
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาดยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวีครั้งสำคัญ ด้วยการเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 3.0 ลิตร ใน GWM TANK 500 2026 ขุมพลังใหม่ระดับเรือธงที่ผสานสมรรถนะการขับเคลื่อนขั้นสูงเข้ากับความประหยัดเชื้อเพลิง ภายใต้ปรัชญาการพัฒนา Multi-Powertrains ของทางค่าย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถที่ต้องการความมั่นใจในทุกบทบาท ทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการขับขี่ผจญภัยระยะไกล
ดูราคา สเปก และรุ่นย่อยทั้งหมดของ GWM Tank 500 ในฐานข้อมูลรถยนต์ Bangkok Motorhaus
ภายนอกตัวรถได้รับการยกระดับความสะดวกสบายและความภูมิฐานด้วยการติดตั้งบันไดข้างแบบกางออกและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารก้าวขึ้นลงจากห้องโดยสารที่มีความสูงตามแบบฉบับรถเอสยูวีฟูลไซส์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย พร้อมทั้งคงเส้นสายความเรียบหรูของตัวถังได้อย่างแนบเนียนขณะขับเคลื่อน
ภายในห้องโดยสารได้รับการอัปเกรดระบบปฏิบัติการหน้าจอกลางสู่เวอร์ชัน Coffee OS 3.0 มอบประสบการณ์การสั่งการและการเชื่อมต่อที่ลื่นไหล เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เสริมความสะดวกสบายด้วยพวงมาลัยปรับตำแหน่งด้วยระบบไฟฟ้า และเบาะนั่งแถวที่ 3 ปรับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า อำนวยความสะดวกในการจัดสรรพื้นที่บรรทุกสัมภาระตามรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 3.0 ลิตร รหัสใหม่ ความจุกระบอกสูบ 2,994 ซีซี ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากขุมพลังดีเซลขนาด 2.4 ลิตรเดิม โดยสามารถสร้างพละกำลังสูงสุด 231 แรงม้า (เพิ่มขึ้น 47 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุดมหาศาลถึง 620 นิวตัน-เมตร (เพิ่มขึ้น 140 นิวตัน-เมตร) ในช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำตั้งแต่ 1,400–2,400 รอบต่อนาที มอบการตอบสนองที่ฉับไวและต่อเนื่องตั้งแต่ออกตัว
ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ตัวเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับระบบฉีดจ่ายน้ำมัน Common Rail แรงดันสูงพิเศษ 2,000 บาร์ ห้องเผาไหม้แบบ D-Scroll ระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน VGT อินเตอร์คูลเลอร์แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-Cooled Intercooler) และวาล์วน้ำควบคุมอุณหภูมิด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Thermostat) ควบคู่กับสารเคลือบชิ้นส่วนเพื่อลดแรงเสียดทานภายใน ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยในสภาวะรวมอยู่ที่ประมาณ 14.1 กิโลเมตรต่อลิตร (หรือ 7.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร) ซึ่งใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตรเดิม



ระบบส่งกำลังได้รับการจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะรุ่นใหม่ ที่ถ่ายทอดพละกำลังลงสู่ล้อด้วยประสิทธิภาพเชิงกลสูงถึง 97% ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง ขณะที่ระบบเบรกได้รับการอัปเกรดเป็นระบบควบคุมการเบรกแบบรวมศูนย์ Integrated Brake Control (IBC) พร้อมเพิ่มขนาดจานเบรกหลังเป็น 343 มิลลิเมตร เพื่อรองรับพละกำลังที่สูงขึ้นได้อย่างมั่นคง
โครงสร้างแชสซีส์และระบบรองรับได้รับการพัฒนาชุดโช้คอัพและสปริงใหม่เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการซับแรงสะเทือน เสริมความแกร่งด้วยเหล็กกันโคลงชุดใหม่ที่ช่วยลดอาการโคลงตัวขณะเข้าโค้งและเปลี่ยนทิศทาง ให้การทรงตัวที่สมดุลและมั่นใจในทุกย่านความเร็ว
ความเงียบสงบในห้องโดยสารได้รับการดูแลเป็นพิเศษผ่านการควบคุมเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือน (NVH) ด้วยวัสดุซับเสียงแบบ Passive การออกแบบโครงสร้างเพื่อหลีกเลี่ยงย่านความถี่สั่นพ้อง ระบบเฟืองโซ่แบบ Random Sprocket การติดตั้งเพลาถ่วงสมดุล Balance Shaft ตลอดจนการใช้แท่นเครื่องและทอร์กคอนเวอร์เตอร์แบบไฮดรอลิก พร้อมทั้งขยายขนาดเพลาขับหน้าเพื่อรองรับแรงบิดมหาศาลได้อย่างทนทาน



ทางผู้ผลิตสร้างความมั่นใจในการครอบครองระยะยาวด้วยการรับประกันชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่กำหนดนานสูงสุดถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี (ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของทางค่าย) โดยเปิดให้ผู้สนใจสามารถสัมผัสตัวจริงและร่วมทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ GWM พาร์ตเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การนำเสนอขุมพลังดีเซลเทอร์โบขนาด 3.0 ลิตร ใน GWM TANK 500 2026 สะท้อนถึงการอ่านทิศทางตลาดที่เฉียบคมของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ แม้กระแสยานยนต์โลกกำลังมุ่งสู่ระบบส่งกำลังไฟฟ้า แต่สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานรถอเนกประสงค์ระดับพรีเมียมขนาด 7 ที่นั่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครอบครัวขนาดใหญ่ หรือผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางไกลข้ามจังหวัดและเส้นทางทุรกันดาร ความต้องการขุมพลังสันดาปที่พละกำลังสูง ทนทาน ไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จไฟ และให้แรงบิดหนักแน่นในรอบต่ำยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ
การที่ตัวรถสามารถสร้างแรงบิดระดับ 620 นิวตัน-เมตร แต่ยังคงอัตราสิ้นเปลืองในระดับ 14.1 กิโลเมตรต่อลิตร ควบคู่กับการเซ็ตอัปวิศวกรรมทั้งระบบ ทั้งเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ช่วงล่าง เหล็กกันโคลง และการเก็บเสียงที่ละเมียดละไม ยิ่งเสริมให้เอสยูวีคันนี้มีศักยภาพทัดเทียมกับแบรนด์หรูระดับสากล และการกล้ารับประกันเครื่องยนต์ถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี ย่อมเป็นหมัดเด็ดในการทลายข้อกังขาเรื่องความทนทานในสายตาผู้บริโภคชาวไทย






