
ทาง BMW Group ประกาศเริ่มการผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูง Gen6 ที่เสิ่นหยาง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) ต่อจากฐานที่เมืองเดเบรเซน ประเทศฮังการี และเมืองอีร์ลบัค-สตราสเคียร์เชิน ประเทศเยอรมนี ทำให้เสิ่นหยางเป็นแห่งที่ 3 ของเครือข่ายผลิตแบตเตอรี่เจนเนอเรชันที่ 6 ทั่วโลก แบตเตอรี่ที่ผลิตในพื้นที่จะเป็นหัวใจพลังงานของรถ Neue Klasse รุ่นอนาคตที่สร้างในจีน
ดร.เรย์มอนด์ วิทท์มันน์ (Dr. Raymond Wittmann) สมาชิกคณะกรรมการบริหาร BMW AG ที่รับผิดชอบด้านการผลิต กล่าวว่า แบตเตอรี่แรงดันสูงเป็นชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดของ BMW Group ในอนาคต การเริ่มผลิต Gen6 ในจีนสะท้อนว่าค่ายนำเทคโนโลยีล่าสุดเข้าสู่สายการผลิตทั่วโลกได้รวดเร็วและเป็นระบบ
เซลล์ทรงกระบอกรุ่นใหม่ ชาร์จเร็วขึ้น วิ่งไกลขึ้น
แบตเตอรี่ Gen6 ใช้เซลล์ทรงกระบอกที่พัฒนาใหม่ เมื่อเทียบกับเซลล์เจนเนอเรชันก่อน ให้ความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้นกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ความเร็วในการชาร์จและระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้นได้สูงสุด 30 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ใช้รถ ตัวเลขนี้หมายถึงเวลาจอดชาร์จที่สั้นลงและระยะวิ่งต่อการชาร์จที่มากขึ้นในรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ชุดนี้
เบื้องหลังคือแนวคิด cell-to-pack ที่ฝังเซลล์ทรงกระบอกเข้ากับตัวเรือนแบตเตอรี่โดยตรง ตัดระดับโมดูลแบบเดิมออก ทำให้ใช้พื้นที่ติดตั้งได้คุ้มขึ้น และนำแบตเตอรี่ไปใช้กับรถหลายรุ่นได้ยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังมี Energy Master หน่วยควบคุมกลางที่ BMW Group พัฒนาเอง ติดตั้งบนตัวแบตเตอรี่ รวมฟังก์ชันจ่ายไฟและบริหารจัดการแบตเตอรี่ที่จำเป็นไว้ในชุดเดียว

เครือข่ายผลิตแบตเตอรี่ Gen6 ทั่วโลก
BMW Group กำลังวางเครือข่ายผลิตแบตเตอรี่เจนเนอเรชันที่ 6 ให้อยู่ใกล้โรงงานประกอบรถแต่ละแห่ง เพื่อลดระยะขนส่ง สร้างความมั่นคงของซัพพลาย และเพิ่มความทนทานของเครือข่าย ฐานประกอบแบตเตอรี่ที่เมืองวูดรัฟ สหรัฐอเมริกา และซานหลุยส์โปโตซี เม็กซิโก จะเริ่มผลิตจริงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยทุกแห่งใช้มาตรฐานการผลิต คุณภาพ และความปลอดภัยเดียวกัน ขณะที่แต่ละฐานใส่ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและซัพพลายเออร์ในท้องถิ่นเข้าไป

กระบวนการดิจิทัลคุมคุณภาพ
สายการผลิต Gen6 ผสานกระบวนการผลิตความแม่นยำสูงเข้ากับการประกันคุณภาพดิจิทัลตลอดสาย ข้อมูลการผลิตถูกเก็บและวิเคราะห์ทุกขั้นตอน โดยใช้ดิจิทัลทวิน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตรวจสอบด้วย AI ช่วยจับความเบี่ยงเบนตั้งแต่ระยะแรกและตรวจย้อนกลับได้ ระบบตรวจสอบในสายการผลิตยังเฝ้าดูรอยเชื่อมเลเซอร์แบบเรียลไทม์ และแบตเตอรี่ทุกชุดต้องผ่านการทดสอบด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และการทำงานเมื่อจบกระบวนการประกอบ

ภาพใหญ่ของ BMW กับ Neue Klasse
ข่าวนี้ต่อจากเส้นทางของ Neue Klasse ที่เริ่มผลิตปลายปี 2568 (ค.ศ. 2025) โดยเปิดตัวด้วย iX3 และเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เริ่มส่งมอบ BMW iX3 50 xDrive M Sport ล็อตแรกในไทย เป็นรถไฟฟ้ารุ่นแรกของตระกูล Neue Klasse ที่เข้าสู่ตลาดไทย โดยนำเข้าจากโรงงานเดเบรเซน ฮังการี การขยายฐานผลิตแบตเตอรี่ Gen6 ไปยังจีนจึงเป็นอีกชิ้นของแผนส่งรถใหม่และรุ่นปรับปรุงมากกว่า 40 รุ่นภายในปี 2570 (ค.ศ. 2027) ที่ครอบคลุมทุกขุมพลัง ส่วนในไทย โรงงาน BMW ระยองประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงให้รถปลั๊กอินไฮบริดที่ประกอบในประเทศมาตั้งแต่ปี 2562 (ค.ศ. 2019) และเริ่มก่อสร้างโรงงานประกอบแบตเตอรี่ Gen5 ขนาด 4,000 ตารางเมตร มูลค่าลงทุนกว่า 1.6 พันล้านบาท เมื่อเดือนมีนาคม 2567 (ค.ศ. 2024)
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ข่าวนี้บอกว่า BMW เลือกวางโรงงานแบตเตอรี่ไว้ข้างโรงงานรถ ไม่ใช่ขนข้ามทวีปแล้วค่อยประกอบ เสิ่นหยางเป็นฐานที่ 3 ใน 5 ฐานของเครือข่าย Gen6 ซึ่งช่วยให้ Neue Klasse ขยายการผลิตได้เร็วโดยไม่ต้องผูกกับโรงงานแบตเตอรี่แห่งเดียว จุดที่น่าสนใจคือมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกที่ค่ายย้ำ เพราะคุณภาพของแบตเตอรี่ที่ผลิตหลายประเทศต้องออกมาไม่ต่างกันจริง ๆ
สำหรับตลาดไทย ทางค่ายยังไม่ได้ระบุว่ารถรุ่นไหนจะใช้แบตเตอรี่จากฐานใด และยังไม่มีการยืนยันเรื่องการผลิตรถไฟฟ้าล้วนในไทย สิ่งที่ต้องจับตาคือเมื่อ Gen6 ถูกนำไปใช้กับรถรุ่นใหม่ของ Neue Klasse มากขึ้น ตัวเลขชาร์จเร็วขึ้นและวิ่งไกลขึ้นสูงสุด 30 เปอร์เซ็นต์ จะปรากฏเป็นสเปกจริงในรุ่นที่เข้ามาขายในไทยหรือไม่ แล้วคุณจะให้น้ำหนักกับความเร็วในการชาร์จหรือระยะวิ่งมากกว่ากันเมื่อเลือกรถไฟฟ้าคันต่อไป?







