
เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ด้วยการผนึกกำลังร่วมกับ EK Group (เอก กรุ๊ป) พันธมิตรรายใหญ่ในภาคตะวันออก ประกาศส่งรถยนต์เอสยูวีสายลุยขุมพลังดีเซล GWM TANK 300 Diesel 2026 จำนวน 2 คัน เข้าร่วมการแข่งขันแรลลีครอสคันทรีระดับนานาชาติรายการ Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) ถือเป็นค่ายรถยนต์สัญชาติจีนแบรนด์แรกที่ทำตลาดในประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่การแข่งขันบนเส้นทางสุดทรหดรายการนี้อย่างเป็นทางการ
การแข่งขัน AXCR 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 ถึง 15 สิงหาคม 2569 บนเส้นทางวิบากรวมระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ตัดผ่านภูมิประเทศที่หลากหลายของประเทศไทย เริ่มต้นจากพัทยา ผ่านปราจีนบุรี นครสวรรค์ กำแพงเพชร และเข้าเส้นชัยที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่ง ทนทาน และสมรรถนะของตัวรถในสภาวะการใช้งานจริงสุดขั้ว ข้อมูลสเปกทางเทคนิคและทัพนักแข่ง GWM TANK 300 Diesel 2026 ในศึก AXCR 2026






GWM TANK 300 Diesel 2026 ลงแข่งขันในรุ่น T2 ซึ่งเป็นคลาสรถยนต์โปรดักชันที่ใช้พื้นฐานโครงสร้าง เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังใกล้เคียงกับรถที่วางจำหน่ายในโชว์รูมมากที่สุด ทัพนักแข่งและโคไดรเวอร์ของทีม GWM EK Group Racing Team แบ่งออกเป็น 2 คัน ได้แก่






รถแข่งคันที่ 1 หมายเลข 114 ขับโดย โอฬาร สรสิริรัตน์ นักแข่งระดับดีกรีแชมป์ T2 FIA จากรายการ China Grand Rally Desert 2016 พ่วงใบขับขี่สากล FIA Grade A และผู้นำทาง สมเกียรติ น้อยจาด อดีตแชมป์โอเวอร์ออลล์ AXCR ปี 2011






รถแข่งคันที่ 2 หมายเลข 128 ขับโดย โทวัล ธรวรรณเสน นักแข่งเก๋าเกมประสบการณ์กว่า 37 ปี อดีตแชมป์โอเวอร์ออลล์ AXCR ปี 2000 และผู้นำทาง ชัพวิชญ์ จุลสันติรัตน์ เจ้าของตำแหน่ง Thailand Rally Raid Annual Champion 2025






Bangkok Motorhaus มองอย่างไร






GWM Thailand ส่ง GWM TANK 300 Diesel 2026 เข้าร่วมศึก AXCR 2026 ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดเชิงพิสูจน์สมรรถนะ (Performance Proof Marketing) ขุมพลังดีเซล 2.4T แรงบิด 480 นิวตันเมตร พ่วงเกียร์ 9AT ซึ่งเป็นโมเดลที่เพิ่งทำตลาดในไทย มาลงแข่งในคลาส T2 (รถโปรดักชัน) คือการส่งสารโดยตรงไปยังกลุ่มผู้ใช้รถสายออฟโรดและสายลุยชาวไทยว่า รถเอสยูวีทรงกล่องจากจีนคันนี้ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์หล่อเท่หรือออปชันล้นๆ แต่มีแชสซีส์ ช่วงล่าง และระบบระบายความร้อนที่ทรหดพอจะผ่านเส้นทางโหด 2,000 กิโลเมตรได้จริง






ในเชิงการแข่งขัน การที่ GWM กล้าเปิดหน้าชนกับค่ายญี่ปุ่นบนสนามแข่งแรลลีระดับเอเชีย หากสามารถจบการแข่งขันได้โดยไม่มีปัญหาจุกจิก หรือคว้าโพเดียมในรุ่น T2 มาครองได้สำเร็จ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการทลายกำแพงอคติเรื่องความทนทานของรถยนต์จีน และช่วยสร้าง Brand Equity ตลอดจนกระตุ้นยอดขายของตระกูล TANK 300 Diesel ตลอดครึ่งปีหลังได้อย่างเป็นรูปธรรมครับ





