
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรก 2026 ด้วยยอดจดทะเบียนสะสม 16,920 คัน เติบโตก้าวกระโดดขึ้นถึง 67% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ท่ามกลางภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศที่เติบโต 16% (ยอดสะสมรวม 374,424 คัน) ส่งผลให้เอ็มจีสามารถขยับขึ้นมารั้งตำแหน่ง TOP 5 ของตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ที่ 4.5% พร้อมประกาศปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายประจำปี 2026 จากเดิม 30,000 คัน ขยับขึ้นสู่ 36,000 คัน
ข้อมูลสรุปยอดขายเซกเมนต์ชูโรงและยุทธศาสตร์ DUAL-MARKET 2026 ยอดขายสะสมครึ่งปีแรก 2026 ของเอ็มจี ได้รับแรงหนุนหลักจาก 3 โมเดลยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) ยอดนิยม ได้แก่
- NEW MG S5 EV PLUS 2026 ยอดจดทะเบียน 6,341 คัน
- MG4 ELECTRIC 2026 ยอดจดทะเบียน 6,018 คัน
- MG IM6 2026 ยอดจดทะเบียน 1,013 คัน
ทิศทางในการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เอ็มจีเตรียมขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ “DUAL-MARKET” แบ่งออกเป็น 2 ตลาดหลัก คือ



1. MASS MARKET: เดินหน้าผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าตลาดแมส ได้แก่ NEW MG S5 EV PLUS 2026, MG4 ELECTRIC 2026, ซิตี้คาร์ไฟฟ้า NEW MG URBAN 2026 ควบคู่กับกลุ่มเครื่องยนต์สันดาป/ไฮบริดอย่าง MG3 HYBRID+ 2026 2. PREMIUM MARKET: ยกระดับภาพลักษณ์สู่ตลาดพรีเมียมด้วย MG IM6 2026 และ MG IM5 2026 ซึ่งเตรียมส่งรุ่น Limited Edition เข้าสู่ตลาดเร็วๆ นี้ รวมถึง e-MPV ระดับลักชัวรีอย่าง MG MAXUS 7 2026 และ MG MAXUS 9 2026 โดยทุกรุ่นมาพร้อมแคมเปญ EV LIFETIME WARRANTY รับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน
ด้านงานบริการหลังการขาย เอ็มจีเดินหน้ายกระดับโชว์รูมและศูนย์บริการสู่ “NEW ERA OF MG DEALER” ครอบคลุมผู้แทนจำหน่าย 126 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้นโยบายบริการ “MG SMILE” พ่วงการนำระบบ E-WORKSHOP เข้ามาใช้วิเคราะห์และเพิ่มความแม่นยำในงานซ่อมบำรุง เพื่อเดินหน้าสู่วิสัยทัศน์การเป็น 1 ใน 3 แบรนด์รถยนต์ชั้นนำของประเทศไทย
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร


การทำผลงานสะสมครึ่งปีแรก 2026 ของเอ็มจี ด้วยอัตราเติบโตสูงถึง 67% และขยับขึ้นติด TOP 5 ตลาดรถยนต์ไทย ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของการปรับทัพองค์กรและการวางกลยุทธ์ GLOCAL ที่อ่านเกมได้ขาดและลงมือทำได้เร็วมากครับ
แท็กติกการแบ่งเค้กการตลาดด้วยกลยุทธ์ “DUAL-MARKET” คือการแก้ Pain Point ของแบรนด์เอ็มจีในอดีตได้อย่างตรงจุด การแยกสายผลิตภัณฑ์ระหว่าง “Mass Market” ที่เน้นความคุ้มค่า ความอเนกประสงค์ และการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่าง MG S5 EV PLUS, MG4 ELECTRIC และ MG3 HYBRID+ ออกจากสาย “Premium Market” อย่างแบรนด์ IM (IM6, IM5) และ MAXUS ช่วยให้เอ็มจีสามารถขยายฐานลูกค้าไปจับกลุ่มผู้บริโภคระดับกำลังซื้อสูงที่มองหานวัตกรรมขั้นสูงและงานประกอบระดับไฮเอนด์ได้โดยไม่เสียตัวตนเดิม
จุดเด่นสำคัญที่เป็นอาวุธหนักพิฆาตคู่แข่ง คือการชูเงื่อนไข “EV LIFETIME WARRANTY” การรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งานให้กับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นในพอร์ต ซึ่งถือเป็นการลบความกังวลเรื่องเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ในระยะยาว และสร้างความได้เปรียบเชิงจิตวิทยาเหนือค่ายรถยนต์อื่นๆ ในตลาดอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับการเร่งยกระดับดีลเลอร์ 126 แห่งสู่มาตรฐาน “NEW ERA” และนำระบบ E-WORKSHOP มาใช้ ก็เป็นการสร้างเกราะป้องกันด้านบริการหลังการขายที่แข็งแกร่งขึ้น









