มาครับ วันนี้เราอยู่กับ Geely Starray EM-R ซึ่ง EM-R จริง ๆ แล้วก็คือ เทคโนโลยี REEV ใช่ไหม Range Extended EV ก็คือ EV ที่มี เครื่องยนต์ช่วยเพิ่มระยะทาง วันนี้เราจะขับจากกรุงเทพฯ ไปเขาใหญ่ ไปกลับเกือบ 400 กิโลเมตร ตอนออกสตาร์ท ผมมาดูก่อนว่า ตัวแบตเตอรี่วิ่งได้ 98 กิโลเมตร ส่วนน้ำมันวิ่งได้ 894 กิโลเมตร รวมกัน 992 กิโลเมตร วันนี้จะมาพิสูจน์ความประหยัดว่าขุมพลังแบบนี้ หรือที่เรียกว่า EM-R จะใช้น้ำมันเท่าไหร่ ใช้ไฟเท่าไหร่
ถ้าจะสรุปคำว่า EM-R ในแง่ระบบขับเคลื่อนทั้งหมด ที่ใกล้เคียงที่สุดก็คือ e-POWER คล้าย e-POWER แต่แบตเตอรี่ใหญ่กว่า ทำให้ชาร์จไฟเข้าไปได้ ถ้าเป็นรุ่นอื่นตอนนี้ เครื่องยนต์ที่ปั่นไฟ จะปั่นไฟเข้าแบตเตอรี่ก่อน แล้วมอเตอร์ค่อยดึงไฟจากแบตไปใช้ แต่คันนี้พิเศษตรงที่ปั่นไฟ แล้วจ่ายไฟเข้ามอเตอร์โดยตรงได้ ซึ่งเขาเคลมว่าจะช่วยให้รถมี พละกำลังมากขึ้น
เรามาคุยสเปกคร่าวๆ ของ Geely Starray EM-R เวอร์ชันไทยมี 2 รุ่น คือรุ่น PRO กับรุ่น MAX ราคาประกาศออกมาแล้ว ตัว PRO จะอยู่ที่ 699,900 บาท ส่วนรุ่นท็อปคือตัว MAX ราคาจะอยู่ที่ 799,900 ทั้งสองรุ่นแตกต่างกันหลักๆ ก็คือ เรื่องของอุปกรณ์มาตรฐาน เพราะทั้งคู่ใช้เครื่องยนต์ EM-R บล็อกเดียวกันเลย ตัวนี้จะใช้ระบบขับเคลื่อนด้วย มอเตอร์ไฟฟ้าขับหน้า กำลังสูงสุดของมอเตอร์อยู่ที่ 218 แรงม้า แรงบิด 262 นิวตันเมตร ที่เพิ่มขึ้นมาคือเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร
บอกก่อนว่าเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรนี้ ใช้สำหรับปั่นไฟโดยเฉพาะ จุดหนึ่งที่เครื่องยนต์ตัวนี้พัฒนา กว่าตัวอื่นก็คือรองรับ E20 ส่วนใหญ่ถ้าดูปลั๊กอินตัวอื่นจะไม่รับถึง E20 อาจจะต้องเติมพวกโซฮอล 95 แต่คันนี้เติม E20 ได้ เคลมระยะทางขับขี่ไฟฟ้าอยู่ที่ 104 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC แต่ว่าที่เราสตาร์ทมา เมื่อกี้ แบตไม่ได้เต็ม โชว์อยู่ที่ประมาณ 98 แบตอาจจะอยู่สัก 95% ถ้าดูตามบาร์นะครับ ดีไซน์ภายนอกของ Starray EM-R
ต้องบอกว่าบอดี้ยกมาจาก Geely EX5 เลย แฝดกันเลย ถูกวางเป็นเอสยูวีขนาด C-Segment หรือ C-SUV ถ้าเทียบกับรถญี่ปุ่นก็พวก Honda CR-V ถ้าเป็นรถจีนด้วยกัน มีอะไรบ้างในกลุ่ม C-SUV ตอนนี้ก็มี MG HS PHEV, Haval H6 PHEV คุยกับ Geely เขาก็บอกตรง ๆ ว่า คันนี้พัฒนามาพร้อมกัน โดยรวมแล้วแพลตฟอร์มกับ EX5 เป็นแพลตฟอร์มเดียวกัน แต่ปรับเล็กน้อย เพราะต้องวางเครื่องยนต์และอื่น ๆ ปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ยังเป็น แพลตฟอร์มเดียวกัน สำหรับตัว MAX ออปชันเต็ม
ไฟหน้า ไฟท้าย LED กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า อันนี้นิดหนึ่ง ถ้าอยากได้กระจกมองข้าง พับไฟฟ้า ต้องซื้อตัว MAX เท่านั้น
ตัว MAX ได้ล้ออัลลอย 19 นิ้ว แบบนี้เลย แต่ถ้าเป็นตัว PRO จะได้ล้อขนาด 18 นิ้ว เพิ่มช่องดักลมที่กันชนหน้าขึ้นมา เพื่อรองรับเครื่องยนต์ที่ เพิ่มเข้ามา ถ้าเป็น EX5 ด้วยความที่เป็นรถไฟฟ้า ก็จะปิดทึบหมดเลย ส่วนตัว MAX เพิ่มมาก็คือนี่เลย หลังคาเปิด-ปิดไฟฟ้า มีม่านเปิด-ปิดได้ด้วย อันนี้ชอบมาก ที่เพิ่มขึ้นมาจากตัว PRO คือประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า คันนี้มีให้
ส่วนห้องโดยสารในตัวของ Starray EM-R มีสีเดียวเลยคือสีดำ ตัวห้องโดยสารก็คือยกมาจาก EX5 เลย ทั้งแผงคอนโซล ออปชั่น การจัดวางปุ่ม คือยกมาจาก EX5 เลย เหมือนกันเป๊ะ ดอกลำโพง Flyme Sound ก็ใช่ ทุกอย่างครบ แค่เปลี่ยนสีวัสดุ คันนี้มีตัว Head-up Display มาด้วย ขนาด 13.8 นิ้ว เรื่องของปุ่มต่าง ๆ ก็เหมือนกับตัว EX5 เลย มีปุ่ม shortcut เกี่ยวกับระบบปรับอากาศ รวมถึงปุ่ม Volume ตรงนี้ ตรงกลางมีที่ชาร์จไร้สาย วางมือถือได้ 2 ช่อง
แต่แผงชาร์จจริง ๆ มีแค่ช่องเดียว คอนโซลเป็นแบบ 2 ชั้น ข้างล่างวางของกระจุกกระจิกได้ มีช่อง USB เป็น USB Type-C 1 ช่อง และ USB Type-A อีก 1 ช่อง พวงมาลัยเป็นมัลติฟังก์ชันแบบ 2 ก้าน หน้าตาคุ้นเคยดี ในรุ่น MAX จะได้เครื่องเสียงที่ เพิ่มขึ้นมา เครื่องเสียงตัวนี้ได้ลำโพง 14 จุด บวก ลำโพงที่พนักพิงศีรษะ เฉพาะฝั่งคนขับอีก 2 จุด ซึ่งน่าจะเหมือน EX5 คือลำโพงตรง พนักพิงเอาไว้สำหรับระบบนำทางเท่านั้น ถ้าเปิดเพลง เสียงจะออกแค่
ลำโพงปกติ 14 จุด ห้องโดยสารผมว่ากว้างขวาง นั่งสบาย ด้วยความที่ใช้ร่วมกับตัว EV ด้วย ห้องโดยสารด้านหลังก็ นั่งสบาย นั่ง 3 คนสบาย ๆ ถือว่าเป็นรถครอบครัวที่น่าใช้คันหนึ่ง นี่คือบาร์ใหม่ในมุมมองของเรา ถ้าคุณกำลังมองหารถราคาสัก 5 แสน ซึ่งตอนนี้ในตลาดมีเยอะเลย คุณเพิ่มเงินอีกนิด เพิ่มเงินดาวน์ เพิ่มยอดผ่อนต่อเดือนอีกหน่อย ก็จับ C-SUV ของ Geely คันนี้ได้เลย แถมได้ขุมพลัง EM-R ด้วย เรื่องเบาะ ตัว MAX ตกแต่งด้วยสีดำ เบาะคนขับปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง
มีเมมโมรีมาให้ ส่วนเบาะคนนั่งปรับไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง และอีกอย่างที่เพิ่มขึ้นมาจากตัว PRO คือระบบระบายอากาศที่เบาะ พูดง่าย ๆ คือมีพัดลมเป่าในเบาะ ปรับได้ 3 ระดับ มีโหมดออโต้ด้วย ส่วนเบาะหลังพับแยกแบบ 60:40 ได้ และมีที่วางแขนด้านหลังมาให้ด้วย ซึ่งมีเฉพาะตัว MAX เท่านั้น ส่วนออปชันอื่น ๆ ถือว่าค่อนข้างครบครัน ยิ่งมองว่าคันนี้ราคาไม่ถึง 8 แสน กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ แผงบังแดดมีไฟ LED กระจกหน้าต่างไฟฟ้าขึ้น-ลงอัตโนมัติ
ทั้ง 4 บาน มีมาให้ครบ ส่วนระบบความปลอดภัย คันนี้
มีมาให้ครบเหมือน Geely EX5 เลย ทั้งระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ICC, AEB Adaptive Cruise Control พวกนี้มีครบ แต่ตัว MAX จะมีเพิ่มขึ้นมาคือ Blind Spot มีเฉพาะตัว MAX รวมถึงระบบ ช่วยเบรกขณะถอยหลัง ถ้ามีรถเคลื่อนผ่าน จะช่วยเตือนและช่วยเบรก อันนี้มีเฉพาะตัว MAX เหมือนกัน ถ้าอยากได้ก็ต้องจ่ายเพิ่มนิดหนึ่ง ส่วนเรื่องการขับขี่ ตอนนี้ผมขับมาได้ระยะหนึ่งแล้ว 100 กว่ากิโล เส้นทางหลักที่ทดสอบ คือออกจากกรุงเทพฯ ศรีนครินทร์ วิ่งวงแหวน
ออกองครักษ์ ตอนนี้กำลังไปทางแก่งคอย วิ่งออกมาทางนครนายก ถนนมีดีสลับแย่ แต่จะบอกว่า EX5 ไม่ใช่สิ รถคล้ายกัน Starray ขับดีเหมือนกันเลย ถ้าพูดถึง EX5 เราจะบอกว่าเป็นรถที่ขับดี นุ่มแน่น บุคลิกที่ Geely เซ็ตมา เขาบอกว่าช่วงล่างจูน สำหรับถนนประเทศไทยโดยเฉพาะ ผมยอมรับว่า Geely เซ็ตรถมาดี เรามักคิดเสมอว่าช่วงล่าง แบบนี้ผ่านแน่นอน ในการขับ เรียกว่าเกินมาตรฐาน เห็นราคาแล้วยิ่งเกินมาตรฐานด้วยซ้ำ อย่างเดียวที่ขับมาแล้วรู้สึกว่า
อาจจะด้อยกว่าตัว EV นิดหนึ่ง คือเรื่องการเก็บเสียง เพราะช่วงวงแหวนมีพวกรถบรรทุก วิ่งคู่กันมา เป็นรถที่มีเสียง ก๊องแก๊ง ๆ ของเหล็ก ก็จะได้ยินเสียงรถเทรลเลอร์แทรกเข้ามา แต่ถ้าถามเรื่องเสียงจากพื้นถนน เสียงลม ที่ความเร็ว 100 กว่า ๆ ถือว่าทำได้ดี เนียนมาก เรื่องพวงมาลัยกับเบรกจะบอกว่า แล้วแต่คนชอบ เพราะคันนี้เซ็ตได้ พวงมาลัยโหมดปกติจะหวิว ถ้าโหมดเบา ไม่ต้องพูดถึง เบามาก เบาจนเหวอเลย ทุกครั้งที่ขับเส้นทางแบบนี้ ผมเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ต ขับง่าย
มีแรงดึงคืนศูนย์ ผมว่าขับดีเลย เรื่องเสียงเครื่องยนต์ ตอนนี้แบตเตอรี่ใช้หมดแล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือเข้าโหมดไฮบริดแล้ว เอาเครื่องยนต์มาปั่นไฟแล้ว ซึ่งเสียงเครื่อง สำหรับผมที่เป็นคนนั่ง ไม่ค่อยรู้สึก แต่จะได้ยินช่วงที่เร่งแซง จะมีเสียงเครื่องคำรามเข้ามา ตอนนี้เราถึงจุดแวะพักช่วงเที่ยงแล้ว
ระยะทางที่ขับมาทั้งหมด 170 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง มีแวะพักเล็กน้อย
ขอให้ดูค่าเฉลี่ยก่อน จากเดิมที่ระยะวิ่งเกือบ 1,000 992 ถ้าจำไม่ผิด แบตจะคงไว้ราว 20 กว่า% เพราะเราเปิดโหมดไฮบริด ระบบจะรักษาไว้ราว 20% ส่วนน้ำมันหายไป 5% ในโหมดไฮบริด นี่ไง นี่คือรายละเอียดอัตราการใช้พลังงาน ถ้าคิดแบบไฮบริด ได้ 30.3 กิโลเมตรต่อลิตร ประหยัดมากเมื่อยังมีแบต ส่วนอัตรากินไฟ 8.1 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร ระยะทาง 170 กิโลเมตรจากจุดเริ่ม ตอนเริ่มหน้าจอโชว์ไว้ 992 กิโลเมตร ลบด้วย 826 ตอนนี้ ก็คือหายไป 166 กิโลเมตรตามหน้าจอ
แต่ระยะทางวิ่งจริงคือ 170
ถือว่าทำได้ดีกว่าที่หน้าจอบอก
ผมมาลองเป็นคนขับดูบ้าง สำหรับ Geely Starray EM-R ส่วนหนิงกระโดดไปนั่งข้างหลัง อยากลองเป็นผู้โดยสาร สัมผัสแรกคือสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้า ด้วยความที่คันนี้เป็นรถ REEV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว เครื่องยนต์มีหน้าที่แค่ปั่นไฟ เก็บเข้าแบตเตอรี่ หรือส่งไปที่มอเตอร์ เพราะฉะนั้นคันนี้เป็นรถที่ สมรรถนะค่อนข้างจี๊ดจ๊าดพอสมควร เพราะมอเตอร์มีพละกำลังถึง 218 แรงม้า เมื่อกี้ลองขับทางเขา มีขึ้นมีลง พูดได้เต็มปากว่าคันนี้ตอบสนองแบบ
รถไฟฟ้าแท้ ๆ เลย และมีแรงบิดให้ใช้เหลือเฟือ จากที่เคยขับรถดีเซล อาจจะต้องรอรอบบ้าง รอเทอร์โบทำงานบ้าง แต่คันนี้ไม่ต้อง กดปุ๊บมาปั๊บ ต้องบอกว่าทำงานได้ค่อนข้างเรียบเนียน ในความเร็วปกติ ถ้าใช้ความเร็วสัก 90–100 แทบจะไม่รู้เลยว่าเครื่องยนต์กำลังทำงาน จะมีก็ตอนเร่งแซง กดค้างสัก 3–4 วินาที เครื่องยนต์ถึงจะเริ่ม คำรามให้ได้ยิน ถ้าเป็นรถ REEV คันอื่นในตลาด ที่มาจากจีนด้วยกัน พูดตรง ๆ ว่าเวลาเครื่องยนต์ทำงาน เสียงเครื่องจะแทรกเข้ามาค่อนข้างเยอะ
เพราะเครื่องทำงานแบบรอบคงที่ รอบจะพุ่งสูงเวลาแบตเตอรี่หมด
เพราะฉะนั้นก็จะมีเสียงเครื่องยนต์ รบกวนอยู่ตลอดเวลา
แต่สำหรับคันนี้ ผมพูดได้เลยว่าที่ความเร็วปกติ ต่อให้ขับ 110–120 คุณแทบไม่รู้ว่าเครื่องยนต์ กำลังทำงานอยู่ด้วยซ้ำ ขนาดนั้นเลย อีกอย่างที่ไม่ชมไม่ได้คือ เรื่องช่วงล่าง ที่หนิงพูดไปเมื่อกี้ เรื่องการซับแรง ทำได้ค่อนข้างดี เนียนนุ่ม ถ้าผู้สูงอายุนั่งเบาะหลังก็ไม่น่าบ่น และที่ผมชอบอีกอย่างคือ รถจีนปกติเวลาตกหลุมหรือผ่านเนิน จะมีอาการเด้ง 2–3 ที แต่คันนี้ไม่มีเลย ผมพูดได้เลยว่าช่วงล่างตอบสนอง เหมือนรถอีวีญี่ปุ่นเลย สำหรับผม Starray EM-R
เหมาะกับคนที่อยากได้รถคันใหม่ แต่ยังไม่อยากกระโดดไปใช้รถไฟฟ้าเต็มตัว วันจันทร์ถึงศุกร์ขับไปทำงาน ก็ชาร์จไฟ วิ่งได้เกือบ 100 กิโลเมตร วิ่งจริงอาจจะอยู่สัก 80–90 ประมาณนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเท้าคุณหนักแค่ไหน แต่พอเสาร์อาทิตย์ คุณขับคันนี้ ไปเที่ยวต่างจังหวัดได้สบาย ๆ ไร้กังวล ไม่ต้องวิ่งหาที่ชาร์จ เหมือนรถไฟฟ้าแท้ ๆ ง่าย ๆ เลย ถ้าคุณไปหัวหิน ต่อให้ขับ Tesla ก็ต้องหาที่แถวหัวหิน ชาร์จสักหน่อยก่อนกลับกรุงเทพฯ ใช่ไหม แต่คันนี้ ถ้าไม่มีที่ชาร์จ
หรือที่ชาร์จเต็มขึ้นมา ก็หายห่วงเลย คุณเติมน้ำมันกลับบ้านได้ปกติ อันนี้คือข้อดี แต่คันนี้คุณไปได้เลย อยากไปเชียงใหม่ ลงใต้ ไปอีสาน ไปได้หมด ไม่ต้องง้อที่ชาร์จ ขับช่วงเทศกาลก็สบาย ขึ้นเขาลงห้วย สมรรถนะมอเตอร์เหลือ ๆ คันนี้ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์ ยิ่งมองเรื่องราคา ที่ถูกกว่าตัวไฟฟ้าอย่าง EX5 คุ้มนะ คุ้มมาก คันนี้ตัวท็อปอยู่ที่ 7 แสน 9 ใช่ไหม ซึ่งจะไปชนกับตัวเริ่มของ EX5 ตัวเริ่มหรือตัวกลาง ตัวเริ่ม อาจจะมีบางอย่างหายไป
แต่เป็นอุปกรณ์ อำนวยความสะดวกที่ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น แล้วแต่คุณ รีแคปไหมว่าต่างกัน ตรงไหนบ้าง อย่างเช่นที่เก็บของใต้เบาะ คันนี้ไม่มี เบาะนวด คันนี้ไม่มี ที่รองน่องสไตล์ออตโตมัน คันนี้ไม่มี ปุ่มเปิดหลังคา เพราะถ้าเป็นตัวนั้น ต้องกดผ่านหน้าจอ ซึ่งลำบาก แต่คันนี้มีปุ่มแยกมาให้เลย คุณคลำเจอแล้วเปิดได้ทันที เห็นรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ก็เหลือเรื่องผลการขับ เพราะคันนี้ เป็นเทคโนโลยีใหม่ จะประหยัดแค่ไหน คุ้มค่าหรือเปล่า ยิ่งวิ่งไฟฟ้าได้แค่ราว 100 กิโลเมตร
มาครับ ถึงที่หมายแล้ว จากมวกเหล็ก ถึงถนนศรีนครินทร์ วันนี้ขับเยอะ วันนี้วิ่งไปทั้งหมดตามหน้าจอ 392.4 กิโลเมตร เกือบ 400
มาดู ระยะทางคงเหลือ หน้าจอบอกว่ายังวิ่งได้ อีก 571 กิโลเมตร ตอนสตาร์ทเรามีแบตเตอรี่เต็ม
น้ำมันเต็มถัง ตอนนี้ก็คือโหมดไฮบริดล้วนแล้ว น้ำมันเหลืออยู่ที่ 65% ว่ากันตรง ๆ มาดูที่ตัวเลข อัตราสิ้นเปลือง หน้าจอเลือกดูได้ทั้ง 50 กิโลเมตรล่าสุด หรือ 100 กิโลเมตรล่าสุด อันนี้รถคำนวณ 100 กิโลเมตรล่าสุด คือช่วงตั้งแต่มอเตอร์เวย์ จนถึงตรงนี้ ถนนศรีนครินทร์ เป็นโหมดไฮบริดล้วน ใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟล้วน ๆ สำหรับรถ C-SUV ไม่แย่เลย ดูดีด้วย ยิ่งถ้ามีไฟด้วย ลองนึกภาพว่า ถ้าเป็นวันที่หาที่ชาร์จไฟไม่ได้ หรือเอารถไปต่างจังหวัด นี่คือตัวเลข
อัตราสิ้นเปลืองทางไกล เวลาคุณไปเที่ยวกับครอบครัว แต่วันนี้เรานั่งกันแค่ 2 คน ถ้านั่งเต็มคัน 5 คน บวกสัมภาระ ตัวเลขก็อาจจะลดลง ให้ดูเป็นแนวทางคร่าว ๆ สรุป บอกเลยว่าส่วนตัว Starray คันนี้ เลิศเลย พอเห็นราคา ได้ลองจับ ได้ลองสมรรถนะ ถามว่าดีที่สุดไหม ตัวเลขยังไม่ใช่ที่สุด แต่โดยรวมกลมกล่อมมากกับราคานี้ ด้วยราคานี้คุณได้ รถขนาดที่เทียบกับ C-SUV ในตลาด ได้หมดเลย เป็นรถครอบครัวแท้ ๆ นั่ง 5 คนสบาย สัมภาระก็สบาย กับราคาตัวท็อปไม่ถึง 8 แสน
เป็นอีกคันที่น่าจะทำตลาดแตกปีนี้ ด้วยราคาที่ดึงดูด สำหรับใครที่กำลังอยากได้รถใหม่พอดี ทั้งหมดนี้ก็คือ Geely Starray EM-R รถยนต์โมเดลใหม่ ผมว่าตลาดแตกแน่ปีนี้ แล้วพบกันคลิปหน้านะครับ พวกเรา Bangkok Motorhaus ครับ