
ทางนิสสันประกาศเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ว่าเริ่มขยายตลาดกระบะรุ่นใหม่ Frontier Pro / Navara Pro ไปทั่วโลก โดยเม็กซิโกซึ่งนิสสันเป็นผู้นำตลาดจะเริ่มขายในเดือนตุลาคม และเป็นตลาดแรกนอกประเทศจีน รถรุ่นนี้มีให้เลือกทั้งขุมกำลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าบนกระบะคันแรกของนิสสัน และรุ่นเครื่องยนต์สันดาป (ICE โดยชื่อ Frontier Pro ใช้ในบางตลาด ส่วน Navara Pro ใช้ในอีกบางตลาด
อ่านเพิ่มเติม: รถ PHEV ในไทย 2026 มีรุ่นไหนบ้าง ครบ 34 รุ่น เทียบราคา แบต ระยะวิ่งไฟฟ้า และรุ่นที่ชาร์จ DC ได้
การเปิดตัวเริ่มจากเม็กซิโกในเดือนตุลาคม ตามด้วยฟิลิปปินส์ในเดือนพฤศจิกายน ส่วนตะวันออกกลางและตลาดละตินอเมริกาอื่น ๆ จะตามมาภายในสิ้นปี 2026 สำหรับตลาดพวงมาลัยขวากลุ่มแรกอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มีกำหนดในปี 2027


ขุมกำลัง PHEV และ ICE เลือกตามตลาด
ตัวรถพัฒนาระบบปลั๊กอินไฮบริดไว้ 2 ขนาด คือ 1.5 ลิตร และ 2.0 ลิตร ควบคู่กับรุ่นเครื่องยนต์สันดาปอีก 1 แบบ โดยทางค่ายระบุว่าการเลือกขุมกำลังจะต่างกันไปตามความต้องการของแต่ละตลาด รุ่น ICE จะขายในตะวันออกกลาง ขณะที่รุ่น PHEV จะขายในละตินอเมริกา อาเซียน และโอเชียเนีย รุ่น PHEV ยังมีความสามารถ Vehicle-to-Load ที่จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้ ซึ่งมีประโยชน์กับงานนอกสถานที่และการใช้ชีวิตกลางแจ้ง


ผลิตในจีน เพื่อส่งออกทั่วโลก
Frontier Pro / Navara Pro ออกแบบ พัฒนา และผลิตโดย Zhengzhou Nissan Automobile Co. Ltd กิจการร่วมทุนของนิสสันในจีน และเป็นรถนิสสันรุ่นแรกที่พัฒนาและผลิตในจีนเพื่อส่งออกไปทั่วโลก ภายใต้มาตรฐานการผลิตของนิสสัน ทางค่ายมองจีนเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ วิศวกรรม และการผลิต นอกจากกระบะรุ่นนี้ นิสสันยังประกาศแผนส่งออกซีดานไฟฟ้า N7 จากจีนไปยังตลาดรวมถึงอาเซียนและละตินอเมริกาด้วย

กีโยม การ์ติเยร์ (Guillaume Cartier) Chief Performance Officer ของนิสสัน กล่าวว่า “Frontier Pro / Navara Pro แสดงให้เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อความคิดใหม่ถูกเปลี่ยนเป็นความสามารถใช้งานจริง” และเสริมว่ากระบะรุ่นนี้รวมเทคโนโลยีขั้นสูง สมรรถนะ และคุณภาพความทนทานแบบนิสสัน ให้เป็นกระบะที่ท้าทายความคาดหมายแต่ยังใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
ดีไซน์และห้องโดยสาร
ทางนิสสันวางตำแหน่งรถรุ่นนี้เป็นกระบะสำหรับงาน ครอบครัว และชีวิตประจำวัน ด้วยรูปทรงแข็งแกร่งทนทาน และห้องโดยสาร 5 ที่นั่งที่กว้างขวาง ภาพจากงานเปิดตัวแสดงด้านหน้าที่ใช้ไฟหน้า LED ต่อเนื่องกับแถบไฟแนวนอนกลางกระจังหน้า ป้าย Frontier Pro Plug-in Hybrid ที่กันชนหน้าและฝาท้าย แคร่ครอบกระบะด้านหลัง และล้อพร้อมยางลายหนาสำหรับทางลุย


ภายในใช้พวงมาลัยทรงเหลี่ยมมนที่มีขอบสีทองแดง จอแสดงผลหน้าไดรเวอร์คู่กับจอสัมผัสกลางขนาดใหญ่ ปุ่มปรับแอร์แบบกดเรียงแถวด้านล่าง และคันเกียร์ที่ฐานคอนโซล ส่วนคอนโซลมีสวิตช์เลือกโหมดขับเคลื่อน 2H AUTO 4H และ 4L เบาะหนังสีดำทั้งแถวหน้าและแถวหลัง ในภาพแถวหลังเป็นเบาะยาวพร้อมหมอนรองศีรษะ 3 ตำแหน่ง ทั้งนี้ทางนิสสันยังไม่เปิดสเปกรายละเอียดอย่างกำลัง แบตเตอรี่ หรือระยะวิ่ง




กระบะรุ่นนี้อาจไม่ได้มาไทย แต่ไปตลาดที่ไทยส่งออก
รายชื่อตลาดที่ประกาศทำตลาด มีฟิลิปปินส์ ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ขณะที่ประเทศไทยยังไม่อยู่ในรายชื่อ ประเด็นที่น่าสนใจคือ Navara เป็นรถส่งออกหลักของนิสสันจากไทย ส่งออกไปยัง 105 ปลายทางทั่วโลก และฟิลิปปินส์กับออสเตรเลียเป็นปลายทางส่งออกอันดับต้นของนิสสันจากไทย สองตลาดนี้เป็นตลาดที่ Navara Pro ผลิตในจีนกำลังจะเข้าไปเช่นกัน
ฐานผลิตไทยของนิสสันเองก็ปรับทิศทางไปทาง e-POWER ระบบไฮบริดแบบใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อ ตามแผน Re:Nissan นิสสัน ประเทศไทย รวมสายการผลิตที่โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการเสร็จตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 (ค.ศ. 2025) โรงงานรองรับอัลเมร่า คิกส์ e-POWER นาวารา และเทอร์ร่า จากนั้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 (ค.ศ. 2026) ทางค่ายเริ่มผลิต All-New Kicks e-POWER ในไทย และส่งออกไปฟิลิปปินส์ ซึ่งเปิดตัวที่นั่นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569
ฝั่งตลาดในประเทศ ยอดขายเดือนสิงหาคม 2569 ตามตัวเลขของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รถกระบะเครื่องยนต์สันดาปขายได้ 10,087 คัน ลดลง 7.43% ขณะที่รถยนต์นั่งไฟฟ้า BEV ขาย 19,721 คัน และไฮบริด HEV 14,807 คัน ซึ่งขึ้นอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ ส.อ.ท. ระบุว่าตลาดรถกระบะหดตัวสะสมประมาณ 63% นับตั้งแต่ปี 2565 แต่กระบะสันดาปยังครองสัดส่วน 44.4% ของการผลิต และ 56.1% ของการส่งออก


จากยอดขายรถกระบะ 1 ตันปี 2569 อยู่ที่ราว 1.71 แสนคัน หดตัวประมาณ 7% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 24 ปี และภาษีสรรพสามิตใหม่ปี 2569 ที่คิดตามการปล่อยคาร์บอน ส่งผลกระทบต่อกระบะและ PPV ดีเซล
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องของกระบะรุ่นใหม่รุ่นเดียว แต่เป็นสัญญาณว่านิสสันเริ่มแยก “ที่พัฒนารถ” กับ “ที่ผลิตรถ” ออกจากกันตามตลาด กระบะ PHEV ที่ทำในจีนจะไปขายในอาเซียนและโอเชียเนีย ขณะที่โรงงานไทยซึ่งเคยเป็นฐานของ Navara กำลังเน้นรุ่น e-POWER อย่าง Kicks และตลาดกระบะดีเซลในประเทศก็ยังหดตัว ภาพรวมจึงสอดคล้องกัน คือกระบะสันดาปในไทยกำลังถูกกดดันทั้งจากตลาดและภาษี และนิสสันมีทางเลือกใหม่ในการเติมผลิตภัณฑ์กระบะให้ตลาดส่งออกเดิมของไทย
สิ่งที่จับตาคือบทบาทของฐานผลิตไทยในสมการนี้ เพราะฟิลิปปินส์และออสเตรเลียเป็นปลายทางส่งออกของ Navara ที่ผลิตในไทยมาก่อน แต่ทางค่ายยังไม่ได้บอกว่า Navara Pro จะเข้ามาแทนหรือขายคู่กันในตลาดเหล่านั้น และไม่ได้ระบุแผนสำหรับตลาดไทย ผู้ใช้กระบะในไทยจึงยังต้องรอดูทั้งแผนผลิตภัณฑ์และสเปกจริง หากกระบะปลั๊กอินไฮบริดมาถึงตลาดไทย คุณจะเลือกกระบะดีเซลที่ผลิตในไทยแบบเดิม หรือกระบะปลั๊กอินไฮบริดที่ผลิตในจีน?






