
บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GWM (Thailand) สร้างหมุดหมายครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ประกาศบรรลุเป้าหมายการเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ดำเนินงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ภายในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าได้ครบถ้วนตามเงื่อนไขของมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 ก่อนสิ้นสุดมาตรการ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และศักยภาพของฐานการผลิต GWM Smart Factory จังหวัดระยอง
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่ GWM เป็นผู้ผลิตรายแรกที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการผลิตชดเชยภายใต้มาตรการ EV 3.0 ครบถ้วนในปี 2025 ที่ผ่านมา
ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2026 GWM สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยตามข้อกำหนด EV 3.5 ได้สมบูรณ์ โดยมี GWM ORA 5 EV 2026 ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนสายการผลิต
GWM ORA 5 EV 2026 (หรือ ORA 05 / Good Cat ซีรีส์ใหม่) มิติตัวถังแบบรถยนต์นั่งพลังงานไฟฟ้า 100% ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ติดตั้งแบตเตอรี่ที่ผลิตและประกอบภายในประเทศ ตอบโจทย์การใช้งานอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อและระบบช่วยขับขี่ความปลอดภัยขั้นสูง



สำหรับฐานการผลิต GWM Smart Factory จังหวัดระยอง ถือเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองรับการผลิตบนสายการผลิตเดียวกันได้หลากหลายขุมพลัง ทั้ง BEV, HEV, PHEV และ ICE มีกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี พร้อมมุ่งเป้าเพิ่มอัตราส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) ให้สูงเกินกว่า 50% ควบคู่กับการสร้างงานให้แก่พนักงานชาวไทยมากกว่า 1,100 คน เพื่อรองรับการจำหน่ายในประเทศและการส่งออกในอนาคต
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร



การประกาศความสำเร็จในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยครบตามมาตรการ EV 3.5 เป็นรายแรกของ GWM ประเทศไทย ถือเป็นการเดินหมากทางธุรกิจที่สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันอย่างมหาศาล และเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกที่แข็งแกร่งที่สุดไปยังทั้งภาครัฐและผู้บริโภคชาวไทยครับ
โจทย์ใหญ่และ Pain Point ของค่ายรถยนต์พลังงานใหม่จากจีนในช่วงที่ผ่านมา คือความคลางแคลงใจของผู้บริโภคเรื่องความตั้งใจในการลงทุนระยะยาว และความกังวลว่าแบรนด์จะสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการผลิตชดเชยตามมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 ของรัฐบาลไทยได้ทันตามกำหนดเวลาหรือไม่
การที่ GWM ชกข้ามรุ่นด้วยการปิดภารกิจผลิตชดเชย EV 3.5 ได้เสร็จสิ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 ไม่เพียงแต่ช่วยลบข้อกังวลเรื่องค่าปรับหรือมาตรการลงโทษย้อนหลังอย่างเด็ดขาด แต่ยังช่วยสถาปนาภาพลักษณ์แบรนด์ในฐานะ “ผู้ลงทุนที่โปร่งใสและมีความน่าเชื่อถือสูงสุด” (Trusted Brand) ในกลุ่มรถยนต์จีน


แท็กติกการใช้ GWM ORA 5 EV 2026 เป็นตัวชูลอยลำในสายการผลิตโรงงานระยอง ยิ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ เพราะเมื่อสัดส่วน Local Content เกิน 50% ต้นทุนการจัดการอะไหล่และระยะเวลาการรอซ่อมบำรุงหลังการขายจะลดลงตามไปด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขายตามที่ GWM ตั้งเป้าไว้
จุดสังเกตสำคัญถัดไปที่ GWM ต้องเร่งขับเคลื่อน คือการใช้ศักยภาพของ GWM Smart Factory ระยองที่มีกำลังการผลิต 80,000 คันต่อปี ให้เต็มประสิทธิภาพ ผ่านการเร่งเปิดตลาดส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน ออสเตรเลีย และแอฟริกา เพื่อรักษาสมดุลของกำลังการผลิตอย่างยั่งยืน หาก GWM สามารถเชื่อมโยงการผลิตในไทยเข้ากับเครือข่ายการส่งออกระดับภูมิภาคได้อย่างราบรื่น ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็น EV Hub ของอาเซียนตามนโยบาย 30@30 ได้อย่างแท้จริงครับ






