
ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความพร้อมในการลงแข่งขันรายการระดับนานาชาติ เอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ หรือ AXCR (Asia Cross Country Rally) ประจำปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จัดทัพส่ง Ford Ranger Raptor 2026 ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร จำนวน 2 คัน ลงสู้ศึกเพื่อป้องกันตำแหน่งแชมป์ และพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่สุดทรหดบนเส้นทางวิบากครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด รวมระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 10–15 สิงหาคม 2026 นี้ ตอกย้ำดีเอ็นเอความแข็งแกร่งระดับโลก
ทีม FTR ร่วมมือกับ ฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ในการพัฒนาตัวรถแข่ง Ford Ranger Raptor 2026 โดยได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคและชิ้นส่วนพิเศษจาก Ford Racing หน่วยงานกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี รถแข่งทั้ง 2 คันขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Bi-Turbo ทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างพิเศษที่อัปเกรดโช้กอัพ FOX แบบไลฟ์วาล์ว (Live Valve) ปรับเพิ่มค่าความหนืดให้รองรับสภาพพื้นผิวสุดท้าทาย ทั้งทางโคลน หลุมบ่อ ทางหิน และหินกรวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการซัพพอร์ตจากทีมวิศวกรโรงงานฟอร์ด ประเทศไทย หน่วยบริการเคลื่อนที่ MSV (Mobile Service Vehicle) และรถสนับสนุน Ford Ranger Super Duty 2026 จำนวน 2 คัน เพื่อการบรรทุกสัมภาระ ซ่อมบำรุง และลากจูงตลอดการแข่งขัน



ไลน์อัปนักแข่งและหมายเลขรถแข่งในการแข่งขัน AXCR 2026 ประกอบด้วย



- Ford Ranger Raptor 2026 หมายเลข 121 ขับโดย ไมเคิล ฟรีแมน ผู้อำนวยการทีมแข่ง ร่วมมือกับ ไชยยา ชมมาลี ผู้นำทางชาวไทย
- Ford Ranger Raptor 2026 หมายเลข 103 ขับโดย เบลีย์ โคล นักแข่งชาวอเมริกัน พร้อมด้วย ศิณพพงศ์ ไตรรัตน์ ผู้นำทางชาวไทย ดีกรีแชมป์เก่าในรุ่นโปรดักชัน เอเชีย (T2A) เมื่อปีที่ผ่านมา



นอกจากนี้ ทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ยังนำ Ford Ranger Raptor 2026 เข้าร่วมการแข่งขันรายการ ไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ (TRRC) 2026 และสามารถคว้าถ้วยรางวัลมาครองแล้วถึง 8 ถ้วยจากการแข่งขัน 3 สนามแรกในปีนี้



Bangkok Motorhaus มองอย่างไร



การที่ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าส่ง Ford Ranger Raptor 2026 ลงสู้ศึก Asia Cross Country Rally (AXCR) เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ในตลาดรถกระบะสมรรถนะสูง การเคลมตัวเลขแรงม้าหรือออปชันบนกระดาษอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้าสายลุยระดับฮาร์ดคอร์ การนำรถโปรดักชันที่มีพื้นฐานจากโรงงานมาปรับแต่งตามกติการุ่น T2A แล้วลงไปลุยในสภาวะการใช้งานจริงสุดโหดกว่า 2,000 กิโลเมตร คือการพิสูจน์ความทนทาน (Durability) และระบบช่วงล่างอันเป็นจุดขายหลักของ Ranger Raptor ได้อย่างชัดเจนที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจในเชิงเทคนิคของฤดูกาล 2026 คือการดึงทรัพยากรจาก Ford Racing และทีมวิศวกรโรงงานในไทยมาทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด การเก็บข้อมูล Telemetry และ Data Analytics จากสนามแข่งจริงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อนำมาเซตอัพระบบช่วงล่าง FOX Live Valve ให้เข้ากับสไตล์การขับขี่และสภาพถนนในภูมิภาคอาเซียน ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มโอกาสในการป้องกันแชมป์ AXCR เท่านั้น แต่ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ยังสามารถนำกลับไปใช้อัปเกรดและพัฒนาเซตอัปสำหรับรถยนต์เวอร์ชันขายจริงในอนาคตได้อีกด้วย อีกหนึ่งกิมมิกที่มองข้ามไม่ได้คือการนำรถกระบะรุ่นใหญ่อย่าง Ford Ranger Super Duty มาทำหน้าที่เป็นรถสนับสนุน (Support Vehicle) ในทีม ซึ่งเป็นการโชว์ศักยภาพด้านการบรรทุกหนักและการลากจูงของไลน์อัป Super Duty สู่สายตาสื่อมวลชนและแฟนมอเตอร์สปอร์ตไปในตัว ถือเป็นการใช้แพลตฟอร์มการแข่งขันสร้างอิมแพกต์ให้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างคุ้มค่า







