NEWS

บีไอจี ขยายฟลีทรถบรรทุก Scania Super Euro 5 2026 เสริมแกร่งโลจิสติกส์พลังงานสะอาด หนุนดาต้าเซ็นเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์โตต่อเนื่อง

บีไอจี (BIG) เดินหน้าเสริมทัพฟลีทขนส่งแก๊สอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ส่งมอบรถหัวลาก Scania Super Euro 5 2026 ล็อตใหม่ ชูจุดเด่นประหยัดน้ำมัน ปลอดภัยระดับสากล รองรับสายการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง

แชร์บทความ
บีไอจี ขยายฟลีทรถบรรทุก Scania Super Euro 5 2026 เสริมแกร่งโลจิสติกส์พลังงานสะอาด หนุนดาต้าเซ็นเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์โตต่อเนื่อง
บีไอจี ขยายฟลีทรถบรรทุก Scania Super Euro 5 2026 เสริมแกร่งโลจิสติกส์พลังงานสะอาด หนุนดาต้าเซ็นเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์โตต่อเนื่อง (ปก)

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย ส่งผลให้ความต้องการแก๊สอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุด บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ บีไอจี (BIG) ผู้นำด้านนวัตกรรมแก๊สอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ได้ประกาศยกระดับประสิทธิภาพระบบซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ ด้วยการสั่งซื้อและรับมอบรถหัวลากพลังงานสะอาด Scania Super Euro 5 2026 เข้าประจำการในฟลีทขนส่ง เพื่อรองรับสายการผลิตของโรงงานและภาคธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูงทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง

ทางผู้บริหารด้านซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ของ บีไอจี เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นภายใต้กลยุทธ์ “มุ่งสร้างอนาคตที่สะอาดกว่า” (Generating a Cleaner Future) โดยได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีจาก Air Products and Chemicals, Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทั้งการบุกเบิกโครงการโรงแยกอากาศจากพลังงานความเย็นของ LNG ร่วมกับ ปตท. และการผลิตกรีนไฮโดรเจน (Green Hydrogen) แห่งแรกในไทย ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางของ บีไอจี สู่การเป็นผู้นำด้าน Low-Carbon Industrial Gas & Energy Solutions อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์สิ่งแวดล้อมสากล

เนื่องจากกระบวนการผลิตแก๊สอุตสาหกรรมเป็นวัตถุดิบสำคัญในสายการผลิตที่ต้องเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมงโดยปราศจากการสะดุด การบริหารจัดการโลจิสติกส์จึงมีความสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะการขนส่งผ่านฟลีทรถบรรทุกเฉพาะทางที่ต้องรองรับผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งกลุ่มแก๊สไวไฟสูงอย่างไฮโดรเจนและ LNG รวมถึงกลุ่มแก๊สอุณหภูมิต่ำยิ่งยวดอย่างไนโตรเจนเหลวและออกซิเจนเหลว ซึ่งจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด ทั้งตัวรถ ถังบรรจุ และความพร้อมของระบบขับเคลื่อนที่ไว้ใจได้ในระยะยาว

การเสริมทัพด้วยรถบรรทุก Scania Super Euro 5 2026 เข้าสู่ฟลีทอีกจำนวน 7 คัน ทำให้ปัจจุบัน บีไอจี มีฟลีทรถขนส่งแก๊สรวมทั้งสิ้นราว 82 คัน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์จากสแกนเนีย โดยทางผู้ผลิตได้ออกแบบเครื่องยนต์มาตรฐานไอเสีย Euro 5 ที่ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้เพิ่มขึ้นอีก 5-10% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ซึ่งสามารถนำไปคำนวณเป็นคาร์บอนเครดิตเพื่อสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยระดับสูงเพิ่มเติมตามมาตรฐานของ บีไอจี เช่น ระบบอินเตอร์คอมแจ้งเตือนผู้ขับขี่ล่วงหน้าเมื่อเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยง

ความร่วมมือระหว่าง บีไอจี และ สแกนเนีย ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 30 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนความพร้อมด้านการปฏิบัติงาน ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการของสแกนเนียที่ครอบคลุมทั่วประเทศ การวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และการจัดสรรอะไหล่แท้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้รถพร้อมวิ่งงานขนส่งได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรมผู้ขับขี่อย่างเข้มข้น เพื่อเสริมทักษะการขับขี่ที่ปลอดภัยและการประหยัดเชื้อเพลิงอย่างเต็มสมรรถนะ

นอกเหนือจากตัวรถแล้ว ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับบุคลากรผู้ควบคุมยานพาหนะ โดยกำหนดให้มีพนักงานขับรถ 2-3 คนต่อคันตามระยะทาง พร้อมจำกัดชั่วโมงทำงานมาตรฐานไม่เกิน 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (สูงสุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง) เพื่อลดความเหนื่อยล้า มุ่งเป้าสู่วัฒนธรรมความปลอดภัยอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Target Zero Accidents) ควบคู่กับโครงการยกย่องผู้ขับขี่ที่ทำสถิติปลอดภัยสะสมครบ 1 ล้านกิโลเมตร และกำลังเดินหน้าพัฒนาระบบจัดเที่ยวรถอัตโนมัติ (Auto Scheduling) เพื่อยกระดับการขนส่งในอนาคต

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การขยับตัวของ บีไอจี ในการเลือกรถหัวลากมาตรฐานไอเสีย Scania Super Euro 5 2026 ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการปรับตัวในภาคโลจิสติกส์อุตสาหกรรมหนัก (Heavy Commercial Transport) เพื่อตอบรับกระแสการลงทุนใน Data Center และ Semiconductor ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัล การเลือกใช้รถบรรทุกที่ลดการปล่อยมลพิษและประหยัดพลังงานได้จริง ย่อมช่วยให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในไทยมีความสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

ในอนาคตอันใกล้ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดในไทยเริ่มขยายตัวมากขึ้น เราอาจได้เห็นการก้าวข้ามไปสู่การใช้รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า (Battery Electric Truck) หรือแม้แต่รถบรรทุกไฮโดรเจนฟิวเซลล์ (Hydrogen FCEV) ในฟลีทขนส่งแก๊สอุตสาหกรรม ซึ่งน่าติดตามเป็นอย่างยิ่งว่า การผสานเทคโนโลยีระหว่างผู้ผลิตแก๊สอุตสาหกรรมชั้นนำและผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ระดับโลก จะสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบขนส่งสีเขียวของประเทศไทยได้เร็วเพียงใด

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top