บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอแซ็ป (asap) ประกาศยุทธศาสตร์ทางธุรกิจครั้งสำคัญในงานแถลงข่าว SYNERGY STORY : DRIVING FORWARD TOGETHER นำโดย นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหารในเครือ ร่วมเปิดเผยแผนเดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรภายใต้แนวคิด Disciplined Growth. Smarter Mobility. EV-Ready.
แผนดังกล่าวเป็นการปรับฐานธุรกิจจากผู้ให้บริการรถเช่าดั้งเดิม ขยับขึ้นสู่การเป็นผู้นำธุรกิจยานยนต์และนวัตกรรมการเคลื่อนที่ครบวงจร หรือ Mobility Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ รองรับสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Business) ที่ขยายตัวก้าวกระโดดสูงถึง 74% ของรายได้รวม

5 เสาหลักของ Mobility Ecosystem
โครงสร้างการยกระดับฐานธุรกิจใหม่ของ asap ขับเคลื่อนผ่าน 5 เสาหลักโครงข่ายและบริษัทในเครือ เพื่อสร้างแรงส่งทางธุรกิจแบบบูรณาการอย่างไร้รอยต่อ




asap Car Rental และ Casap
- ธุรกิจรถเช่าหลักเดินหน้ากลยุทธ์ EV Fleet – Try Before Buy ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในฟลีทให้แตะระดับ 30% ของจำนวนรถใหม่ทั้งหมด เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มลูกค้าองค์กรได้ทดลองใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อ
- ระบบรถเช่าระยะสั้นนำเทคโนโลยี AI Dynamic Pricing เข้ามาคำนวณและบริหารจัดการโครงสร้างราคาแบบเรียลไทม์ตามดีมานด์ตลาด พร้อมจับมือ Co-Branding ร่วมกับ Trip.com ดันยอด Booking Days ให้เติบโตขึ้น 58% ภายใน 3 เดือน
- ธุรกิจรถยนต์มือสองภายใต้แบรนด์ Casap ปรับกลยุทธ์บริหารงานสู่ Margin over Volume มุ่งเน้นการขายปลีกหน้าร้านที่สร้างกำไรสูง พร้อมลดสัดส่วนการเทขายผ่านลานประมูลลงเหลือเพียง 9% จากเดิม 40%
asap Protect
บริษัท เอแซ็ป โปรเทคท์ จำกัด ซึ่ง asap ถือหุ้น 100% ดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัย ต่อยอดฐานลูกค้าฟลีทรถเช่าและการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าภายในกลุ่ม โดยปัจจุบันสร้างตัวเลขเบี้ยประกันภัยจาก Ecosystem ในเครือข่ายสูงถึง 95%




Eternity at One (EA1)
- บริษัท อีเทอนิตี้ แอทวัน จำกัด ซึ่ง asap ถือหุ้น 51% เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการกลุ่มแบรนด์ CHANGAN ทั้งรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเล็ก Deepal Lumin แบรนด์พลังใหม่ Nevo และแบรนด์พรีเมียมลักชูรี AVATR
- EA1 ตั้งเป้ายอดขายรวมปี 2026 ไว้ที่ 14,500 คัน พร้อมแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมและผู้แทนจำหน่ายจาก 36 แห่ง เป็น 60 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2026
- แบรนด์พรีเมียมลักชูรี AVATR เปิดให้บริการโชว์รูมแฟลกชิปแล้ว 2 สาขาหลัก ได้แก่ สาขาบางนา และสาขาพระราม 6 ตั้งเป้ายอดขายปี 2026 ที่ 1,200 คัน พร้อมแผนขยายสาขาต่างจังหวัดเพิ่มอีก 4 แห่ง




Evante
- บริษัท อีแวนเต้ จำกัด ซึ่ง asap ถือหุ้น 51% คว้าสิทธิ์เป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์แม็กซัส (MAXUS Commercial) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
- Evante มุ่งเปิดเกมรุกเจาะบลูโอเชียนตลาดรถตู้และรถบรรทุกไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เช่น รถขนส่งสินค้า รถรับส่งโดยสาร รถพยาบาล และรถเฉพาะทาง
- ตั้งเป้ายอดขาย Maxus ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ไว้ที่ 300 คัน ก่อนขยายสู่ 1,500 คันในปี 2027 และแตะระดับ 2,200 คันในปี 2028 พร้อมเปิดรับสมัครผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศผ่านสายตรง 065 456 1589




Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การทรานส์ฟอร์มโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ของเอแซ็ป (asap) ในรอบนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่งในแวดวงยานยนต์ไทย เพราะเป็นการปลดล็อกตัวเองจากกรอบ “ธุรกิจรถเช่า” ที่มีข้อจำกัดเรื่องวงจรตัวรถและการพึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างโครงข่ายยานยนต์ครบวงจรที่ทุกฟันเฟืองสามารถส่งต่อรายได้ให้กันเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางยุคที่พฤติกรรมการใช้รถของผู้บริโภคเปลี่ยนจาก “การครอบครองเป็นเจ้าของ” (Ownership) ไปสู่ “การจ่ายเพื่อใช้งานตามจริง” (Mobility as a Service)
แท็กติกที่น่าชื่นชมคือการเชื่อมโยงระบบนิเวศหลังบ้านได้อย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่การให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้าในฟลีท เมื่อรถหมดสัญญาเช่าก็ส่งต่อไปยังคลังรถมือสอง Casap เพื่อทำกำไรจากการขายปลีกต่อ ขณะเดียวกันตัวรถทุกคันในระบบก็พ่วงเบี้ยประกันภัยให้กับ asap Protect ไปในตัว
ยิ่งไปกว่านั้น การที่บริษัทลูกอย่าง EA1 และ Evante คว้าสิทธิ์การเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันฝั่งดิสทริบิวเตอร์ทั้ง CHANGAN, AVATR รวมถึงรถตู้พาณิชย์ไฟฟ้าอย่าง MAXUS Commercial ยิ่งทำให้เอแซ็ปกลายเป็นผู้เล่นที่มีอาวุธครบมือ สามารถซัพพลายรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ฟลีทรถเช่าของตนเองได้ด้วยต้นทุนที่ได้เปรียบกว่าคู่แข่งรายอื่นอย่างชัดเจน
หมากเกมสำคัญที่ต้องจับตาหลังจากนี้คือ ความเร็วในการขยายเครือข่ายโชว์รูมให้ได้ตามเป้าหมาย 60 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2026 รวมถึงความสามารถของทีมผู้บริหารในการจัดบาลานซ์พอร์ตโฟลิโอระหว่างรถเช่าแบบสันดาปเดิมกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Fleet) ให้สอดรับกับโครงสร้างสถานีชาร์จความเร็วสูงในประเทศไทย
หากระบบหลังบ้านและการนำ AI เข้ามาช่วยคำนวณราคารถเช่าแบบเรียลไทม์ทำงานได้เสถียรตามเป้า เป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมทั้งกลุ่มที่ตั้งไว้กว่า 70% ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม และจะกลายเป็น New Growth Engine ที่แข็งแกร่งอย่างมากครับ






