![ปรับค่าผ่านทางด่วนประจิมรัถยา รถ 4 ล้อเป็น 80 บาท [มีผล 15 ธ.ค. 2569] กทพ. ถก BEM หามาตรการลดผลกระทบ (ปก)](https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/09/img_000_02_banner_1538923328_10395.jpg)
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดให้ทางพิเศษประจิมรัถยา (ทางพิเศษสายศรีรัช–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร) เป็นทางที่ต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษ โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ลงนาม ซึ่งมีสาระสำคัญคือการปรับอัตราค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น 15–35 บาทตามรอบทุก 5 ปี ภายใต้เงื่อนไขสัญญาสัมปทานการลงทุน โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป
อ่านเพิ่มเติม: มอเตอร์เวย์ M82 พระราม 2 เปิดทดลองวิ่งฟรีถึงบ้านแพ้ว 28 สิงหาคม 2569 ยกระดับการเดินทางสู่ภาคใต้ 24 ชั่วโมง
อัตราค่าผ่านทางใหม่ประจิมรัถยา
สำหรับการปรับอัตราค่าผ่านทางในครั้งนี้ ครอบคลุมประเภทยานพาหนะทั้งสิ้น 3 กลุ่ม
- รถยนต์ 4 ล้อปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 65 บาท เป็น 80 บาทต่อคัน
- รถยนต์ 6–10 ล้อปรับจาก 105 บาท เป็น 130 บาทต่อคัน
- รถยนต์เกิน 10 ล้อขึ้นไปปรับจาก 150 บาท เป็น 185 บาทต่อคัน
ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาดังกล่าวมีผลเฉพาะเส้นทางพิเศษประจิมรัถยาเท่านั้น
![ปรับค่าผ่านทางด่วนประจิมรัถยา รถ 4 ล้อเป็น 80 บาท [มีผล 15 ธ.ค. 2569] กทพ. ถก BEM หามาตรการลดผลกระทบ 2](https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/09/img_001_03_Screenshot_2569-09-15_at_22.09.57.jpg)
![ปรับค่าผ่านทางด่วนประจิมรัถยา รถ 4 ล้อเป็น 80 บาท [มีผล 15 ธ.ค. 2569] กทพ. ถก BEM หามาตรการลดผลกระทบ 3](https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/09/img_002_04_Screenshot_2569-09-15_at_22.09.42.jpg)
![ปรับค่าผ่านทางด่วนประจิมรัถยา รถ 4 ล้อเป็น 80 บาท [มีผล 15 ธ.ค. 2569] กทพ. ถก BEM หามาตรการลดผลกระทบ 4](https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/09/img_003_05_Screenshot_2569-09-15_at_22.09.22.jpg)
มาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ทาง
ทางด้านการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมหารือร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ในฐานะผู้รับสัมปทานและผู้ลงทุนโครงการทั้งหมด เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน และลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของผู้ใช้ทางและผู้บริโภค โดยทาง กทพ. มีกำหนดจะประกาศรายละเอียดมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นทางการให้ผู้ใช้ทางรับทราบล่วงหน้าก่อนถึงวันปรับราคา
โครงการทางพิเศษประจิมรัถยาถือเป็นโครงข่ายคมนาคมสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานครฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี ดำเนินงานในรูปแบบ BTO (Build Transfer and Operate) โดย BEM เป็นผู้รับผิดชอบการออกแบบ ก่อสร้าง จัดหาระบบ และบริหารจัดการบำรุงรักษา รวมถึงจัดเก็บค่าผ่านทางทั้งหมดเพื่อแลกกับผลประโยชน์ตามสัญญา ซึ่งมีอายุสัมปทานสิ้นสุดในวันที่ 14 ธันวาคม 2585
![ปรับค่าผ่านทางด่วนประจิมรัถยา รถ 4 ล้อเป็น 80 บาท [มีผล 15 ธ.ค. 2569] กทพ. ถก BEM หามาตรการลดผลกระทบ 5](https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/09/img_004_06_811902706_1563862222086995_5184502454042655248_n.jpg)
ประจิมรัถยาจากไหนถึงไหน
เส้นทางดังกล่าวมีระยะทางรวม 16.7 กิโลเมตร เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร พร้อมด่านเก็บค่าผ่านทาง 9 ด่าน เริ่มต้นจากถนนวงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระราม 7 สู่สถานีกลางบางซื่อ และเชื่อมเข้าสู่ระบบทางพิเศษศรีรัชมุ่งหน้าแจ้งวัฒนะ ช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางข้ามเมืองของผู้ใช้รถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อย
ประจิมรัถยา ราคาเท่าไหร่?
ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2569 รถยนต์ 4 ล้อ 80 บาท (เดิม 65 บาท) รถ 6–10 ล้อ 130 บาท (เดิม 105 บาท) และรถเกิน 10 ล้อ 185 บาท (เดิม 150 บาท)
ค่าผ่านทางใหม่เริ่มเมื่อไหร่?
มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 ตามประกาศกระทรวงคมนาคมที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา
ประจิมรัถยาจากไหนถึงไหน?
เริ่มจากถนนวงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระราม 7 สู่สถานีกลางบางซื่อ แล้วเชื่อมเข้าทางพิเศษศรีรัชมุ่งหน้าแจ้งวัฒนะ ระยะทางรวม 16.7 กิโลเมตร
ทำไมค่าผ่านทางประจิมรัถยาขึ้นราคา?
เป็นการปรับตามรอบทุก 5 ปีภายใต้เงื่อนไขสัญญาสัมปทาน โดยปรับเพิ่ม 15–35 บาทตามประเภทรถ
มีมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ทางไหม?
การทางพิเศษแห่งประเทศไทยระบุว่ากำลังหารือกับ BEM ผู้รับสัมปทาน และจะประกาศมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นทางการก่อนถึงวันปรับราคา
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ทางพิเศษประจิมรัถยาเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่ช่วยแบ่งเบาภาระการจราจรระหว่างฝั่งธนบุรีกับใจกลางกรุงเทพฯ ได้อย่างโดดเด่น แม้การปรับค่าผ่านทางจะเป็นไปตามกรอบกลไกสัญญาสัมปทานระยะยาว แต่ก้าวย่างของ กทพ. และ BEM ที่กำลังร่วมกันหามาตรการลดผลกระทบก่อนถึงกำหนดบังคับใช้ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อผู้ใช้รถในชีวิตประจำวัน น่าติดตามว่ามาตรการเยียวยาที่จะออกมานั้นจะเป็นในรูปแบบส่วนลดคูปอง แพ็กเกจเติมเงิน Easy Pass หรือแคมเปญส่งเสริมการเดินทางในรูปแบบใด เพราะตอนนี้ในราคาปรกติ 65 บาท ยังรู้สึกว่าแพงจังทุกครั้งที่ใช้งานอยู่เลยครับ





