
CHERY GROUP ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยภัยน้ำท่วม ตรวจสภาพฟรี พร้อมลดค่าแรง-ค่าอะไหล่ 30% ครอบคลุมทุกแบรนด์ในเครือ
อ่านเพิ่มเติม: ป้ายทะเบียนหาย ทำอย่างไร? ขอป้ายใหม่ที่ขนส่ง เอกสาร ค่าธรรมเนียม และมาตรการช่วงน้ำท่วม
จากสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายภูมิภาคของประเทศไทย ทาง CHERY GROUP ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ชั้นนำ ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถและเครือข่ายพันธมิตรผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมทุกแบรนด์ยานยนต์ในเครือ ได้แก่ OMODA & JAECOO, CHERY, iCAR และ LEPAS โดยครอบคลุมทั้งการบริการดูแลตรวจเช็กซ่อมบำรุงหลังการขาย ความช่วยเหลือในการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ ตลอดจนการสนับสนุนผู้แทนจำหน่ายทั้งในด้านระบบขนส่งและการเงิน
สำหรับผู้ใช้รถที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ทางค่ายได้เปิดให้เข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพความสมบูรณ์ของตัวรถฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมการตรวจวิเคราะห์ระบบการทำงานเบื้องต้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Diagnostic Scan) การตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่แรงดันสูง และการตรวจเช็กระบบเบรกอย่างละเอียด ขณะที่ยานพาหนะที่ได้รับความเสียหายหนักจะได้รับสิทธิ์นัดหมายเข้ารับบริการเป็นกรณีพิเศษ พร้อมจัดเตรียมทีมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) เข้าประสานงานอำนวยความสะดวกในการจัดทำรายงานผลการตรวจสภาพตัวรถเพื่อประกอบการยื่นเคลมประกันภัยอย่างครบวงจร
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ทางผู้ผลิตได้มอบส่วนลดค่าอะไหล่และค่าแรง 30% สำหรับยานยนต์ที่อยู่นอกเหนือความคุ้มครองของสัญญาประกันภัย โดยมีกรอบระยะเวลาการรับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ยิ่งไปกว่านั้น ในกรณีที่ตัวรถได้รับความเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้งานได้ และผู้ขับขี่มีความประสงค์ที่จะซื้อรถยนต์คันใหม่ ทางบริษัทยังได้เตรียมพิจารณามอบเงินช่วยเหลือพิเศษเพิ่มเติม เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้บริโภค
อ่านเพิ่มเติม: โปรโมชั่นรถยนต์ ตุลาคม 2569 รวมทุกแบรนด์ ส่วนลดรถใหม่ โปรรถไฟฟ้า และแคมเปญช่วยน้ำท่วม
ทางด้านเครือข่ายพันธมิตรผู้แทนจำหน่าย ทาง CHERY GROUP ได้จัดเตรียมรถเทรลเลอร์สำหรับเคลื่อนย้ายสต็อกยานยนต์ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมไปยังจุดปลอดภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งมีมาตรการช่วยเหลือทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ ทั้งการขยายกรอบระยะเวลาการชำระเงิน และการพิจารณาสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากโชว์รูมหรือศูนย์บริการได้รับความเสียหายรุนแรงจากสถานการณ์น้ำท่วม
พร้อมกันนี้ ทางค่ายยังได้เน้นย้ำแนวทางปฏิบัติและข้อควรระวังสำคัญสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยระบุว่าหากระดับน้ำท่วมสูงถึงระดับใต้ท้องรถ ผู้ขับขี่ต้องหลีกเลี่ยงการจับหรือสัมผัสตัวรถโดยเด็ดขาด ห้ามเปิดประตู ห้ามสตาร์ทรถ และห้ามกดปุ่มสั่งการระบบไฟฟ้าทุกชนิด

หากตัวรถกำลังเสียบชาร์จพลังงานอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ห้ามทำการถอดสายชาร์จด้วยตนเองเป็นอันขาด โดยให้รีบตัดระบบไฟฟ้าของเครื่องชาร์จและสับสวิตช์เบรกเกอร์หลักที่จ่ายไฟทันที ขณะเดียวกันควรหลีกเลี่ยงการนำกุญแจรถเข้าใกล้ตัวยานพาหนะ เพื่อป้องกันระบบส่งสัญญาณเริ่มการทำงาน และในกรณีที่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายตัวรถ จะต้องใช้บริการรถสไลด์หรือรถยกเท่านั้น ห้ามใช้วิธีลากจูงล้อสัมผัสพื้นโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อมอเตอร์ขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังไฟฟ้า
สำหรับผู้ที่ทำประกันภัยไว้ แนะนำให้บันทึกภาพถ่ายสภาพความเสียหายของตัวรถและระดับน้ำท่วมไว้เป็นหลักฐานอย่างครบถ้วน พร้อมเตรียมเอกสารประจำรถเพื่อติดต่อแจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัยทันที โดยผู้ใช้รถในเครือสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านศูนย์บริการและช่องทางสื่อสารทางการ ได้แก่ OMODA & JAECOO (โทร. 02-020-8888 กด 2), CHERY (โทร. 02-020-8877) และ LEPAS Thailand (โทร. 02-007-2077 กด 1)
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การขยับตัวอย่างรวดเร็วของ CHERY GROUP ในการคลอดมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการบริหารจัดการงานบริการหลังการขายและความมุ่งมั่นในการดูแลตลาดประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศดูแลครอบคลุมทุกแบรนด์ในเครือ ไม่ว่าจะเป็น OMODA & JAECOO, CHERY, LEPAS หรือ iCAR ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจครั้งสำคัญให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังเปิดรับยานยนต์พลังงานใหม่
จุดที่น่าสนใจและถือเป็นมิติที่รอบด้าน คือการไม่จำกัดความช่วยเหลือไว้เพียงแค่การตรวจเช็กฟรีหรือการลดค่าอะไหล่ 30% เท่านั้น แต่ยังมองลึกไปถึงการอุ้มชูพันธมิตรผู้แทนจำหน่ายผ่านการช่วยเคลื่อนย้ายสต็อกรถและการยืดหยุ่นสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้เครือข่ายธุรกิจในระยะยาว ควบคู่ไปกับการสื่อสารข้อควรระวังด้านความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าท่ามกลางภัยธรรมชาติอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม






