
Mitsubishi Motors ประกาศเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ว่าจะเริ่มขาย ASX VR-e รถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ภายในปีนี้ โดยตัวรถผลิตป้อนแบบ OEM จาก Foxtron Vehicle Technologies บริษัทลูกของ Hon Hai Precision Industry หรือ Foxconn ผู้รับจ้างผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบ iPhone ให้ Apple
ASX VR-e วางตัวในกลุ่มเอสยูวีขนาดเล็ก ซึ่งความต้องการรถยนต์ไฟฟ้ายังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตเมือง ล่าสุด Mitsubishi Motors Australia เผยรายละเอียด 4 รุ่นย่อย ได้แก่ LS, Aspire, Exceed และ GSR พร้อมระบุว่าตัวรถออกแบบเส้นสายโดยสำนักออกแบบ Pininfarina จากอิตาลี


Foxconn สร้างตัวรถ Mitsubishi จูนช่วงล่างเอง
แม้ตัวรถจะผลิตโดย Foxtron แต่ทีมวิศวกรของ Mitsubishi ได้นำรถไปทดสอบบนถนนในออสเตรเลียอย่างละเอียด และปรับเซ็ตช่วงล่างเฉพาะ เพื่อให้รถตอบสนองฉับไวและเกาะถนนได้ดี ตอบสนองตามที่ผู้ขับต้องการ
ชื่อรุ่นก็ตั้งใจสื่อถึงสายเลือดเดิมของแบรนด์ ASX (Active Sports Crossover) เป็นชื่อเอสยูวีขนาดเล็กที่ทำตลาดในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มานาน ส่วน VR-e ได้แรงบันดาลใจจาก Galant VR-4 ซีดานสมรรถนะสูงในตำนานของ Mitsubishi โดยตัว e หมายถึงเทคโนโลยีไฟฟ้า
การจับมือครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระยะกลางถึงระยะยาวของ Mitsubishi ที่ใช้ความร่วมมือกับพันธมิตรในการทำรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ทั้งกลุ่มพันธมิตร Renault และ Nissan และพันธมิตรรายอื่น ขณะที่บริษัททุ่มกำลังพัฒนาไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ของตัวเอง
ดีไซน์เน้นแอโรไดนามิก ช่องลม S-duct กลางกันชน
งานออกแบบภายนอกเน้นลดแรงต้านอากาศ จุดเด่นคือช่องลม S-duct ที่รับลมจากกลางกันชนหน้าแล้วส่งข้ามผิวฝากระโปรง ร่วมกับบานเกล็ดกระจังหน้าแบบแอคทีฟที่เปิดปิดตามสภาพการขับขี่ ไฟหน้าและไฟท้าย เสา C และล้อลายเฉพาะ ใช้ลวดลายเส้นแนวนอนเป็นธีมเดียวกัน ทุกรุ่นมีไฟ LED แบบแถบยาวเต็มความกว้างทั้งด้านหน้าและด้านท้าย และมือจับประตูแบบเรียบไปกับตัวถัง


สเปกแบตเตอรี่ มอเตอร์ และการชาร์จ
รุ่นเริ่มต้น LS ใช้มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง แบตเตอรี่ลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 57.7 kWh รองรับชาร์จเร็ว DC หัว CCS2 สูงสุด 134 kW และชาร์จ AC หัว Type 2 สูงสุด 6.6 kW ปรับระดับการหน่วงพลังงานกลับได้ 5 ระดับ รวมโหมดขับด้วยแป้นเดียว (One Pedal) และมีโหมดขับขี่ ECO, Comfort และ Sport ส่วนซอฟต์แวร์อัปเดตผ่านระบบไร้สาย (OTA) ได้โดยไม่ต้องเข้าศูนย์

รุ่นท็อป GSR ใช้ระบบมอเตอร์คู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.9 วินาที (วัดแบบหักระยะออกตัว 30 ซม. หรือ 1-foot rollout) ทั้งนี้ Mitsubishi ยังไม่เปิดเผยกำลังมอเตอร์ ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ และราคา
ภายในจอ 15.6 นิ้ว มีระบบเฝ้าระวังผู้ขับ
ทุกรุ่นมาพร้อมหน้าจอสัมผัสกลาง 15.6 นิ้ว และหน้าจอแสดงข้อมูลผู้ขับแบบดิจิทัล 9.2 นิ้ว รุ่น LS มีระบบเฝ้าระวังผู้ขับ (Driver Monitoring System) แอร์อัตโนมัติแยกซ้ายขวา เครื่องเสียง 6 ลำโพง เบาะผ้าสีดำ/เทา เบาะคนขับปรับมือ 6 ทิศทาง เบาะหลังพับแยก 60/40 พร้อมช่องสอดของยาว กล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ถอยหลัง 2 จุด ไฟหน้า LED พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ และระบบกุญแจอัจฉริยะ


4 รุ่นย่อย LS, Aspire, Exceed, GSR ต่างกันอย่างไร
- LS: มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ล้อ 18 นิ้ว แบตเตอรี่ LFP 57.7 kWh อุปกรณ์ตามที่ระบุข้างต้น
- Aspire (เพิ่มจาก LS): มือจับประตูแบบเรียบทำงานอัตโนมัติ เบาะหนังสังเคราะห์สีดำ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมหน่วยความจำ เบาะคู่หน้ามีระบบทำความร้อนและระบายความเย็น เบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ไฟบรรยากาศภายในเลือกได้ 64 สี ห้องเก็บของด้านหน้า (Frunk) เปิดฝากระโปรงด้วยไฟฟ้า พื้นห้องสัมภาระหลังปรับระดับได้ ไฟหน้าปรับลำแสงอัตโนมัติ (Adaptive Driving Beam) เซ็นเซอร์หน้า 6 จุดและหลัง 6 จุด กล้องรอบคัน 360 องศา และระบบจอดอัตโนมัติ ล้อ 18 นิ้ว
- Exceed (เพิ่มจาก Aspire): ล้ออัลลอยทูโทน 20 นิ้ว หลังคากระจกพาโนรามา ประตูท้ายไฟฟ้าเปิดแบบไม่ต้องใช้มือ และเครื่องเสียงพรีเมียม SEAS 12 ลำโพง
- GSR (เพิ่มจาก Exceed): มอเตอร์คู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ เบาะหนังสังเคราะห์ผสมไมโครสเวด ด้ายเย็บสีฟ้า และสีตัวถังทูโทน




ในออสเตรเลีย ASX VR-e อยู่ในโปรแกรมรับประกันของ Mitsubishi ที่รับประกันตัวรถสูงสุด 10 ปีหรือ 200,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน) เมื่อเข้ารับบริการตามระยะที่ศูนย์ Mitsubishi ครบทุกครั้ง หากไม่ครบจะเหลือ 5 ปีหรือ 100,000 กม. และมีค่าบริการตามระยะแบบกำหนดราคาตายตัว 10 ปีหรือ 150,000 กม. ครอบคลุม 10 ครั้งแรก ทุก 15,000 กม. หรือ 12 เดือน
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ASX VR-e เป็นตัวอย่างชัดเจนของวิธีที่ Mitsubishi เลือกเดินในยุครถยนต์ไฟฟ้า แทนที่จะพัฒนา BEV ทั้งคันเอง บริษัทเลือกรับตัวรถจาก Foxtron แล้วเติมสิ่งที่เป็นตัวตนของแบรนด์ลงไป ทั้งการจูนช่วงล่าง ชื่อรุ่นที่ผูกกับ Galant VR-4 และโปรแกรมรับประกันระยะยาว ส่วนกำลังพัฒนาหลักเก็บไว้ทำไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดของตัวเอง ฝั่ง Foxconn ดีลนี้ก็พิสูจน์ว่าการรับจ้างผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ค่ายรถญี่ปุ่นทำได้จริง ไม่ต่างจากที่บริษัทเคยประกอบสมาร์ตโฟนให้แบรนด์ระดับโลก
สำหรับประเทศไทย Mitsubishi ยังเดินหน้าด้วยไฮบริด e:MOTION และ Pajero ใหม่เป็นหลัก ยังไม่มีการประกาศว่า ASX VR-e จะเข้ามาทำตลาดในไทย แม้ตัวรถที่พัฒนาให้ออสเตรเลียจะเป็นพวงมาลัยขวาอยู่แล้ว ถ้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตโดยบริษัทในเครือผู้ประกอบ iPhone ติดโลโก้สามเพชรมาขายในบ้านเรา คุณจะมั่นใจในตัวรถมากขึ้นหรือน้อยลง?









