ข่าวประชาสัมพันธ์

สแกนเนีย เผยเบื้องหลังแชมป์รถบรรทุกยุโรปในไทย วางสเปกตามหน้างานและกฎหมายไทย พร้อมอบรมคนขับทุกสัปดาห์

สแกนเนีย สยาม เผยเบื้องหลังการเป็นแชมป์ยอดขายรถบรรทุกค่ายยุโรปในไทยกว่า 10 ปี ตั้งแต่การวางสเปกรถตามหน้างานจริงและกฎหมายไทยด้วยระบบโมดูลาร์ ไปจนถึงหลักสูตรอบรมคนขับทุกสัปดาห์ เพราะคนขับคือตัวแปรหลักของต้นทุนน้ำมัน ความปล

แชร์บทความ
สแกนเนีย เผยเบื้องหลังแชมป์รถบรรทุกยุโรปในไทย วางสเปกตามหน้างานและกฎหมายไทย พร้อมอบรมคนขับทุกสัปดาห์
อำนาจ ทองทัย และวีรพจน์ เอียดทองใส ผู้บริหารสแกนเนีย สยาม หน้าสำนักงานใหญ่และรถบรรทุก Scania

สแกนเนีย สยาม เปิดเบื้องหลังการเป็นแชมป์ยอดขายรถบรรทุกค่ายยุโรปในไทยต่อเนื่องกว่า 10 ปี ว่าเริ่มตั้งแต่ก่อนนำรถรุ่นใหม่เข้าตลาด ด้วยการวางสเปกรถให้ตรงกับหน้างานจริงและข้อกำหนดกฎหมายไทย ใช้ระบบชิ้นส่วนมาตรฐาน (Modular System) ปรับรถให้พอดีกับงานแต่ละประเภท และเสริมด้วยหลักสูตรอบรมพนักงานขับรถที่จัดทุกสัปดาห์

วางสเปกจากหน้างานจริงและกฎหมายไทย

วีรพจน์ เอียดทองใส ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมก่อนการขาย บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด อธิบายว่า หัวใจก่อนนำรถรุ่นใหม่ลงตลาดคือการศึกษาลักษณะหน้างานและความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทีมวิศวกรรมจะลงพื้นที่เก็บข้อมูลการใช้งานจริงร่วมกับฝ่ายขายและการตลาด และตรวจข้อกำหนดของกฎหมายไทย เช่น พิกัดน้ำหนักและความสูง ก่อนกำหนดสเปกรถที่จะนำมาจำหน่าย

ระบบโมดูลาร์ของสแกนเนียใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานนับพันชิ้นประกอบร่วมกัน ทำให้ทีมวิศวกรรมเลือกผสมและปรับสเปกได้อิสระเกิน 50% ทั้งขนาดเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ และอัตราทด เพื่อให้ได้รถที่พอดีกับงานโดยไม่เพิ่มต้นทุนเกินจำเป็นและไม่ลดประสิทธิภาพ

ตลาดขนส่งไทยยังมีกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ ทายาทธุรกิจ และพนักงานขับรถรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์และภาพลักษณ์ความพรีเมียมของรถสูงมาก บางรายให้คะแนนความพึงพอใจ 70–80% ตั้งแต่เห็นตัวรถและห้องโดยสาร โดยมีเงื่อนไขว่าเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังต้องตอบโจทย์งานควบคู่กัน ห้องขับของสแกนเนียออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อลดความเหนื่อยล้า การบาดเจ็บ และความเครียดของคนขับในการทำงานระยะยาว

รุ่นมาตรฐานของสแกนเนียในไทย

รถบรรทุก Scania Super หน้าตรง
รถบรรทุก Scania
  • หัวเก๋งขนาดเล็ก สำหรับงานระยะสั้นและวิ่งตู้คอนเทนเนอร์ — เช่น P 420 CP17L
  • หัวเก๋งขนาดใหญ่ ถังน้ำมันคู่ 835 ลิตร สำหรับงานระยะไกลข้ามแดน — เช่น P 420 CP20H
  • รุ่น 2 เพลา สำหรับงานบรรทุกหนัก 70–80 ตัน — เช่น P 460 CP20H 6X4
  • รถพิเศษตามสั่ง (S-Order) สำหรับงานเฉพาะทาง — เช่น หัวลากหนักระดับ 200–250 ตัน รถดับเพลิงหรือรถป้องกันสาธารณภัย และรถขุดเจาะ

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังหารถใหม่ท่ามกลางต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่สูง วีรพจน์แนะนำให้เริ่มจากรุ่นที่เข้าถึงได้ก่อน เพื่อสร้างกระแสเงินสดและวางฐานธุรกิจให้มั่นคง แล้วค่อยขยับไปรุ่นที่มีออปชันสูงขึ้นเมื่อธุรกิจเติบโต โดยยึดหลัก 3 ถูก คือ ถูกต้องตามกฎหมาย ถูกใจในรูปลักษณ์ และถูกสเปกกับลักษณะงาน

อบรมคนขับทุกสัปดาห์ ตัวแปรหลักของต้นทุนเดินรถ

อำนาจ ทองทัย ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษาด้านการขับขี่ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวว่า แม้รถจะวางสเปกมาดีเพียงใด ตัวแปรสำคัญที่สุดของต้นทุนการเดินรถโดยรวม (Total Operating Cost) คือพนักงานขับรถ ซึ่งคุม 3 ต้นทุนใหญ่ ได้แก่ ความประหยัดน้ำมัน ความปลอดภัย และการสึกหรอของรถ สแกนเนียจึงจัดหลักสูตรอบรมผู้ขับขี่ทุกสัปดาห์ เพื่อเปลี่ยนคนที่ “ขับรถได้” ให้เป็น “นักขับมืออาชีพที่ขับเป็น” ใช้ฟังก์ชันขั้นสูงของรถได้เต็มที่ เช่น ระบบเกียร์ Opticruise ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบป้องกันการลื่นไถล และการควบคุมรถขึ้น-ลงทางลาดชัน

หลักสูตรเน้นการปฏิบัติจริงคู่ทฤษฎี และสอนการวางแผนขับขี่ล่วงหน้า เช่น บริหารความเร็วไม่ให้รถหยุดสนิทก่อนถึงสัญญาณไฟจราจร เพราะการหยุดแล้วออกตัวใหม่ของรถบรรทุกหนัก 50 ตัน ต้องไล่เกียร์และใช้น้ำมันสูงถึง 1 ลิตรต่อครั้ง รวมถึงการคำนวณปริมาณน้ำมันกับระยะทาง ให้ผู้ประกอบการคุมต้นทุนได้แม่นยำ และปลูกฝังความรู้สึกเป็นเจ้าของรถด้วยคำถามว่า “ถ้านี่คือรถของคุณเอง คุณจะขับแบบนี้ไหม” เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงอย่างการปาดหน้า มุด แทรก หรือฝ่าไฟแดง

คนขับที่ผ่านการอบรมจะได้ใบรับรองจากสแกนเนีย อำนาจระบุว่าผู้ประกอบการได้ทั้งต้นทุนเดินรถที่ลดลง ใช้เงินรางวัลประหยัดน้ำมันจูงใจคนขับ ใช้มาตรฐานคนขับและรถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยื่นรับงานระดับสากล และนำค่าใช้จ่ายการอบรมไปขอลดหย่อนภาษีกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

ตัวเลขน้ำมัน 1 ลิตรต่อการหยุดแล้วออกตัวหนึ่งครั้ง อธิบายได้ดีว่าทำไมผู้ผลิตรถบรรทุกถึงลงทุนกับการอบรมคนขับ ไม่แพ้การพัฒนาเครื่องยนต์ รถบรรทุกที่วิ่งในเมืองเจอไฟแดงวันละหลายสิบครั้ง ส่วนต่างแบบนี้สะสมเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ได้เร็ว ในช่วงที่ราคาดีเซลยังกดดันธุรกิจขนส่ง การขายรถพร้อมระบบพัฒนาคนขับจึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจับต้องได้มากกว่าสเปกบนกระดาษ ถ้าคุณบริหารรถขนส่ง ระหว่างรถที่สเปกดีกว่ากับคนขับที่ผ่านการอบรม คุณจะลงทุนกับอะไรก่อน?

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top