NEWS

สรรพสามิตขีดเส้นค่ายรถยื่นขอเงินอุดหนุน EV3 ภายใน 5 ธ.ค. 2569 ส่วน EV3.5 ภายใน 30 มิ.ย. 2571

กรมสรรพสามิตเตรียมกำหนดวันสุดท้ายให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าที่ร่วมมาตรการรถยนต์ไฟฟ้ายื่นขอเงินอุดหนุนจากรัฐ มาตรการ EV3 ต้องยื่นภายใน 5 ธันวาคม 2569 และ EV3.5 ภายใน 30 มิถุนายน 2571 ไม่ยื่นตามกำหนดถือว่าหมดสิทธิ์ ผู้ซื้อรถไม

แชร์บทความ
สรรพสามิตขีดเส้นค่ายรถยื่นขอเงินอุดหนุน EV3 ภายใน 5 ธ.ค. 2569 ส่วน EV3.5 ภายใน 30 มิ.ย. 2571
อินโฟกราฟิกสรรพสามิตขีดเส้นยื่นขอเงินอุดหนุน EV3 5 ธ.ค. 2569 และ EV3.5 30 มิ.ย. 2571

กรมสรรพสามิตเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศ 3 ฉบับถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เพื่อปรับเงื่อนไขมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ทั้ง EV3 (ระยะที่ 1) และ EV3.5 (ระยะที่ 2) หลังคณะรัฐมนตรีรับทราบมติคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 สาระหลักคือการกำหนดวันสุดท้ายยื่นแบบคำขอรับเงินอุดหนุน ซึ่งประกาศเดิมไม่เคยกำหนดไว้ ร่างทั้งหมดยังต้องออกเป็นประกาศฉบับจริงก่อนมีผล

วันสุดท้ายยื่นขอเงินอุดหนุน EV3 และ EV3.5

มาตรการ ประกาศหลักที่ถูกแก้ วันสุดท้ายยื่นคำขอ
EV3 (ระยะที่ 1) 21 มี.ค. 2565 5 ธ.ค. 2569
60 วันนับจากมติ ครม. 6 ต.ค. 2569
EV3.5 (ระยะที่ 2) 28 ธ.ค. 2566 30 มิ.ย. 2571

ผู้ที่ต้องยื่นคือผู้ผลิตและผู้นำเข้าที่ทำข้อตกลงร่วมมาตรการกับกรมสรรพสามิต หากไม่ยื่นภายในกำหนด จะถือว่าไม่ได้สิทธิรับเงินอุดหนุนจากรัฐภายใต้มาตรการนั้นอีก กรมสรรพสามิตให้เหตุผลว่าประกาศเดิมไม่มีกรอบเวลาสิ้นสุดการยื่นคำขอ ทำให้บริหารงบประมาณได้ไม่ชัดเจน และต้องการนำงบประมาณที่เหลือไปใช้ด้านอื่น

อินโฟกราฟิกไทม์ไลน์มาตรการ EV3 และ EV3.5 ปี 2569–2571

เงินอุดหนุน EV3.5 ที่ยังมีผลถึงสิ้นปี 2570

รถยนต์นั่งราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท แบต 10 ถึงไม่ถึง 50 kWh แบต 50 kWh ขึ้นไป
นำเข้าหรือผลิตในไทย ขายภายใน 31 ธ.ค. 2567 50,000 100,000
นำเข้าหรือผลิตในไทย ขายภายใน 31 ธ.ค. 2568 35,000 75,000
ผลิตในไทย ขายภายใน 31 ธ.ค. 2570 25,000 50,000
อินโฟกราฟิกเงินอุดหนุน EV3.5 รถยนต์นั่งราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท

เงินอุดหนุนเป็นบาทต่อคัน และรถต้องจดทะเบียนภายในวันที่ 31 มกราคม ของปีถัดจากปีที่ขาย กระบะไฟฟ้าที่ออกแบบให้มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 4,000 กิโลกรัมได้ 100,000 บาทต่อคัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ 10,000 บาทต่อคัน เมื่อขายภายใน 31 ธันวาคม 2570 และจดทะเบียนภายใน 31 มกราคม 2571 ส่วนหลักเกณฑ์ของรถยนต์นั่งใช้กับรถยนต์โดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่งด้วย ดูราคารถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในไทยได้ที่ ราคารถยนต์ไฟฟ้า 2026

ชิ้นส่วนที่ต้องผลิตในไทย เปลี่ยนชื่อเป็น Integrated Inverter

ร่างทั้ง 3 ฉบับแก้ชื่อชิ้นส่วนสำคัญที่ต้องผลิตในประเทศ จาก “พีซียู อินเวอร์เตอร์ (PCU Inverter)” เป็น “ระบบตัวแปลงกระแสไฟฟ้า (Integrated Inverter)” ให้ตรงกับประกาศรถยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด ฉบับที่สามแก้ประกาศหลักเกณฑ์รถยนต์ไฟฟ้า ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2565 ที่ใช้คำเดียวกัน เงื่อนไขเดิมยังอยู่ คือผู้ร่วมมาตรการต้องเลือกใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในไทยอย่างใดอย่างหนึ่งตั้งแต่ 1 มกราคม 2569

แบตผลิตในไทย (2569) เพิ่ม 2573 เพิ่ม 2578
ระดับเซลล์ – –
ระดับโมดูล Inverter ไทย ชิ้นส่วน 1 ใน 5
ประกอบแพ็ก Inverter ไทย ชิ้นส่วน 2 ใน 5

ชิ้นส่วน 5 รายการ ได้แก่ มอเตอร์ขับเคลื่อน (Traction Motor) เกียร์ทดรอบ (Reduction Gear) คอมเพรสเซอร์ระบบปรับอากาศสำหรับรถไฟฟ้า ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) และระบบควบคุมการขับขี่ (DCU)

ประกาศ EV3 ฉบับที่ 3 เพิ่งลงราชกิจจานุเบกษา 27 ต.ค. 2569

ในสัปดาห์เดียวกัน ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกรมสรรพสามิตเรื่องหลักเกณฑ์มาตรการ EV3 (ฉบับที่ 3) ซึ่งลงนามตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2566 ประกาศนี้กำหนดให้ผู้ที่นำรถไฟฟ้าเข้ามาขายภายใต้ EV3 ต้องผลิตชดเชยในไทยอัตรา 1 ต่อ 1 (นำเข้า 1 คัน ผลิต 1 คัน) ภายใน 31 ธันวาคม 2567 หากจำเป็นต้องขยายเวลาถึง 31 ธันวาคม 2568 ต้องผลิตชดเชยเพิ่มเป็น 1 ต่อ 1.5 และรถนำเข้าต้องขายภายใน 31 ธันวาคม 2566 จดทะเบียนภายใน 31 มกราคม 2567

ประกาศกรมสรรพสามิต มาตรการ EV3 ฉบับที่ 3 ในราชกิจจานุเบกษา 27 ตุลาคม 2569 ข้อ 13.1 ผลิตชดเชย
ประกาศกรมสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) ราชกิจจานุเบกษา 27 ต.ค. 2569 ข้อ 13.1

คนซื้อรถไฟฟ้าต้องรู้อะไร

ผู้ซื้อไม่ต้องยื่นขอเงินอุดหนุนเอง การยื่นแบบคำขอเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ร่วมมาตรการ รถไฟฟ้าที่ผลิตในไทยยังมีสิทธิ์ตามมาตรการ EV3.5 สำหรับรถที่ขายภายใน 31 ธันวาคม 2570 ในอัตรา 25,000 หรือ 50,000 บาทต่อคันตามขนาดแบตเตอรี่

ส่วนภาษีประจำปี การลด 80% ตามพระราชกฤษฎีกาปี 2565 ใช้กับรถไฟฟ้าใหม่ที่จดทะเบียนถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 และลดเฉพาะปีแรกนับจากวันจดทะเบียน ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา รถไฟฟ้าที่จดทะเบียนหลังจากนั้นจึงเสียภาษีประจำปีอัตราปกติตามน้ำหนักรถ

พระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า พ.ศ. 2565 มาตรา 3
พระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า พ.ศ. 2565 มาตรา 3

มาตรการ EV3.5 สิ้นสุดวันไหน

เงินอุดหนุนตาม EV3.5 ใช้กับรถที่ขายภายใน 31 ธันวาคม 2570 และจดทะเบียนภายใน 31 มกราคม 2571 ส่วนผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องยื่นขอเงินอุดหนุนภายใน 30 มิถุนายน 2571 ตามร่างประกาศใหม่

มาตรการ EV3 กับ EV3.5 ต่างกันอย่างไร

EV3 เป็นระยะที่ 1 ตามประกาศ 21 มีนาคม 2565 ครอบคลุมรถนำเข้าปี 2564–2566 และรถผลิตในไทยปี 2565–2568 ส่วน EV3.5 เป็นระยะที่ 2 ตามประกาศ 28 ธันวาคม 2566 ครอบคลุมรถที่ขายปี 2567–2570 โดยเงินอุดหนุนลดลงเป็นขั้นตามปีที่ขาย

ผู้ซื้อรถต้องยื่นขอเงินอุดหนุนรถ EV เองไหม

ไม่ต้อง ผู้ยื่นแบบคำขอรับเงินอุดหนุนคือผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ทำข้อตกลงร่วมมาตรการกับกรมสรรพสามิต

ภาษีรถยนต์ไฟฟ้ายังลด 80% อยู่ไหม

การลด 80% ตามพระราชกฤษฎีกาปี 2565 ใช้กับรถไฟฟ้าใหม่ที่จดทะเบียนถึง 8 พฤศจิกายน 2568 และลดเฉพาะปีแรก ถึง 30 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ประกาศใช้

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การขีดเส้นยื่นคำขอคือการเริ่มปิดบัญชีมาตรการ EV3 ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2565 และวางกรอบปิด EV3.5 ไว้ที่กลางปี 2571 สำหรับคนซื้อ เงินอุดหนุน EV3.5 เหลือเฉพาะรถที่ผลิตในไทยและขายภายในสิ้นปี 2570 ส่วนส่วนลดภาษีประจำปีหมดรอบรับจดทะเบียนไปแล้ว ช่วงจากนี้ราคารถไฟฟ้าจึงขึ้นกับการแข่งขันของค่ายเองมากกว่าเงินช่วยจากรัฐ จนกว่าจะมีมาตรการใหม่ประกาศออกมา

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top