GUIDE

Mazda CX-6e รุ่นย่อย ต่างกันยังไง เทียบ Premium กับ Premium Sports ทั้งล้อ กระจก ภายใน และระยะวิ่ง

Mazda CX-6e รุ่นย่อยต่างกันยังไง คำตอบสั้น ๆ คือมี 2 รุ่น Premium 77.9 kWh ราคา 1,259,000 บาท และ Premium Sports 77.9 kWh ราคา 1,299,000 บาท ขุมกำลังเหมือนกัน ส่วนที่ต่างคือล้อ กระจกมองข้าง ภายใน เบาะหลัง และระยะทางต่อกา

แชร์บทความ
Mazda CX-6e รุ่นย่อย ต่างกันยังไง เทียบ Premium กับ Premium Sports ทั้งล้อ กระจก ภายใน และระยะวิ่ง
Mazda CX-6e สีม่วงเข้มมุมหน้าเฉียงในฉากสตูดิโอ
Mazda CX-6e มุมหน้าเฉียง

Mazda CX-6e รุ่นย่อย ต่างกันยังไง เป็นคำถามแรกที่คนสนใจรถไฟฟ้าคันนี้มักถาม หลังจากที่ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวในไทยเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 โดยทางค่ายเปิดขาย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Premium 77.9 kWh ราคา 1,259,000 บาท และ Premium Sports 77.9 kWh ราคา 1,299,000 บาท แพงกว่ากัน 40,000 บาท ทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ มอเตอร์ และตัวถังชุดเดียวกัน ความต่างจึงอยู่ที่ล้อและยาง กระจกมองข้าง วัสดุและสีภายใน เบาะหลัง และตัวเลขระยะทางที่วิ่งได้ ซึ่งแจกแจงไว้ด้านล่าง

Mazda CX-6e มุมหน้าตรงขณะวิ่งผ่านโครงสร้างอาคาร
ไฟหน้า LED Signature และกระจังหน้าของ CX-6e
  • Premium 77.9 kWh — 1,259,000 บาท · ล้อ 19 นิ้ว กระจกมองข้างปกติ ภายในดำ ระยะทาง NEDC 555 กม.
  • Premium Sports 77.9 kWh — 1,299,000 บาท · ล้อ 21 นิ้ว กระจกมองข้างและกระจกมองหลังดิจิทัล ภายในทูโทนม่วง-ขาว เบาะหลังระบายอากาศและอุ่นได้ ระยะทาง NEDC 524 กม.

Premium 77.9 kWh ได้อะไรเป็นมาตรฐาน

Premium ราคา 1,259,000 บาท คือรุ่นเริ่มต้นของ CX-6e และได้อุปกรณ์หลักครบตามรายการที่ใช้ร่วมกันทั้ง 2 รุ่น ตั้งแต่จอ Center Display 26.45 นิ้ว หลังคากระจกพาโนรามา ไปจนถึงระบบช่วยขับ 17 ระบบ ส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้คือล้อขนาด 19 นิ้ว (19x8J) ยาง 235/55R19 กระจกมองข้างแบบปกติ ปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว คู่กับกระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ ภายในใช้วัสดุตกแต่งผ้าและหนังสีดำ เบาะและพวงมาลัยหนังสีดำ เบาะคู่หน้ามีระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ

Premium Sports 77.9 kWh ได้เพิ่มอะไร

ส่วนต่าง 40,000 บาทของ Premium Sports แลกกับรายการที่เห็นและสัมผัสได้ชัดเจน เริ่มจากล้อ 21 นิ้ว (21x9J) ลาย Black Diamond Cut Double 5-Spoke สวมยาง 255/40R21 ถัดมาคือกระจกมองข้างดิจิทัล ปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว และกระจกมองหลังดิจิทัล ซึ่งทางมาสด้าระบุว่าเป็นครั้งแรกในรถมาสด้าที่ผลิตจำหน่าย ภายในเปลี่ยนเป็นหนังสีทูโทนม่วง-ขาว พร้อมพวงมาลัยหนังทูโทนดำ-ม่วง และเพิ่มระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะคู่หลัง จากที่ Premium มีเฉพาะเบาะคู่หน้า

ฝั่งตัวเลขการใช้งานจริง Premium Sports ให้ระยะทาง NEDC 524 กม. และ WLTP 468 กม. อัตราใช้พลังงาน 170 Wh/กม. เทียบกับ Premium ที่ NEDC 555 กม. WLTP 484 กม. และ 168 Wh/กม. ทั้งที่ใช้แบตเตอรี่ 77.9 kWh เท่ากัน ตัวเลขที่ลดลงจึงควรอ่านควบคู่กับล้อและยางขนาดใหญ่ของรุ่นนี้ สำหรับผู้ที่ขับทางไกลบ่อย ส่วนต่างตรงนี้เป็นข้อมูลที่ควรชั่งน้ำหนักเองเทียบกับหน้าตาและความสะดวกสบายที่ได้เพิ่ม

สเปกที่ต่างกันระหว่างรุ่นย่อย

  • ราคา: Premium 1,259,000 บาท · Premium Sports 1,299,000 บาท
  • ล้อและยาง: Premium 19 นิ้ว (19x8J) ยาง 235/55R19 · Premium Sports 21 นิ้ว (21x9J) Black Diamond Cut Double 5-Spoke ยาง 255/40R21
  • ระยะทาง NEDC: Premium 555 กม. · Premium Sports 524 กม.
  • ระยะทาง WLTP: Premium 484 กม. · Premium Sports 468 กม.
  • อัตราใช้พลังงาน: Premium 168 Wh/กม. · Premium Sports 170 Wh/กม.
  • กระจกมองข้างและกระจกมองหลัง: Premium กระจกปกติ ปรับ/พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว และกระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ · Premium Sports กระจกดิจิทัลทั้งมองข้างและมองหลัง
  • ภายใน: Premium วัสดุตกแต่งผ้าและหนังสีดำ เบาะและพวงมาลัยหนังสีดำ · Premium Sports หนังทูโทนม่วง-ขาว พวงมาลัยหนังทูโทนดำ-ม่วง
  • เบาะ: Premium ระบายอากาศและอุ่นเบาะคู่หน้า · Premium Sports ระบายอากาศและอุ่นเบาะทั้งคู่หน้าและคู่หลัง

ขุมกำลังและการชาร์จที่เหมือนกันทุกรุ่น

ทั้ง 2 รุ่นใช้แบตเตอรี่ LFP 77.9 kWh (CALB) แรงดัน 364 V และมอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 190 kW (258 แรงม้า) แรงบิด 290 Nm ผ่านเกียร์ Single-Speed อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. การชาร์จ AC สูงสุด 11 kW เติม 0-100% ใช้เวลา 7 ชม. 53 นาที ส่วน DC สูงสุด 194 kW เติม 10-80% ใช้เวลา 24 นาที หรือ 30-80% ใช้เวลา 15 นาที พอร์ตเป็น Type 2 / CCS Type 2 และการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังใกล้เคียง 50:50

อุปกรณ์ที่มีเหมือนกันทุกรุ่น

  • ไฟหน้า LED Signature เปิด-ปิดอัตโนมัติ และไฟท้าย LED Signature แบบ Cross Wing
  • หลังคากระจกพาโนรามา 1.05 ตร.ม. กรองแสง ลดความร้อน พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า
  • ประตูท้ายไฟฟ้า
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง ดันหลัง บันทึกตำแหน่งได้ · เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • AR Head-Up Display (Windshield Active Driving Display)
  • หน้าจอ Center Display สัมผัส 26.45 นิ้ว 5K แบ่งจอ Dual-split และหน้าจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
  • สั่งงานด้วยเสียงหลายภาษาและท่าทาง
  • ลำโพง 23 ตัว (รวมลำโพงที่พนักพิงศีรษะเบาะหน้า) พร้อมลำโพงภายนอก 1 ตัว
  • Ambient Light 256 สี
  • แอร์อัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์หลัง · ระบบฟอกอากาศพร้อมเครื่องกำเนิดไอออน กรองฝุ่น PM2.5
  • แท่นชาร์จไร้สาย
  • กล้อง 360 องศา See-Through View พร้อมเซ็นเซอร์หน้า-หลัง
  • ADAS 17 ระบบ เช่น SBS, MRCC Stop & Go และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  • ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง

ตัวถังมีขนาดยาว 4,850 มม. กว้าง 1,935 มม. สูง 1,620 มม. ฐานล้อ 2,902 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 160 มม. วงเลี้ยว 6.0 เมตร ช่วงล่างหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท หลังมัลติลิงก์ ดิสก์เบรก 4 ล้อ ห้องสัมภาระ 468 ลิตร (พับเบาะ 1,434 ลิตร) และ Frunk 80 ลิตร น้ำหนักรถ 2,130 กก. สีภายนอกมี 6 สี ได้แก่ Nightfall Violet/Jet Black, Machine Gray/Jet Black, Soul Red Crystal/Jet Black, Crystal White Pearl/Jet Black, Aero Gray/Jet Black และ Jet Black

การรับประกันและข้อเสนอเดือนตุลาคม 2569

  • รับประกันคุณภาพรถ 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ดอกเบี้ย 1.88% (ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน)
  • ประกันชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี
  • Home Charger ABB พร้อมติดตั้ง มูลค่า 39,990 บาท
  • Mazda Connectivity 5 ปี

Mazda CX-6e รุ่นไหนวิ่งได้ไกลที่สุด

รุ่น Premium วิ่งได้ไกลกว่า โดยระยะทาง NEDC 555 กม. และ WLTP 484 กม. ส่วน Premium Sports ได้ NEDC 524 กม. และ WLTP 468 กม. ทั้งที่ใช้แบตเตอรี่ 77.9 kWh เท่ากัน

Premium กับ Premium Sports ราคาต่างกันกี่บาท

Premium ราคา 1,259,000 บาท Premium Sports ราคา 1,299,000 บาท ต่างกัน 40,000 บาท

CX-6e ทั้ง 2 รุ่นมีกำลังและแบตเตอรี่ต่างกันไหม

ไม่ต่างกัน ทั้งคู่ใช้แบตเตอรี่ LFP 77.9 kWh มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหลัง 190 kW (258 แรงม้า) แรงบิด 290 Nm อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 7.9 วินาที

กระจกมองข้างดิจิทัลของ CX-6e มีในรุ่นไหน

มีเฉพาะ Premium Sports ซึ่งใช้กระจกมองข้างและกระจกมองหลังแบบดิจิทัล ส่วน Premium ใช้กระจกมองข้างปกติ และกระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

Bangkok Motorhaus มองว่าการแบ่งรุ่นของ CX-6e ค่อนข้างตรงไปตรงมา ทางมาสด้าวางขุมกำลังและอุปกรณ์หลักให้เท่ากันทั้งสองรุ่น แล้วใช้ส่วนต่าง 40,000 บาทไปกับสิ่งที่เห็นและสัมผัสได้ ทั้งล้อ 21 นิ้ว กระจกดิจิทัล ภายในทูโทน และเบาะหลังที่ระบายอากาศและอุ่นได้ ขณะที่ราคาที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ซื้อกำลังหรือแบตเตอรี่ที่มากขึ้น ตัวเลขระยะทางของ Premium Sports ที่ต่ำกว่าเล็กน้อยทั้งตามมาตรฐาน NEDC และ WLTP จึงเป็นราคาที่ต้องจ่ายอีกแบบ ไม่ได้อยู่ในป้ายราคา

สิ่งที่ Bangkok Motorhaus จับตาคือกระจกมองข้างดิจิทัลซึ่งเป็นครั้งแรกในรถมาสด้าที่ผลิตจำหน่าย ว่าผู้ใช้จริงจะคุ้นชินกับมุมมองและภาพตอนขับกลางคืนหรือในฝนได้ดีแค่ไหน เพราะเป็นจุดที่แต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน ระหว่างระยะทางที่มากกว่ากับอุปกรณ์และความหรูที่ครบกว่า คุณให้น้ำหนักกับอะไรมากกว่ากัน?

NEWS x CAR DATA

รถที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์นี้

เปิดข้อมูลรุ่นรถ ราคา สเปก รุ่นย่อย เปรียบเทียบ และสร้างภาพแชร์จากฐานข้อมูล Bangkok Motorhaus

ดู Car Database

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top