
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ริเริ่มโครงการศึกษาและทดสอบการใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในระบบโลจิสติกส์ของไปรษณีย์ไทย เพื่อประเมินสมรรถนะ ประสิทธิภาพการวิ่งจริง และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมเตรียมแผนขยายโครงข่ายสถานีชาร์จ EV Station PluZ รองรับกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ ตอบรับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593 อย่างยั่งยืน
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงจัดขึ้น ณ ห้องภาณุพันธุวงศ์ สำนักงานใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นำโดย คุณพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), คุณพิษณุ วานิชผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และบริหารทรัพยากร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ คุณเฉิน เต๋อเม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด พร้อมผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสามหน่วยงานที่ร่วมผนึกกำลังผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ในมิติของนโยบายองค์กร ทางไปรษณีย์ไทยระบุว่าโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืน และการยกระดับสู่ระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ควบคู่กับเป้าหมาย Net Zero โดยการทดสอบวิ่งจริงในเส้นทางขนส่งพัสดุทั่วประเทศจะเปิดโอกาสให้ศึกษาความเป็นไปได้เชิงลึกสำหรับการต่อยอดสู่การใช้งานจริงในอนาคต
ทางด้าน ซีพี โฟตอน ผู้จัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ชั้นนำ ชี้แจงว่าการนำรถบรรทุกไฟฟ้า CP Foton EV Truck 2026 เข้ามาทดสอบวิ่งจริงในภารกิจจัดส่งพัสดุ ภายใต้การสนับสนุนของโครงข่ายสถานีชาร์จ EV Station PluZ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรวบรวม Big Data ทั้งในแง่พฤติกรรมการขับขี่ สภาพทางวิ่ง และประสิทธิภาพการกักเก็บพลังงานของแบตเตอรี่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับภูมิประเทศและการใช้งานของผู้ประกอบการขนส่งในประเทศไทยอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน ทาง OR ในฐานะผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) รายใหญ่ ได้เข้ามามีบทบาทหลักในการอำนวยความสะดวกด้านจุดชาร์จ พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าตลอดโครงการทดสอบ โดย OR จะนำข้อมูลเส้นทางจริงมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนขยายสถานีชาร์จเชิงพาณิชย์ให้สอดรับกับความต้องการของภาคขนส่งและพัสดุด่วนอย่างไร้รอยต่อ


ปัจจุบันสถานีชาร์จ EV Station PluZ ได้เปิดให้บริการแล้วมากกว่า 1,350 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย ทั้งในและนอกสถานีบริการ PTT Station ด้วยการวางจุดชาร์จให้มีระยะห่างเฉลี่ยไม่เกิน 100 กิโลเมตร เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทางของผู้ใช้รถและผู้ประกอบการขนส่ง ภายใต้แนวคิดความสะดวกสบายที่เข้าถึงได้ทุกที่ พร้อมรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การจับมือของ 3 ยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการลงนามบนกระดาษ แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศ Green Logistics แบบบูรณาการที่ครบวงจรที่สุดครั้งหนึ่งในไทย โดยดึงเอาจุดแข็งของผู้เล่นระดับท็อปมารวมกัน ตั้งแต่ตัวรถบรรทุกไฟฟ้าจาก ซีพี โฟตอน ผู้ใช้งานระบบขนส่งจริงที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดอย่าง ไปรษณีย์ไทย และโครงสร้างพื้นฐานจุดชาร์จที่ครอบคลุมทั่วประเทศจาก OR
การเก็บข้อมูลเชิงลึกจากการวิ่งจริงจะช่วยตอบคำถามสำคัญของผู้ประกอบการขนส่งไทยในเรื่อง Total Cost of Ownership (TCO) ความทนทานของแบตเตอรี่ในสภาพอากาศร้อน และระยะเวลาในการชาร์จระหว่างรอบวิ่ง หากโมเดลนี้พิสูจน์แล้วว่าประหยัดต้นทุนพลังงานได้จริงและคืนทุนได้เร็ว ย่อมเป็นแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ที่เร่งให้ผู้ประกอบการฟลีตขนส่งเอกชนรายอื่น ๆ ทั่วประเทศกล้าเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เร็วยิ่งขึ้น



