NEWS

เปิดตัวโมเดลใหม่ ! NISSAN TEKTON 2026 พัฒนาจากอินเดีย ลุยตลาดรถสายถึก ขุมพลังเทอร์โบ 163 แรงม้า พ่วงระบบ Google ส่งออกทั่วโลก

นิสสันเปิดตัว Nissan Tekton 2026 รถอเนกประสงค์คอมแพกต์ (C-SUV) พัฒนาและผลิตที่อินเดีย เครื่องยนต์เทอร์โบ 163 แรงม้า พร้อม Google built-in ส่งออกกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

แชร์บทความ
เปิดตัวโมเดลใหม่ ! NISSAN TEKTON 2026 พัฒนาจากอินเดีย ลุยตลาดรถสายถึก ขุมพลังเทอร์โบ 163 แรงม้า พ่วงระบบ Google ส่งออกทั่วโลก
Nissan Tekton 2026 ดีไซน์ภายนอกมุมหน้า

นิสสัน มอเตอร์ คอมพานี (Nissan Motor Company) ประกาศเปิดตัว Nissan Tekton 2026 รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดคอมแพกต์ (C-SUV) รุ่นล่าสุดอย่างเป็นทางการในงานเวิลด์พรีเมียร์ ณ ประเทศอินเดีย ซึ่งนับเป็นโมเดลยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้แผนฟื้นฟูความสำเร็จ Re:Nissan

โดยตัวรถได้รับการวิจัย พัฒนา และผลิตขึ้นที่โรงงานในเมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ภายใต้ความร่วมมือระดับพันธมิตรเรโนลต์-นิสสัน (Renault-Nissan Alliance) เพื่อทำตลาดทั้งภายในประเทศและส่งออกไปยังอีกกว่า 50 ประเทศทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา ย้ำสถานะการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกระดับโลกของภูมิภาคนี้

Nissan Tekton 2026

งานวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐานของตัวรถถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Alliance CMF-B มิติตัวถังและรูปลักษณ์ภายนอกได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถยนต์อเนกประสงค์ระดับตำนานอย่าง Nissan Patrol โดยเน้นสัดส่วนที่บึกบึน แข็งแกร่ง มีฐานล้อที่กว้างและระยะโอเวอร์แฮงค์ที่สั้นเพื่อสร้างความโดดเด่นบนท้องถนน พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่และห้องโดยสารที่กว้างขวาง

ขุมพลังเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร เน้นการตอบสนองที่ทรงพลังสำหรับการเดินทางไกลและประหยัดน้ำมันสำหรับการใช้งานในเมือง
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ 1.0 ลิตร ขุมพลังทางเลือกที่เน้นความประหยัดและความคล่องตัวสูงสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน

สิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ

  • ห้องโดยสารระดับพรีเมียมติดตั้งระบบหน้าจอดิจิทัลแบบ Digital Cockpit พ่วงระบบการเชื่อมต่อขั้นสูง Google built-in ที่มีระบบนำทาง Google Maps, ระบบสั่งการด้วยเสียง Google Assistant และแอปพลิเคชันจาก Google Play ติดตั้งมาให้จากโรงงาน
  • ระบบความสะดวกสบายจัดเต็มด้วยหลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟ, เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบเป่าลมระบายอากาศ (Ventilated Seats), ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกอิสระสองโซน (Dual-zone Climate Control)
  • ระบบความปลอดภัยปกป้องรอบคันด้วยโครงสร้างตัวถังเสริมเหล็กเหนียวพิเศษ ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งรอบคัน และแพ็กเกจระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ADAS ประกอบด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keep Assist) และระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning)

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การเผยโฉมของ Nissan Tekton 2026 ในพิกัด C-SUV ครั้งนี้ สะท้อนถึงแท็กติกการตลาดเชิงรุกที่นิสสันหันมาโฟกัสตลาดเกิดใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงอย่างอินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาอย่างชัดเจน การนำดีเอ็นเอและภาพลักษณ์ความหรูหราดุดันของพี่ใหญ่ระดับไอคอนิกอย่าง Nissan Patrol มาย่อส่วนลงในตัวรถระดับคอมแพกต์ ถือเป็นการเดินเกมที่แรงมาก เพราะสามารถดึงคุณค่าแบรนด์ (Brand Value) ของรถรุ่นท็อปมาช่วยเสริมภาพลักษณ์ความพรีเมียมให้กับรถที่จับต้องได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคในเซกเมนต์นี้ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ๆ

นอกจากนี้ การเลือกใช้แพลตฟอร์ม CMF-B ร่วมกับเรโนลต์เพื่อแชร์ต้นทุนการผลิตที่โรงงานเจนไน ยิ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาด (Price Competitiveness) ได้อย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน การยกระดับระบบการเชื่อมต่ออินโฟเทนเมนต์ด้วยการฝัง Google built-in เข้าไปในระบบปฏิบัติการของตัวรถโดยตรง ก็เป็นการทลาย Pain Point เดิม ๆ ของนิสสันที่มักจะโดนวิจารณ์เรื่องระบบนำทางอัจฉริยะที่ไม่เสถียร เกมนี้ทำให้นิสสันสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้รอยต่อเทียบเท่ากับค่ายคู่แข่งฝั่งยุโรปและค่ายรถยนต์สัญชาติจีนได้อย่างเต็มภาคภูมิ

โจทย์ข้อใหญ่สำหรับนิสสันในการผลักดันเป้าหมายยอดขายผ่านเจ้า Tekton คันนี้ คือการรักษาระดับมาตรฐาน QC และ Supply Chain ของฐานการผลิตในอินเดียให้มีความพร้อมในการส่งออกพร้อมกันถึง 50 ประเทศทั่วโลกอย่างทันท่วงที และการโฟกัสตลาดของรถยนต์โมเดลนี้อยู่ที่ อินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งมีความต้องการรถน้ำมันที่มีความทนทานสูงเป็นพิเศษเหมาะกับภูมิประเทศและโครงสร้างพื้นฐานของโซนนี้ครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top