NEWS

ฟอร์ดกึกก้อง! ประกาศคัมแบ็กความเร็วโลก เลอม็อง ปี 2027 ซุ่มพัฒนารถแข่งขุมพลังไฮเปอร์คาร์ ลุยศึกอึด 24 ชั่วโมง

ฟอร์ด มอเตอร์ คอมพานี ประกาศหวนคืนสนามเลอม็อง (Le Mans) ปี 2027 เดินหน้าพัฒนารถแข่งไฮเปอร์คาร์ LMDh ลงชิง FIA World Endurance Championship (WEC) ย้ำแค้นตำนานความเร็วสายพันธุ์อเมริกัน

แชร์บทความ
ฟอร์ดกึกก้อง! ประกาศคัมแบ็กความเร็วโลก เลอม็อง ปี 2027 ซุ่มพัฒนารถแข่งขุมพลังไฮเปอร์คาร์ ลุยศึกอึด 24 ชั่วโมง
ฟอร์ดประกาศส่งรถ LMDh ลงชิงแชมป์ WEC และเลอม็อง ปี 2027

ฟอร์ด มอเตอร์ คอมพานี (Ford Motor Company) ยักษ์ใหญ่ยานยนต์สัญชาติอเมริกัน ประกาศแผนยุทธศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตครั้งประวัติศาสตร์ ยืนยันการหวนคืนสู่แทร็กความเร็วระดับตำนานในรายการ เลอม็อง (Le Mans) อย่างเป็นทางการในปี 2027 เดินหน้าพัฒนารถแข่งระดับท็อปคลาสในประเภทไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) เพื่อลงสู้ศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบมาราธอนสุดโหด 24 ชั่วโมง รายการ FIA World Endurance Championship (WEC) พร้อมเปิดตัวไลน์อัพทีมแข่งระดับโลกที่จะมาร่วมสร้างตำนานบทใหม่ ย้ำแค้นคู่ปรับตลอดกาลและประกาศศักดาเทคโนโลยีความเร็วสายพันธุ์อเมริกันอีกครั้ง

ฟอร์ดประกาศไลน์อัพทีมแข่ง Le Mans บนเวที Ford Performance WEC

การพัฒนารถแข่งขุมพลังไฮเปอร์คาร์และไลน์อัพทีมแข่ง ฟอร์ด 2027

การกลับมาบุกเบิกแทร็กความเร็วระดับโลกครั้งนี้ ฟอร์ดได้สั่งการให้ทีมวิศวกรสมรรถนะสูงอย่าง ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ (Ford Performance) จับมือกับพันธมิตรด้านมอเตอร์สปอร์ตชั้นนำระดับสากล เพื่อร่วมกันออกแบบและพัฒนารถแข่งต้นแบบคันใหม่ภายใต้กฎระเบียบข้อบังคับของคลาส ไฮเปอร์คาร์ (LMH/LMDh) ของสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ

  • ขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปภายในบล็อกใหม่ล่าสุด ทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดสมรรถนะสูง ปลดปล่อยแรงม้าสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 680 แรงม้า (500 กิโลวัตต์) ตามข้อกำหนดของโครงสร้างกติกา Balance of Performance (BoP)
  • ระบบขับเคลื่อนทุกล้อแบบไฮบริดอัจฉริยะ (Hybrid All-Wheel Drive) ควบคุมระบบการจ่ายพลังงานด้วยชุดกล่องสมองกลวิเคราะห์ไฟฟ้าส่วนกลาง ผสานพละกำลังจากชุดมอเตอร์เจนเนอเรเตอร์ (MGU) ที่เพลาหน้า
  • โครงสร้างตัวถังและแชสซีส์ใช้วัสดุคาร์บอนคอมโพสิตและคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาพิเศษ ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงสุด เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) มหาศาลในย่านความเร็วสูงบนทางตรงยาว มุลซานน์ (Mulsanne Straight) ของสนาม ซาร์ต (Circuit de la Sarthe)

ไลน์อัพทีมแข่งระดับโลก

  • ฟอร์ดประกาศสร้างทีมแข่งโรงงาน (Factory Team) เต็มรูปแบบพ่วงสถานะการเป็นผู้ผลิตโปรแกรมการแข่งขันระดับเวิลด์คลาส
  • ดึงตัวยอดนักขับระดับท็อปโปรไฟล์และวิศวกรแถวหน้าของวงการมอเตอร์สปอร์ตที่มีประสบการณ์ผ่านสนามแข่งความอึด 24 ชั่วโมง มาร่วมเซ็ตอัพโครงสร้างทีมแข่งอย่างเป็นทางการ
  • การวางระบบโครงสร้างทีมแข่งจะใช้ศูนย์บัญชาการหลักที่สหรัฐอเมริกา ทำงานเชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์กับฐานปฏิบัติการเทคนิคในทวีปยุโรป เพื่อความฉับไวในการพัฒนารถแข่ง

รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการของรถแข่ง หน้าตาดีไซน์ตัวรถ และรายชื่อไลน์อัพนักขับตัวจริงของทีมฟอร์ด จะมีการทยอยเผยโฉมและอัปเดตข้อมูลความคืบหน้าการทดสอบวิ่งในสนามจริงผ่านหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Ford Performance ทั่วโลกตลอดช่วงปีนี้ไปจนถึงกำหนดการลงแทร็กจริงในฤดูกาล 2027

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การประกาศคัมแบ็กสู่รายการ เลอม็อง ในปี 2027 ของฟอร์ด ถือเป็นกระแสข่าวที่สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตและอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกอย่างแท้จริง

แผนการบุกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเกมกีฬาความเร็ว แต่มันคือแท็กติกการตลาดเชิงรุกในระดับ Global Branding ที่ฟอร์ดต้องการใช้พื้นที่ของคลาส ไฮเปอร์คาร์ ซึ่งเป็นเวทีที่รวมแบรนด์ระดับซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ชั้นนำของโลกเอาไว้มากที่สุด เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแบรนด์ฟอร์ดมีองค์ความรู้และเทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูง (Advanced Engineering) ที่สามารถต่อกรกับค่ายรถยุโรปและเอเชียได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ สตอรี่ความบาดหมางและการเอาชนะระหว่าง ฟอร์ด และ เฟอร์รารี่ ในยุค 1960 ด้วยรถแข่งระดับตำนานอย่าง Ford GT40 คือหนึ่งในมหากาพย์ที่ทรงคุณค่าที่สุดของโลกยานยนต์

การกลับมาในครั้งนี้ในยุคที่ เลอม็อง กำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุดด้วยกฎกติกาไฮเปอร์คาร์ที่เปิดกว้างและได้รับความนิยมท่วมท้น ยิ่งเป็นการโหมไฟไฟต์หยุดโลกให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง แบรนด์ฟอร์ดฉลาดมากที่เลือกใช้จังหวะเวลานี้ในการดึงสปอตไลท์ทุกดวงให้หันมาจับจ้องที่ตนเอง เพื่อส่งต่อดีเอ็นเอความแรงนี้ไปยังการจำหน่ายรถยนต์สมรรถนะสูงในตระกูล Ford Performance ยุคใหม่ที่จะวางขายในตลาดโลก

สิ่งที่น่าติดตามของฟอร์ดหลังจากนี้ คือกระบวนการพัฒนารถแข่งคันใหม่และการเซ็ตระบบขับเคลื่อนไฮบริดให้มีเสถียรภาพสูงสุดภายใต้การเค้นสมรรถนะต่อเนื่องยาวนาน 24 ชั่วโมง การต้องเผชิญหน้ากับเจ้าถิ่นและค่ายรถที่ครองแชมป์มาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นบททดสอบที่หินมาก ๆ

หากฟอร์ดสามารถบริหารจัดการทีมเวิร์ค ไลน์อัพนักขับ และเทคนิคในสนามแข่งจนสามารถก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นโพเดียมได้ในปี 2027 มันจะไม่ใช่แค่การคว้าถ้วยรางวัล แต่จะเป็นการประกาศศักดาครั้งใหม่ที่จะช่วยยกระดับคุณค่าแบรนด์ (Brand Equity) ของฟอร์ดให้พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดในรอบหลายสิบปีอย่างแน่นอนครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top