NEWS

รู้ใจเจาะลึกเคลมรถ EV หน้าฝน ค่าซ่อมพุ่ง 40%

รู้ใจเผยอินไซต์เคลมรถยนต์ไฟฟ้าหน้าฝนปี 2026 ชี้ค่าซ่อมเฉลี่ยสูงกว่ารถสันดาป 40% พร้อมแนะวิธีดูแลแบตเตอรี่แรงดันสูงและการชาร์จ 80% ปลอดภัย เช็กข้อมูลที่นี่

แชร์บทความ
รู้ใจเจาะลึกเคลมรถ EV หน้าฝน ค่าซ่อมพุ่ง 40%
รู้ใจเจาะลึกเคลมรถ EV หน้าฝน ค่าซ่อมพุ่ง 40% (ปก)

ทางรู้ใจ (Roojai) ผู้ให้บริการประกันภัยออนไลน์ชั้นนำในประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกจากสถิติการให้บริการสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในช่วงฤดูฝน ประจำปี 2026 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ขับขี่เกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อชุดแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าแรงดันสูง พร้อมระบุข้อมูลสถิติที่น่าสนใจว่า ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉลี่ยสูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่ระดับความเสียหายใกล้เคียงกันประมาณ 40%

สภาพอากาศช่วงหน้าฝนในประเทศไทยมักมาพร้อมกับปริมาณฝนตกหนัก น้ำท่วมขังฉับพลัน ทัศนวิสัยที่ลดลง และผิวทางที่ลื่นเปียก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและการลุยน้ำ แม้ว่าโครงสร้างของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จะได้รับการออกแบบให้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล มีระบบซีลป้องกันฝุ่นและน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง แต่การเผชิญกับระดับน้ำท่วมขังสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือการรับแรงกระแทกจากอุบัติเหตุอย่างรุนแรงบริเวณใต้ท้องรถ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าแรงดันสูงโดยตรง

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบแบตเตอรี่หรือระบบไฟฟ้าแรงดันสูงบางกรณีอาจไม่แสดงอาการหรือร่องรอยให้เห็นได้จากภายนอกในทันทีหลังเกิดเหตุ แต่ผลกระทบที่ซ่อนอยู่ภายในอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานระยะยาวและความปลอดภัยในการขับขี่ ทางผู้เชี่ยวชาญจึงให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้นำรถเข้าตรวจเช็กอย่างละเอียดที่ศูนย์บริการมาตรฐานทุกครั้งหลังผ่านการขับลุยน้ำท่วมระดับรุนแรงหรือมีแรงกระแทกใต้ท้องรถ เพื่อให้สามารถวินิจฉัยและแก้ไขจุดบกพร่องได้ทันท่วงที

สำหรับการประเมินค่าสินไหมทดแทนจากภัยน้ำท่วมในรถยนต์ไฟฟ้านั้น ทางบริษัทผู้ให้บริการประกันภัยดำเนินการภายใต้กรอบข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ควบคู่กับคู่มือและมาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัยจากผู้ผลิตรถยนต์แต่ละแบรนด์อย่างเข้มงวด โดยเน้นการตรวจสอบเชิงลึกต่อชุดแพ็กแบตเตอรี่และสายไฟแรงดันสูง เพื่อให้การประเมินราคาและการซ่อมบำรุงมีความแม่นยำ ปลอดภัย และโปร่งใสสูงสุด

ในมิติของต้นทุนการซ่อมบำรุง ข้อมูลสินไหมชี้ชัดว่างานซ่อมรถยนต์ไฟฟ้ามีความซับซ้อนทางเทคนิคมากกว่ารถยนต์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมูลค่าของชุดแพ็กแบตเตอรี่และระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม รวมถึงความจำเป็นในการใช้เครื่องมือตรวจวิเคราะห์เฉพาะทางและช่างเทคนิคที่ผ่านการรับรองมาตรฐานแรงดันสูง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโดยรวมสูงกว่ารถยนต์สันดาปที่มีระดับความเสียหายเทียบเท่ากันราว 40%

คุณกุมภาพรรณ คำแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินไหมทดแทน กลุ่มบริษัทรู้ใจ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันผู้ขับขี่หลายท่านอาจยังเข้าใจว่าหากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย จะต้องเปลี่ยนยกระบบทั้งแพ็กเสมอ แต่ในความเป็นจริง หลายกรณีสามารถซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเฉพาะโมดูลส่วนที่ได้รับความเสียหายได้ตามมาตรฐานของผู้ผลิตยานยนต์ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังแนะนำแนวทางการถนอมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ (State of Health: SOH) ในการใช้งานประจำวัน ด้วยการรักษาระดับการชาร์จไว้ที่ประมาณ 80% เพื่อคงประสิทธิภาพการกักเก็บพลังงานให้ยาวนานที่สุด

การเตรียมความพร้อมในการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าช่วงหน้าฝน ผู้ขับขี่ควรหลีกเลี่ยงการลุยน้ำขังระดับสูงหรือทางน้ำไหลเชี่ยว สังเกตไฟสัญญาณเตือนความผิดปกติบนหน้าปัดอย่างสม่ำเสมอ ปฏิบัติตามคู่มือการชาร์จของผู้ผลิต และเลือกใช้บริการศูนย์ซ่อมบำรุงที่ได้รับการรับรองมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงหมั่นทบทวนความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยให้ครอบคลุมความเสียหายของแบตเตอรี่และอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูงอย่างรอบด้าน

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การเปิดเผยข้อมูลสินไหมของรู้ใจในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการสำคัญของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ที่กำลังก้าวข้ามจากยุคเริ่มต้นของการซื้อรถใหม่ ไปสู่ระยะการบริหารจัดการความเสี่ยงและการซ่อมบำรุงหลังการขายอย่างเป็นรูปธรรม ตัวเลขต้นทุนการซ่อมที่สูงกว่ารถยนต์สันดาป 40% ไม่เพียงเป็นภาพสะท้อนมูลค่าของชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ยังส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ซ่อม ช่างเทคนิคเฉพาะทาง และห่วงโซ่อุปทานการซ่อมแบตเตอรี่แบบรายโมดูลที่มีความพร้อมมากขึ้นเรื่อยๆ

ในอนาคตอันใกล้ เมื่อมาตรฐานการประเมินสินไหมและทักษะการซ่อมบำรุงแพร่หลายสู่เครือข่ายอู่และศูนย์บริการทั่วไปมากขึ้น ความกังวลด้านค่าใช้จ่ายในการซ่อมและการเคลมประกันภัยน่าจะค่อยๆ ปรับเข้าสู่จุดสมดุลที่สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้รถในระยะยาว

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top