
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) ทางนิสสันประกาศรายละเอียดโครงการนำร่องบริการรถขับขี่อัตโนมัติ ประจำปีงบประมาณ 2026 ในย่านนาดะโกโกะ (Nada Gogo) เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมเปิดรับผู้สนใจเข้าร่วมทดลองใช้บริการ โครงการนี้เป็นเฟสถัดจากการทดสอบภาคสนามปีงบประมาณ 2025 ที่ทางค่ายระบุว่าประสบความสำเร็จ
ในเฟสนี้ ทางนิสสันขยายพื้นที่ให้บริการในย่านผลิตสาเกชื่อดังแห่งนี้ และเพิ่มระบบเรียกรถและส่งรถตามความต้องการผ่านสมาร์ตโฟน โดยใช้รถขับขี่อัตโนมัติระดับ Level 2 ที่พัฒนาบนพื้นฐาน Nissan Serena มีผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัยอยู่บนรถ เป้าหมายคือพิสูจน์ว่าการขนส่งแบบขับขี่อัตโนมัติช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวกขึ้น สร้างการยอมรับของสังคม และนำไปสู่การฟื้นฟูพื้นที่ ทางค่ายตั้งเป้าเริ่มให้บริการแบบเก็บค่าโดยสารในปี 2027 (ค.ศ. 2027) และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในย่านนาดะโกโกะภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030)


ตรวจสอบหลายพื้นที่จากศูนย์เดียว
ประเด็นสำคัญของโครงการปีนี้คือการพิสูจน์ระบบตรวจสอบแบบรวมศูนย์ รถ Level 2 ทั้งในโยโกฮามาและโกเบจะถูกติดตามแบบเรียลไทม์จากศูนย์ปฏิบัติการระยะไกล (Remote Operations Center) ของนิสสันที่โยโกฮามา ทางค่ายมองว่าการดูแลหลายพื้นที่จากจุดเดียวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริการในอนาคต และลดภาระของชุมชนท้องถิ่นเมื่อมีการนำบริการลักษณะนี้เข้าไปใช้ โดยพื้นที่ที่ถูกตรวจสอบคือย่านมินาโตะมิไร/ไกนาอิ ในโยโกฮามา และย่านนาดะโกโกะกับพื้นที่โดยรอบในโกเบ


ภาพรวมโครงการปีงบประมาณ 2026
- พื้นที่ให้บริการ — ย่านนาดะโกโกะและพื้นที่โดยรอบ เมืองโกเบ
- ช่วงเวลา — 8 ธันวาคม (วันอังคาร) ถึง 18 ธันวาคม (วันศุกร์) 2569 (ค.ศ. 2026)
- วันให้บริการ — วันธรรมดาในช่วงดังกล่าว (วันอังคารถึงวันศุกร์)
- รถที่ใช้ — รถพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติบนพื้นฐาน Nissan Serena

หน่วยงานที่ร่วมโครงการ
- เมืองโกเบ — บริหารจัดการโครงการโดยรวม
- สมาคมผู้ผลิตสาเกนาดะโกโกะ (Nada Gogo Sake Brewers Association) — จัดหาจุดรับ-ส่ง และศึกษาแนวทางเชื่อมบริการรถขับขี่อัตโนมัติเข้ากับโรงผลิตสาเก
- Moplus Inc. — สนับสนุนการให้บริการและการวางกรอบการดำเนินงาน
- Nissan Motor Co., Ltd. — วางแผนและดำเนินโครงการนำร่อง รวมถึงจัดหาและปฏิบัติการรถขับขี่อัตโนมัติ

โครงการนี้ดำเนินการภายใต้โครงการ “Leading Project for Early Commercialization of Autonomous Driving Services” ของสำนักงานดิจิทัลญี่ปุ่น (Digital Agency) ในปีงบประมาณ 2025 และโครงการเงินอุดหนุน “Subsidy Program for Securing, Maintaining and Improving Regional Public Transportation (Project for Promoting the Social Implementation of Autonomous Driving)” ของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ในปีงบประมาณ 2026 ทางนิสสันระบุว่าต้องการสร้างสังคมที่ทุกคนเข้าถึงอิสระในการเดินทางด้วยเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและบริการโมบิลิตี้ และจะจัดโครงการนำร่องในภูมิภาคต่าง ๆ ต่อไป โดยปรับโซลูชันให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละชุมชน

ภาพใหญ่ของนิสสัน
ข่าวนี้สอดรับกับทิศทางที่ทางนิสสันวางไว้ เมื่อเดือนกันยายน 2569 ทางค่ายประกาศปรับฐานผลิตในญี่ปุ่นภายใต้วิสัยทัศน์ Mobility Intelligence for Everyday Life ตั้งเป้า 1 ล้านคันต่อปี ขณะที่ในไทย Serena เป็นหนึ่งในรุ่นที่ทางนิสสันเน้นขุมพลัง e-POWER ร่วมกับ Kicks และ X-Trail e-4ORCE โครงการที่โกเบจึงเป็นอีกมุมที่ชื่อ Serena ถูกใช้ในบทบาทแพลตฟอร์มทดสอบเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
จุดที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่ตัวรถ แต่เป็นศูนย์ปฏิบัติการระยะไกลที่ดูแลสองเมืองพร้อมกัน เพราะต้นทุนและภาระของบริการขับขี่อัตโนมัติมักอยู่ที่การดูแลรายพื้นที่ ถ้ารูปแบบรวมศูนย์ใช้ได้จริง การขยายไปเมืองที่สามหรือสี่จะง่ายขึ้นมาก ส่วนการเลือกรถ Level 2 ที่ยังมีผู้ขับขี่อยู่บนรถ ก็สะท้อนว่านิสสันเดินทีละขั้น เก็บข้อมูลและความยอมรับของผู้ใช้ก่อนเดินหน้าไปสู่การเก็บค่าบริการในปี 2027 และเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในปี 2030
สำหรับผู้ใช้รถในไทย ทางค่ายยังไม่ได้ระบุแผนนำบริการลักษณะนี้เข้ามา แต่โจทย์เรื่องขนส่งในเมืองท่องเที่ยวและชุมชนที่ขาดแคลนบริการสาธารณะนั้นไทยมีเหมือนกัน หากบริการเรียกรถไร้คนขับแบบนี้เกิดขึ้นในเมืองท่องเที่ยวของไทย คุณอยากให้เริ่มต้นจากเส้นทางแบบไหน?









