในเรื่องการตั้งราคา เมื่อเจอสงครามราคาจากจีน ซึ่งมันเป็นแผนใหญ่ของทางแบรนด์ญี่ปุ่นเลยนะ

เพราะฉะนั้นเขาจะวางกลยุทธ์ วางการ develop รถรุ่นใหม่ๆ จากนี้ให้มันมีต้นทุนที่คุ้มค่ามากขึ้น

ราคาอาจจะเท่าเดิมก็ได้ แต่ออปชันเยอะขึ้น อะไรเยอะขึ้น ใช่ อะไรก็ต้องเยอะขึ้นเนาะ

ซึ่งไฮไลท์ของการปรับโฉมครั้งนี้ คือเครื่องยนต์ใหม่ 2.2 Bi-Turbo จริงๆ นอกจากตัว V-Cross ที่เป็นตัวท็อปแล้ว ก็จะมีตัวยกสูง Hi-Lander 2.2 ด้วย ซึ่งเป็นตัวขายดีของเขา เพราะฉะนั้นตอนนี้จะอยู่ในกลุ่มท็อปรุ่นขายดี มีตัวเลือกให้ ซึ่งจะเป็น 2.2 High Performance เน้นวิ่งไว ไม่ได้เน้นบรรทุกหนัก โดยเฉพาะตัวที่อยู่ข้างหลังผมนี้ ที่เป็นตัวท็อปสุด คือ V-Cross รุ่น M ในตัว V-Cross นะครับ จะได้กระจังหน้า ตกแต่งด้วยสีเทาดำ แล้วก็สี Onyx Black

ส่วนกันชนหน้าก็มีการปรับดีไซน์ใหม่เหมือนกัน เป็นแบบ Armor Design สี Dark Grey หน้าใหม่เป็นไงมั่ง ก็สวยดี มันมีความกลมๆ กลมกลืนมากขึ้น จริงๆ ตั้งแต่ Isuzu ปรับเปิดเครื่อง 2.2 ที่มีการปรับหลายๆ อย่าง ทั้งสีใหม่ ทั้งหน้าใหม่ มันมีดีเทลปรับเล็กๆ น้อยๆ ก็ลงตัวมากขึ้น เหมาะให้เป็นตัวท็อปที่มีอะไรใหม่อีกนิดหนึ่ง ส่วนชุดไฟหน้าก็เป็น Bi-LED เหมือนเดิม แล้วก็เป็นไฟสูงไฟต่ำในชุดโคมเดียวกัน แล้วก็อีกอันหนึ่งของ V-Cross คือล้อลายใหม่

เป็นล้อ 18 นิ้ว สีดำ Glossy Black สีดำเงา ลืมไปอีกอย่างนึง ผมจะบอกให้ พอเดินมาด้านหลัง เลยนึกออกเลย ชุดไฟท้ายใหม่ มีไฟสีแดง ตรงนี้จะกลายเป็นไฟสีแดง รุ่นเก่าเป็นสีโครมใส โครมเคลียร์หมดเลย อันนี้จะเป็นสีแดง อีกอย่างนึง ตัว Badge คำว่า Bi-Turbo ทุกคัน เป็นสี Red ด้วยนะครับ จะได้รู้ว่า นี่คือเครื่องยนต์ใหม่แล้วนะครับ เมื่อกี้ลืมพูดไปอีกอย่างนึง ชุด V-Cross ก็จะมีชุดบาร์ใหม่ ฟีเจอร์นึงที่เพิ่มขึ้นมาในตัวปี 2026 เป็นฟีเจอร์ที่หลายคนอยากจะได้กันนักกันหนา

ก็คือตัวล็อกฝาท้ายนะครับ ซึ่งในตัวนี้ ตั้งแต่รุ่น L ขึ้นไปอย่างที่บอกนะครับ ว่าสามารถล็อกได้แล้ว วิธีล็อกก็คือ ต้องใช้กุญแจที่อยู่ในชุดรีโมต ดึงออกมาแบบนี้ ก็จะเป็นตัวกุญแจแบบนี้ เสียบเข้าไป บิดปึ๊บ เสร็จ ล็อกเรียบร้อยนะครับ ถ้าจะปลดล็อกก็บิดกลับ เท่านี้เอง ประมาณนี้สำหรับตัวล็อกฝาท้าย เหมาะสำหรับรถคันไหนที่เอาไปติดหลังคา มันก็จะเป็นการล็อกที่ปลอดภัยมากขึ้น เซฟมากขึ้น เผื่อใครวางของวางสัมภาระ เอาไว้ท้ายรถนะครับ แล้วก็ตัวล็อกฝาท้าย

จะไม่เกี่ยวกับเซ็นทรัลล็อกของตัวรถเลย อย่างที่บอกว่ามันแยกออกมาต่างหากนะครับ ภายในแทบจะยกชุดมาจากรุ่นเดิม แต่ในตัว V-Cross ตัวท็อปสุด จะได้เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์แบบ Coolmax ซึ่งช่วยไม่สะสมความร้อนนะครับ แล้วก็เป็นเบาะปรับไฟฟ้าด้วยครับ ฝั่งนู้นปรับไฟฟ้าไหม? ไม่ครับ ปรับไฟฟ้าเฉพาะฝั่งคนขับนะครับ และเหมือนเดิมครับ ได้จอกลางขนาด 9 นิ้ว ต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ได้ ส่วนตรงนี้จะเป็นจอขนาด 7 นิ้วครับ ทำงานร่วมกันระหว่างอะนาล็อกกับดิจิทัลครับ

แล้วก็ความพิเศษของตัว V-Cross นะครับ คือคันนี้เป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อนะครับ

มีปุ่มควบคุม Terrain Mode ต่างๆ นะครับ ปุ่มควบคุม Diff-Lock ที่เพิ่มขึ้นมาครับ

เราก็มาอยู่กับตัว MU-X RS ใหม่นะครับ ก็มีการปรับปรุงให้เข้ากับเครื่องยนต์เช่นกัน เพิ่มความสดใหม่ ใส่ความเป็น Signature ของ MU-X เพิ่มเข้าไป อย่างแรกเลย โดดเด่นมากก็คือไฟหน้า ผมไม่ค่อยเห็นไฟหน้าที่ตกแต่งเข้าไปในโคมครับ อันนี้จะเป็นไฟหน้า Lemon Lime สีเขียว ซึ่งเป็นสี Signature ของ RS เท่านั้น ก็จะมีเฉพาะกับตัว RS เท่านั้นด้วยนะ เป็นไง Aero สีเขียว โดดเด่นไหม นอกจากตัวชุดไฟใหม่นะครับ ก็จะมีชุดกระจังหน้าใหม่ เขาเรียกว่า Supreme Onyx Black

ก็จะมีเส้น 2 เส้นอย่างนี้ แล้วก็มีตัวสัญลักษณ์ RS มี Badge ก็จะเข้ากันสีเดียวเลยนะ นอกจากนี้ถ้าเราดูด้านหน้าอีก ก็จะเป็นตรงชุดกันชนนะครับ ชุดกันชนจะรีเลทกันทั้งด้านหน้าด้านหลัง ซึ่งจะมีอารมณ์คล้ายๆ กับ Diffuser Isuzu ก็บอกว่าในการทำชุดกันชนใหม่ ที่คล้ายๆ กับ Diffuser ก็จะเป็นเรื่องของอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้นด้วย นอกจากที่เราเห็น ผมไม่มั่นใจนะ ว่าทุกคนเห็นไหมว่าอันนี้เป็นสีใหม่ด้วย เอาจริงๆ นะ ถ้าเราเห็นคันนี้โดดๆ

เราจะรู้สึกว่ามันก็สีเดิมหรือเปล่า ก็ไม่รู้ว่าถ้าอยู่ในร่มทุกคนจะเห็นไหม แต่มันจะเป็นสีเทาอมฟ้า Havasu Grey Opaque สีใหม่จะคล้ายกับสี Eiger Grey Opaque เดิม แต่ว่ามันจะมีความอมฟ้ามากขึ้น มันจะเห็นชัดแหละเมื่อเราออกแสง แต่เขาก็จะเน้นเป็นความเทานมแบบนี้ แต่แฝงความอมฟ้าเข้าไปนะครับ แล้วก็มาดูด้านข้างนะครับ จะเห็นของใหม่ อันนี้ก่อนเลย ล้อใหม่ ล้อขนาด 20 นิ้ว แล้วก็เป็นลาย 5 ก้านคู่ แล้วก็จะมีสัญลักษณ์ Bi-Turbo เพิ่มขึ้นมา

Badge Bi-Turbo ของ RS ก็จะกลายเป็นสีเขียว แทนที่จะเป็นสีแดงเหมือนกับตัว D-Max ใช่ไหม เขาพยายามปรับให้มัน relate กับสี Signature อย่าง RS ถ้าดูพาร์ทรวมๆ ที่มันเป็นสีดำ ตกแต่งดำ Onyx Black เข้ากับกระจังหน้าทั้งหมด และนี่ก็อยู่ด้านท้าย จะเห็นชัดๆ ด้านท้ายที่บอกว่าเป็นชุดกันชนใหม่ อารมณ์ Diffuser เช่นกัน มันจะเป็นปลายยื่นๆ มาอย่างนี้ ประมาณนี้ มีแค่นี้แหละ ส่วนที่เหลือก็จะเป็นการตกแต่งภายใน พูดตรงนี้เลยก็ได้ว่า การตกแต่งภายในก็ไม่มี

การปรับปรุงอะไรมาก นอกจากการเดินด้ายใหม่ ที่เป็นตัวตกแต่ง จะเห็นว่าเป็นสีเขียวไลม์แบบเดียวกับตรงชุด ไฟหน้า แล้วก็ตรง Badge ทั้งหลาย เห็นชัดขึ้น และทั้งหมดนี้ก็คือการปรับปรุงใหม่ของตัว MU-X แล้วก็ตัว D-MAX เครื่อง 2.2 Bi-Turbo หยุดโลก

นอกจากเราดู MU-X และ D-MAX 2.2 ไมเนอร์เชนจ์ ภายในงานก็มีโชว์รุ่นแต่งหลายๆ รุ่น แต่ผมอยากโฟกัสรุ่นนี้ ผมว่าหลายคนชอบ คือการเอาตัวยกสูงมาโหลดนั่นเอง นี่จะเป็น MU-X ตัวใหม่ที่โหลดเตี้ย เห็นไหม ล้อก็จะเต็มซุ้มมากขึ้น มีฟิตติ้งที่ดูอารมณ์คล้ายเก๋งมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่ MU-X ที่ผมเคยเห็น จะเห็นตระกูล CR-V และอีกหลายๆ รุ่น ที่เขาเรียกว่าทรงอะไรนะ บัมเบิ้ล (โหลดเตี้ย) โหลดให้เตี้ยลง มีฟีลลิ่งคล้ายเก๋งซะส่วนใหญ่ ปกติแค่โหลดนะ แล้วก็ใส่ล้อ Lenso เห็นไหม

เห็นไหม ดูฟิตติ้งรถใหม่ มันเปลี่ยนเนาะ แต่รอบคันที่ผมดู พาร์ทก็มีเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ตรงชุดกันชน ชุดดิฟฟิวเซอร์หน้าหลัง ขอก้มดูเลยว่าช่วงล่างเป็นยังไงบ้าง เห็นไหมว่าจาก Stiff Flex นี่จะเป็นช่วงล่างแบบใหม่ สีแดง โหลดมาเตี้ยลง สำหรับสายเรซซิ่ง สายสปอร์ตทั้งหลาย แจ่มว้าว และนี่คือทั้งหมดนะครับของ Isuzu MU-X แล้วก็ D-Max เครื่องยนต์ 2.2 Bi-Turbo ใหม่ ก็แรงขึ้น ประหยัดขึ้น Minor Change เล็กน้อย เดี๋ยวคลิปหน้าจะพาไปดูรถรุ่นไหนอีก

ก็พวกเรา Bangkok Motorhaus คลิปนี้ขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ

VIDEO x CAR DATA

รถที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์นี้

เปิดข้อมูลรุ่นรถ ราคา สเปก รุ่นย่อย เปรียบเทียบ และสร้างภาพแชร์จากฐานข้อมูล Bangkok Motorhaus

ดู Car Database

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top