NEWS

Mazda จับมือ Yazaki ใช้ wire harness ที่ผลิตใกล้โรงงานประกอบด้วยระบบอัตโนมัติ เป็นครั้งแรกใน All-New MAZDA CX-5

ทาง Mazda และ Yazaki นำ wire harness (ชุดสายไฟรถยนต์) ที่ผลิตด้วยวิธีใหม่ ซึ่งอยู่ใกล้โรงงานประกอบและใช้ระบบอัตโนมัติ มาใช้เป็นครั้งแรกใน All-New MAZDA CX-5 พร้อมลดจำนวนรุ่นของสายไฟลงราว 80% เมื่อเทียบกับ CX-5 เจเนอเรชัน

แชร์บทความ
Mazda จับมือ Yazaki ใช้ wire harness ที่ผลิตใกล้โรงงานประกอบด้วยระบบอัตโนมัติ เป็นครั้งแรกใน All-New MAZDA CX-5
ผู้บริหาร Mazda และ Yazaki จับมือกันหน้าฉากโลโก้สองบริษัท
คาซูฮิโกะ สุมิ (ซ้าย) ของ Mazda และคูนิโอะ สึยูกิ (ขวา) ของ Yazaki

ทาง Mazda Motor Corporation และ Yazaki Corporation ประกาศผลลัพธ์แรกจากความร่วมมือพัฒนาการผลิตสายไฟรถยนต์ที่ดำเนินมาตั้งแต่ต้นปี 2565 (ค.ศ. 2022) โดยตั้งเป้าให้การผลิต wire harness อยู่ใกล้โรงงานประกอบรถยนต์มากขึ้น และเพิ่มระดับระบบอัตโนมัติ เพื่อสร้างซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่นและการผลิตที่ยั่งยืน ผลงานชิ้นแรกคือ wire harness จากวิธีผลิตใหม่นี้ถูกนำไปใช้ใน All-New MAZDA CX-5 เป็นครั้งแรก

ทำไมสายไฟรถยนต์จึงผลิตอัตโนมัติยาก

wire harness ทำหน้าที่กระจายพลังงานไฟฟ้าและส่งข้อมูลไปทั่วระบบของรถ เมื่อสเปกรถแต่ละรุ่นต่างกัน ก็ต้องนำสายไฟและขั้วต่อจำนวนมากมาประกอบรวมกันหลายรูปแบบ ทำให้ขั้นตอนการผลิตจำนวนมากยังต้องใช้มือคนทำอยู่ ขณะเดียวกันชิ้นส่วนที่หลากหลายขึ้นก็ทำให้การบริหารสต็อกและการผลิต-โลจิสติกส์ซับซ้อนตามไปด้วย

ทั้งสองบริษัทจึงเลือกแนวทางผลิตชิ้นงานสำเร็จรูปให้ใกล้โรงงานประกอบรถ (near-site production) ซึ่งช่วยให้การส่งมอบมีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและโลจิสติกส์ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่การทำให้แข่งขันได้ทางต้นทุนยังเป็นโจทย์ใหญ่ เพราะงานสายไฟมีขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนมาก การติดตั้งเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์เพียงอย่างเดียวจึงไม่พอจะทำให้เป็นอัตโนมัติได้

ออกแบบสายไฟและกระบวนการผลิตไปพร้อมกัน

ทางสองค่ายร่วมมือกันตั้งแต่ช่วงต้นของการพัฒนารถ ทบทวนทั้งรุ่นย่อย สเปก โครงสร้าง และขั้นตอนการผลิตของ wire harness โดยมองจากมุมของระบบอัตโนมัติ การออกแบบตัวสินค้าและกระบวนการผลิตพร้อมกันช่วยเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการผลิต ทำให้แข่งขันได้ดีขึ้น เมื่อรวมกับการปรับให้เหมาะสมทั้งคัน จำนวนรุ่นของ wire harness ที่ใช้ใน All-New MAZDA CX-5 ลดลงราว 80% เมื่อเทียบกับ CX-5 เจเนอเรชันก่อน

หุ่นยนต์สีน้ำเงินในสายการผลิต wire harness อัตโนมัติ
สายการผลิต wire harness อัตโนมัติของบริษัทในเครือ Yazaki ที่เมืองมิเนะ จังหวัดยามางูจิ

ผลที่ตามมาคือระบบผลิตและส่งมอบแบบใหม่ โดย Yazaki จัดซื้อชิ้นส่วนย่อย แล้วนำไปประกอบเป็น wire harness สำเร็จรูปที่โรงงานของบริษัทในเครือ Yazaki ในเมืองมิเนะ จังหวัดยามางูจิ (Mine City, Yamaguchi Prefecture) ก่อนส่งไปยังโรงงานของ Mazda ในจังหวัดฮิโรชิมะและยามางูจิ ระบบนี้ช่วยให้การผลิตในประเทศรับมือกับความต้องการที่ผันผวนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอกได้ยืดหยุ่นขึ้น พร้อมยกระดับประสิทธิภาพและความทนทานของซัพพลายเชนทั้งระบบ ทั้งสองบริษัทยังตั้งใจสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถการผลิตระดับภูมิภาค บ่มเพาะบุคลากรรุ่นต่อไป และรักษาทักษะงานผลิตไว้

ทั้งคู่วางแผนนำองค์ความรู้จากความร่วมมือนี้ไปใช้กับ wire harness ของรถรุ่นอนาคตด้วย โดยมุ่งสู่ซัพพลายเชนที่แข่งขันได้และการผลิตที่ยั่งยืน ผ่านการส่งมอบที่เสถียร ประสิทธิภาพการผลิตและโลจิสติกส์ที่ดีขึ้น และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ลดลง

เสียงจากผู้บริหารสองค่าย

คาซูฮิโกะ สุมิ (Kazuhiko Sumi) Corporate Leadership Executive Officer และ CSCO ของ Mazda กล่าวว่าโครงการนี้คือรูปธรรมของการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนและ “Mazda Manufacturing Innovation 2.0” ตามนโยบายบริหารปี 2573 (ค.ศ. 2030) ของค่าย โดยการร่วมสร้างกับพันธมิตรอย่างจริงจังทำให้ลดจำนวนรุ่นชิ้นส่วน ขยับการผลิตเข้าใกล้โรงงานประกอบ และเดินหน้าระบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเสริมทั้งความสามารถด้านต้นทุนและความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลง เขายังระบุว่าผลลัพธ์นี้จะไม่จำกัดอยู่แค่ “MAZDA CX-5” รุ่นใหม่ แต่จะนำไปหนุนการพัฒนาขีดความสามารถการผลิตระดับภูมิภาคและการถ่ายทอดเทคโนโลยีและทักษะสู่คนรุ่นต่อไปด้วย

คูนิโอะ สึยูกิ (Kunio Tsuyuki) Senior Managing Director ของ Yazaki กล่าวว่าเมื่อผู้ผลิตรถและซัพพลายเออร์มีเป้าหมายร่วมกันในการส่งมอบคุณค่าที่มากขึ้นให้ลูกค้า ทั้งสองฝ่ายก็สามารถผสานความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีข้ามขอบเขตขององค์กรเพื่อสร้างความได้เปรียบใหม่ได้ เขาย้ำว่าการผลักดันระบบอัตโนมัติไม่ได้มีเป้าหมายเพียงลดแรงงานหรือลดต้นทุน แต่เกี่ยวพันกับคุณภาพที่นิ่ง ผลิตภาพที่สูงขึ้น และการถ่ายทอดทักษะ ซึ่งนำไปสู่การผลิตที่ยั่งยืนในที่สุด

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

ข่าวนี้พูดถึงชิ้นส่วนที่ผู้ซื้อรถแทบไม่เคยเห็น แต่บอกทิศทางของ Mazda ได้ชัดกว่าที่คิด เมื่อเดือนมีนาคม 2568 (ค.ศ. 2025) ทางค่ายประกาศ Lean Asset Strategy ที่เน้นลดต้นทุนผ่านพันธมิตร การลดรุ่น wire harness ลงราว 80% และย้ายการประกอบสายไฟมาใกล้โรงงานจึงดูเป็นตัวอย่างรูปธรรมของแนวคิดนั้นในระดับชิ้นส่วน ไม่ใช่แค่คำประกาศในระดับบริษัท ส่วนที่น่าสนใจคือการลดจำนวนรุ่นชิ้นส่วนทำให้การผลิตง่ายขึ้นและเอื้อต่อระบบอัตโนมัติ ซึ่งสะท้อนว่าการออกแบบรถและการออกแบบสายการผลิตกำลังถูกคิดไปพร้อมกัน

สำหรับผู้ใช้รถในไทย ทางค่ายยังไม่ได้ระบุว่าผลดีนี้จะสะท้อนไปที่ราคา คุณภาพ หรือความเสถียรในการส่งมอบรถแค่ไหน และยังไม่ประกาศกำหนดเปิดตัว All-New MAZDA CX-5 ในไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อ ขณะที่ค่ายกำลังเดินหน้าหลายขุมพลังและปรับเครือข่ายผลิตในหลายภูมิภาค ถ้าความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของซัพพลายเชนกลายเป็นตัวตัดสินอีกชั้นหนึ่ง คุณคิดว่าผู้ซื้อรถควรให้น้ำหนักกับเรื่องเบื้องหลังโรงงานแบบนี้ในการเลือกแบรนด์มากน้อยแค่ไหน?

NEWS x CAR DATA

รถที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์นี้

เปิดข้อมูลรุ่นรถ ราคา สเปก รุ่นย่อย เปรียบเทียบ และสร้างภาพแชร์จากฐานข้อมูล Bangkok Motorhaus

ดู Car Database
CX-5 (KF)
Mazda

CX-5 (KF)

MY 2017 · SUV (รถยนต์เอนกประสงค์) · 2.0 S | summary: [P1] ขุมกำลัง: ICE / เชื้อเพลิงผสม (เบนซิน-E85) / C

1,219,000 - 1,859,000 บาท
ดูสเปกSave Image
City
Honda

City

MY 2019 · Sedan (รถยนต์นั่ง 4 ประตู) · ขุมกำลัง: ICE / เชื้อเพลิงเดี่ยว (เบนซิน) เครื่องยนต์ / มอเตอร์ / กำ

599,000 - 799,000 บาท
ดูสเปกSave Image

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top