
Mazda CX-6e 2026 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 2 รุ่นย่อย
- Premium (77.9 kWh): ราคา 1,259,000 บาท
- Premium Sports (77.9 kWh): ราคา 1,299,000 บาท






สีตัวถังภายนอก

- สีม่วง ไนท์ฟอล ไวโอเลต / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Nightfall Violet / Jet Black)
- สีเทา แมชชีน เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Machine Gray / Jet Black)
- สีแดง โซล เรด คริสตัล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Soul Red Crystal / Jet Black)
- สีขาว คริสตัล ไวท์ เพิร์ล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Crystal White Pearl / Jet Black)
- สีเทา แอโร เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Aero Gray / Jet Black)
- สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)



บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าสู่ยุคยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัว Mazda CX-6e 2026 รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% สเปกไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Crafted to Move You” เพื่อตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวยุคใหม่ในฐานะ Intelligent Family e-SUV ที่ผสมผสานเอกลักษณ์งานดีไซน์ระดับพรีเมียม เข้ากับจิตวิญญาณความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับขี่กับตัวรถตามปรัชญา Jinba-Ittai ได้อย่างลงตัว พร้อมทำตลาดในประเทศไทยด้วย 2 รุ่นย่อยหลัก



งานวิศวกรรมการออกแบบภายนอกของตัวรถได้รับการรังสรรค์ภายใต้แนวคิด “Soulful Futuristic Modern” ผสานเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Kodo Design เข้ากับความทันสมัยแห่งอนาคตและหลักอากาศพลศาสตร์ที่ช่วยลดแรงต้านอากาศ มิติตัวถังมีความยาว 4,850 มิลลิเมตร กว้าง 1,935 มิลลิเมตร สูง 1,620 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อยาวถึง 2,902 มิลลิเมตร โดยรุ่น Premium ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ขณะที่รุ่น Premium Sports เสริมความสปอร์ตขั้นสุดด้วยล้ออัลลอย Black Diamond Cut Double 5-Spoke Design ขนาด 21 นิ้ว พร้อมติดตั้งหลังคากระจก Panoramic Glass Roof ขนาดใหญ่และม่านบังแดดปรับไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน


ภายในห้องโดยสารถ่ายทอดความประณีตระดับงานฝีมือ พร้อมฟังก์ชัน Smart Cabin ที่เน้นความสะดวกสบายของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นศูนย์กลาง สำหรับรุ่น Premium เลือกใช้วัสดุตกแต่งผ้าสลับหนังสีดำ ส่วนรุ่น Premium Sports ยกระดับความหรูหราด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์ทูโทนสีม่วง-ขาว ติดตั้งไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Lighting ที่ปรับได้มากถึง 256 สี พร้อมดื่มด่ำกับความเพลิดเพลินตลอดเส้นทางผ่านระบบเสียงคุณภาพสูงลำโพง 23 ตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงลำโพงฝังบริเวณพนักพิงศีรษะของเบาะนั่งคู่หน้า
พื้นที่การควบคุมและการเชื่อมต่อล้ำสมัยด้วยหน้าจอสัมผัสแบบ Ultra-Wide Center Display ขนาดใหญ่ 26.45 นิ้ว ความละเอียดระดับ 5K รองรับการแบ่งหน้าจอแสดงผลแบบ Dual-split เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างอิสระ ทำงานประสานกับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกบังลมหน้า AR Head-Up Display (AR-HUD) พร้อมหน้าจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง REAR TOUCHSCREEN เสริมความสะดวกสบายสูงสุดด้วยระบบสั่งการด้วยเสียง ระบบควบคุมการสั่งงานด้วยท่าทาง Voice & Gesture Control ตลอดจนกระจกมองข้างและกระจกมองหลังแบบดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยชัดเจนในทุกสภาพอากาศ



สมรรถนะการขับเคลื่อนของตัวรถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยววางด้านหลัง (Rear-Wheel Drive) ให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ หรือ 258 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตร ตอบสนองฉับไวและนุ่มนวล โดยทีมวิศวกรได้ปรับแต่งระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงก์ พร้อมกระจายน้ำหนักหน้า-หลังในสัดส่วนใกล้เคียง 50:50 ช่วยให้การควบคุมพวงมาลัย การทรงตัวขณะเข้าโค้ง และเสถียรภาพการเกาะถนนคงความแม่นยำคล่องตัวตามมาตรฐานของทางค่าย



ระบบกักเก็บพลังงานติดตั้งชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 77.9 kWh รองรับระยะทางการขับขี่สูงสุด 555 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งในรุ่น Premium และ 524 กิโลเมตรในรุ่น Premium Sports ตามมาตรฐาน NEDC ด้านการประจุพลังงานรองรับการชาร์จเร็วแบบกระแสตรง DC Fast Charging ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 30% ถึง 80% ได้เร็วสูงสุดในเวลาเพียง 15 นาที เมื่อใช้งานร่วมกับเครื่องชาร์จกำลังสูง 200 kW ขึ้นไป หรือชาร์จจาก 10% ถึง 80% ภายในระยะเวลา 24 นาที ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ



ด้านมาตรฐานความปลอดภัยติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (State-of-the-Art ADAS) ครอบคลุมถึง 17 ระบบ อาทิ กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศาแบบ See-Through View, ระบบควบคุมความเร็วและช่วยบังคับพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB, ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM, ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS และระบบเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนขณะเปิดประตู DOW เสริมความมั่นใจสูงสุดด้วยโครงสร้างนิรภัยและถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร รวมถึงถุงลมนิรภัยคั่นกลางระหว่างเบาะหน้า



สำหรับแคมเปญช่วงเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2569 บริษัทผู้จำหน่ายมอบข้อเสนอพิเศษแก่ผู้ที่สนใจและทำการจองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 7 ถึง 31 ตุลาคม 2569 ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี ฟรี Home Charger แบรนด์ ABB จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์พร้อมบริการติดตั้งฟรีทั่วประเทศ มูลค่า 39,990 บาท พร้อมรับโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้านาน 8 ปี ซึ่งรวมการรับประกันคุณภาพตัวรถและคุ้มครองแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ตลอดจนบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และสิทธิ์ใช้งานระบบเชื่อมต่อ Mazda Connectivity ฟรีนาน 5 ปี



Bangkok Motorhaus มองอย่างไร


การเปิดตัว Mazda CX-6e 2026 ในตลาดเมืองไทยครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่น่าจับตามองอย่างยิ่งของทางค่ายมาสด้า เพราะนี่ไม่ใช่เพียงแค่การก้าวเข้าสู่สมรภูมิยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวก็สามารถรักษา DNA ความสนุกในการขับขี่แบบ Jinba-Ittai ควบคู่ไปกับงานดีไซน์ที่ประณีตได้อย่างแท้จริง การกำหนดช่วงราคาเริ่มต้นที่ 1,259,000 ถึง 1,299,000 บาท พร้อมสเปกแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 77.9 kWh และระยะทางวิ่งเกิน 500 กิโลเมตร ถือเป็นการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าเมื่อเทียบกับขนาดตัวถังและเทคโนโลยี Smart Cabin ที่ให้มาแบบจัดเต็ม






