
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส (Bentley Motors) เผยโฉมรายละเอียดงานดีไซน์ล่าสุดของ Bentley Torcal 2026 ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% (Pure EV) โมเดลแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ด้วยการนำสัญลักษณ์ระดับซิกเนเจอร์อย่าง ‘Bentley Diamond’ หรือลวดลายเพชรอันทรงคุณค่าที่สืบทอดมานานกว่าศตวรรษ มาตีความใหม่ผ่านภาษาแห่งงานฝีมือ อัญมณี และเทคโนโลยีดิจิทัลสุดล้ำ โดยมีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 23 กันยายน 2026 นี้
Bentley Torcal 2026 สืบสานมรดกดีไซน์ลวดลายเพชรที่มีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1920 จากการใช้ตาข่ายลวดป้องกันหม้อน้ำ จนพัฒนากลายเป็นสวิตช์ทองเหลืองกลึงลายเพชร เบาะนั่งตัดเย็บลายคลาสสิก และชุดไฟหน้าระดับประติมากรรมในรุ่นร่วมสมัย
สำหรับตัวรถ Bentley Torcal 2026 ได้รับการอัปเกรดภาษาการออกแบบภายนอกด้วยกระจังหน้ารูปทรงเพชรแบบลอยตัว (Floating Diamond Grille) ดีไซน์คมชัดราวกับอัญมณีลอยตัวอยู่ด้านหน้า

ขณะที่ภายในห้องโดยสาร สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการพัฒนากราฟิกบนหน้าจอแสดงผลดิจิทัลจากการถ่ายภาพแสงที่ส่องผ่านคริสตัลเจียระไนด้วยมือ (Hand-cut Crystal) ซึ่งรังสรรค์ร่วมกับแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Cumbria Crystal จาก Lake District ประเทศอังกฤษ นำความอบอุ่นและมิติทางธรรมชาติจากงานหัตถศิลป์จริงมาถ่ายทอดลงบนหน้าจอดิจิทัลได้อย่างมีเอกลักษณ์
ตัวรถพัฒนาบนสถาปัตยกรรมตัวถังพรีเมียมสำหรับรถไฟฟ้า (PPE Platform) ร่วมกับเทคโนโลยีระบบไฟ 800V วางตำแหน่งเป็น Ultra-luxury Urban SUV ขนาดความยาวไม่เกิน 5 เมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่คาดว่าจะมีพละกำลังมหาศาล พร้อมรองรับการชาร์จไฟความเร็วสูง (DC Fast Charging) ที่ชาร์จเพียง 7 นาที สามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้ถึง 160 กิโลเมตร

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การเผยน้ำนิมิตงานดีไซน์ของ Bentley Torcal 2026 ถือเป็นหมุดหมายที่น่าสนใจยิ่งสำหรับการก้าวเข้าสู่ยุค EV ของค่ายรถยนต์ระดับอุลตราลักชัวรีจากเมืองครูว์ แบรนด์ไฮเอ็นด์ระดับนี้มักจะเผชิญโจทย์ยากที่สุดเมื่อต้องเปลี่ยนผ่านพลังงาน นั่นคือการลบภาพจำของความเปรอะเปื้อนจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่แข็งกระด้าง แล้วแทนที่ด้วย “คุณค่าแห่งงานฝีมือที่จับต้องได้” (Craftsmanship)
ลวดลาย Bentley Diamond ที่แฟนคลับสายคลาสสิกรู้จักดีตั้งแต่ยุค 1920 มาตีความใหม่บนกระจังหน้าแบบลอยตัว ถือเป็นการรักษาอัตลักษณ์ Heritage ไว้ได้อย่างแยบยล แต่สิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้นคือการปฏิเสธการสร้างกราฟิกดิจิทัลบนหน้าจอแบบพิกเซลธรรมดา แล้วเลือกจับมือกับ Cumbria Crystal นำแสงธรรมชาติจากการเจียระไนคริสตัลด้วยมือจริงมารังสรรค์เป็น UI/UX ในรถ ซึ่งนับเป็นการผสมผสานโลกอนาล็อกและดิจิทัล (Phygital Experience) ที่สร้างความรู้สึกแตกต่างให้ผู้ครอบครองรู้สึกว่า รถคันนี้มิใช่เพียงแค่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ได้ แต่คือ “งานศิลปะเคลื่อนที่” สมราคาเบนท์ลีย์



