
พรบ รถยนต์ คือประกันภัยภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เจ้าของรถต้องทำให้ครบทุกคันที่มีไว้ใช้ ความคุ้มครองมุ่งไปที่ชีวิต ร่างกาย และอนามัยของผู้ประสบภัย รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คนที่ใช้ส่วนบุคคลมีอัตราเบี้ย 600 บาทต่อปี ส่วนวงเงินสูงสุดของความคุ้มครองหลักรวมกันไม่เกิน 504,000 บาทต่อคน
พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร ใครต้องทำ
กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ครอบครองรถในฐานะผู้เช่าซื้อ และผู้นำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาใช้ในประเทศ ต้องจัดให้มีประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย ขอบเขตครอบคลุมรถทุกชนิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ การขนส่งทางบก และรถยนต์ทหาร ไม่ว่าจะเดินด้วยเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น จึงรวมรถยนต์ รถไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และรถบรรทุก
รถที่ได้รับยกเว้นมีเฉพาะกลุ่ม เช่น รถสำหรับเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียน และรถของส่วนราชการตามที่กฎหมายระบุ ผู้ที่ได้รับความคุ้มครองคือทุกคนที่ประสบภัยจากรถ ทั้งเจ้าของรถ ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคนเดินถนน โดยไม่คำนึงว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด
ผู้เอาประกันซื้อได้จากบริษัทประกันวินาศภัยที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันภัยรถ ส่วนบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด รับประกันภัยเฉพาะรถจักรยานยนต์
เบี้ย พ.ร.บ. รถยนต์ ราคาเท่าไหร่
เบี้ย พ.ร.บ. เป็นอัตราคงที่ที่นายทะเบียนกำหนด แยกตามประเภทรถและลักษณะการใช้งาน บริษัทประกันจึงคิดต่างจากอัตราที่กำหนดไม่ได้ ตัวเลขในตารางอัตราเป็นเบี้ยสุทธิ ราคาที่จ่ายจริงจะบวกอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปด้วย
- รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน ใช้ส่วนบุคคล — เบี้ยสุทธิ 600 บาทต่อปี (รวมภาษีและอากรแสตมป์ 645.21 บาท)
- รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน ใช้รับจ้าง ให้เช่า หรือสาธารณะ — เบี้ยสุทธิ 1,900 บาทต่อปี
รถกระบะ (รถยนต์บรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน) ราคารวมภาษีและอากรแสตมป์ต่อปีมีดังนี้
- กระบะ 4 ประตู ใช้ส่วนบุคคล — 645.21 บาท (เบี้ยสุทธิ 600 บาท)
- กระบะ 2 ประตู ตอนเดียวหรือมีแค็ป — 967.28 บาท (เบี้ยสุทธิ 900 บาท)
- กระบะใช้รับจ้างหรือให้เช่า — 1,891.76 บาท (เบี้ยสุทธิ 1,760 บาท)

รถตู้และรถจักรยานยนต์มีอัตราของตัวเองตามประเภทและขนาดรถ ควรตรวจอัตราของรถคันที่ใช้จากกรมธรรม์หรือเครื่องคำนวณเบี้ยของ คปภ. ก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง
พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรบ้าง วงเงินเท่าไหร่
คำสั่งนายทะเบียนของ คปภ. เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ให้ใช้แบบตารางกรมธรรม์ พ.ร.บ. ฉบับใหม่กับกรมธรรม์ที่มีผลบังคับตั้งแต่วันออกคำสั่ง จำนวนเงินคุ้มครองต่อผู้ประสบภัยหนึ่งคนมีดังนี้
- ความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัย — 80,000 บาทต่อคน
- เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง — 500,000 บาทต่อคน
- สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร — 200,000 บาทถึง 500,000 บาทต่อคน ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
- ชดเชยรายวันกรณีเป็นผู้ป่วยใน — 200 บาทต่อวัน รวมไม่เกิน 20 วัน

ทั้งสี่รายการรวมกันต้องไม่เกิน 504,000 บาทต่อคน และรวมกันไม่เกิน 20,000,000 บาทต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง กรณีผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยเอง จะได้รับความคุ้มครองไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น นิยามความเสียหายตามกฎหมายจำกัดอยู่ที่ชีวิต ร่างกาย และอนามัย ความเสียหายของตัวรถจึงไม่อยู่ในความคุ้มครองชุดนี้
ค่าเสียหายเบื้องต้นคืออะไร
ค่าเสียหายเบื้องต้นคือเงินที่จ่ายก่อนโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครผิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล และค่าปลงศพกรณีเสียชีวิต ผู้ประสบภัยต้องยื่นขอภายใน 180 วันนับแต่วันที่เกิดความเสียหาย แล้วบริษัทประกันต้องจ่ายให้เสร็จภายใน 7 วันนับแต่ได้รับคำร้อง
- บาดเจ็บ — ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน
- สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร — 35,000 บาทต่อคน
- เสียชีวิต — 35,000 บาทต่อคน
เงินก้อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของวงเงินคุ้มครองข้างต้น ไม่ได้บวกเพิ่ม และการรับเงินเบื้องต้นไม่ตัดสิทธิ์เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรณีรถคันก่อเหตุไม่มีประกัน ขับหลบหนี หรือไม่ทราบว่าเป็นรถคันใด กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแทนภายใน 7 วัน แล้วไล่เบี้ยเอากับเจ้าของรถพร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 20
ไม่มี พ.ร.บ. โทษอะไร
- เจ้าของรถที่ไม่จัดให้มี พ.ร.บ. — ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ผู้ใช้รถที่ไม่ได้จัดให้มีประกัน แต่ยังนำรถออกใช้ — ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- เจ้าของรถหรือผู้ใช้รถที่ไม่เก็บหลักฐานการมีประกันไว้แสดงต่อเจ้าพนักงาน — ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
ข้อสุดท้ายมีข้อยกเว้นสำหรับรถที่จดทะเบียนหรือชำระภาษีประจำปีแล้ว นอกจากค่าปรับ การเสียภาษีรถประจำปีก็เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะนายทะเบียนรับจดทะเบียนหรือรับชำระภาษีประจำปีได้ต่อเมื่อมีการประกันความเสียหายแล้ว หากไม่ปรากฏว่ามีประกัน นายทะเบียนจะจัดให้ทำประกันให้ และเรียกค่าตอบแทนได้ไม่เกินร้อยละ 5 จึงควรต่อ พ.ร.บ. ให้เรียบร้อยก่อนต่อภาษีรถยนต์
พ.ร.บ. ต่างจากประกันภาคสมัครใจอย่างไร
พ.ร.บ. เป็นความคุ้มครองพื้นฐานที่กฎหมายบังคับ จ่ายให้ผู้ประสบภัยทุกคนโดยไม่ดูว่าใครผิด ส่วนประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเป็นกรมธรรม์ที่เจ้าของรถเลือกซื้อเพิ่ม คำสั่งนายทะเบียนของ คปภ. กำหนดให้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ตามแบบใหม่ที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ต้องให้ความคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก อย่างน้อย 500,000 บาทต่อคน และ 20,000,000 บาทต่อครั้ง โดยส่วนนี้เป็นส่วนเกินจากความคุ้มครองของ พ.ร.บ.
- ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) — กฎหมายบังคับทุกคัน จ่ายให้ผู้ประสบภัยโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด วงเงินต่อคนรวมไม่เกิน 504,000 บาท
- ภาคสมัครใจ — เจ้าของรถเลือกซื้อเอง ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกขั้นต่ำ 500,000 บาทต่อคน และ 20,000,000 บาทต่อครั้ง เป็นส่วนเกินจาก พ.ร.บ. ความคุ้มครองส่วนอื่นขึ้นกับประเภทกรมธรรม์และเงื่อนไขที่เลือก
พรบ รถยนต์ คืออะไร
คือประกันภัยภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เจ้าของรถต้องทำให้ครบทุกคันที่มีไว้ใช้ เพื่อคุ้มครองชีวิต ร่างกาย และอนามัยของผู้ประสบภัยจากรถ
พรบ รถยนต์ ราคาเท่าไหร่
รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คนที่ใช้ส่วนบุคคลมีเบี้ยสุทธิ 600 บาทต่อปี รวมภาษีและอากรแสตมป์เป็น 645.21 บาท รถกระบะ 4 ประตูส่วนบุคคลจ่ายเท่ากันที่ 645.21 บาท ส่วนกระบะ 2 ประตูหรือมีแค็ปอยู่ที่ 967.28 บาท ถ้าใช้รับจ้างหรือให้เช่า เบี้ยจะสูงกว่านี้
พรบ รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง
ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาทต่อคน สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร 200,000 ถึง 500,000 บาทต่อคน และชดเชยผู้ป่วยในวันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน
ไม่มี พรบ รถยนต์ ปรับเท่าไหร่
เจ้าของรถที่ไม่จัดให้มี พ.ร.บ. ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และผู้ใช้รถที่ไม่ได้จัดให้มีประกันก็มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทเช่นกัน
ผู้ขับขี่บาดเจ็บเองจะเบิก พ.ร.บ. ได้ไหม
ได้เฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้น หากผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยเอง จะได้รับความคุ้มครองไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น คือบาดเจ็บไม่เกิน 30,000 บาท สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร 35,000 บาท และเสียชีวิต 35,000 บาท
ต้องยื่นเบิกค่าเสียหายเบื้องต้นภายในกี่วัน
ผู้ประสบภัยต้องร้องขอภายใน 180 วันนับแต่วันที่เกิดความเสียหาย และบริษัทประกันต้องจ่ายให้เสร็จภายใน 7 วันนับแต่ได้รับคำร้อง
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ตัวเลขชุดนี้บอกชัดว่า พ.ร.บ. ถูกออกแบบให้เงินถึงมือผู้บาดเจ็บเร็วที่สุด ไม่ใช่เพื่อดูแลรถหรือกระเป๋าเจ้าของรถ ค่าเสียหายเบื้องต้นจ่ายภายใน 7 วันโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด ถือเป็นจุดแข็งของระบบ แต่วงเงินรักษา 80,000 บาทต่อคนอาจไม่พอเมื่อเป็นอุบัติเหตุหนัก ส่วนเกินจึงต้องพึ่งความคุ้มครองอื่นที่เลือกซื้อเอง
อีกเรื่องที่คนมักมองข้ามคือการแยกสองกรมธรรม์นี้ให้ขาด คนจำนวนไม่น้อยต่อ พ.ร.บ. ทุกปีเพราะต้องใช้ต่อภาษี แต่ไม่ได้ทบทวนว่าความคุ้มครองส่วนเกินที่มีอยู่เพียงพอกับการใช้รถของตัวเองหรือเปล่า ระหว่างเบี้ยที่ต้องจ่ายทุกปีกับวงเงินที่ต้องใช้จริงในวันที่เกิดเหตุ คุณจะตั้งเกณฑ์เลือกความคุ้มครองส่วนเกินจาก พ.ร.บ. อย่างไร?





