
บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดยคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับพนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ Volvo EX30 เพื่อรายงานความคืบหน้ากระบวนการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่แรงดันสูง (High-Voltage Battery Module) ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ณ ศูนย์กระจายสินค้าและฝึกอบรม วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารข้อมูลและขั้นตอนการดำเนินงานอย่างตรงไปตรงมา พร้อมย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลหลังการขาย โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ สคบ. และตัวแทนผู้บริโภคเข้าฟังรายละเอียดขั้นตอนการทำงานของทีมช่างเทคนิคอย่างใกล้ชิด รวมถึงนำชุดแบตเตอรี่แรงดันสูงและโมดูลแบตเตอรี่ของจริงมาจัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าใจกลไกและมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานจริงทุกขั้นตอน



วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย แสดงความคืบหน้าในกระบวนการเคลมเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ใหม่ยกชุด ซึ่งดำเนินการไปแล้วมากกว่า 50% จากจำนวนรถยนต์ที่อยู่ในขอบข่ายทั้งหมด 1,668 คันในประเทศไทย พร้อมตั้งเป้าหมายเร่งรัดบริการให้เสร็จสิ้นครบ 100% ภายในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 นี้



สำหรับการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ดังกล่าว ทางวอลโว่ให้บริการฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ร่วมกับการเสนอมาตรการเยียวยาดูแลลูกค้าระหว่างรอรับบริการ เช่น การจัดเตรียมรถยืมทดแทนสำหรับใช้งาน และการมอบคูปองชาร์จไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ผู้บริโภค



ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ในกลุ่มรถที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดอย่างรอบคอบและได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสวีเดน ทางบริษัทฯ เตรียมแผนที่จะกลับมาเปิดการจำหน่ายและส่งมอบ Volvo EX30 2026 ให้กับตลาดประเทศไทยอีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบต่อไป






Bangkok Motorhaus มองอย่างไร



การที่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เลือกใช้วิธีเปิดบ้านต้อนรับทั้ง สคบ. และ “ตัวแทนผู้บริโภค” เข้ามาดูของจริงและฟังขั้นตอนกระบวนการแก้ปัญหาโมดูลแบตเตอรี่ของ Volvo EX30 2026 ถึงศูนย์ฝึกอบรม ถือเป็นหมากแก้เกมในสภาวะวิกฤต (Crisis Management) ที่เดินได้อย่างถูกทิศทางและจริงใจ



ในมุมของแบรนด์พรีเมียม ความปลอดภัยและภาพลักษณ์ Brand Trust คือหัวใจหลักสำคัญ การเกิดปัญหาทางเทคนิคในชิ้นส่วนสำคัญอย่างแบตเตอรี่ความดันสูงย่อมสร้างความหวั่นไหวให้ผู้บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แท็กติกที่วอลโว่นำมาใช้คือการเลือกสื่อสารแบบโปร่งใส (Transparency) นำ “โมดูลแบตเตอรี่จริง” มาถอดกางให้ดูเพื่อลดความคลางแคลงใจ ดีกว่าการออกเพียงจดหมายชี้แจงผ่านกระดาษ ซึ่งช่วยดึงความเชื่อมั่นจากทั้งหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง สคบ. และฝั่งลูกค้ารวมถึงสังคมกลับมาได้อย่างเป็นรูปธรรม


นอกจากนี้ การที่แบรนด์สามารถเร่งอัตราการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ไปได้เกินครึ่ง (มากกว่า 50%) และลุยกรอบเวลาปิดเคสครบ 1,668 คันให้จบภายในสิ้นเดือนสิงหาคม ถือเป็นความเร็วในการจัดการ supply chain และการบริหารศูนย์บริการที่ดี ซึ่งหากวอลโว่สามารถปิดเคสนี้ได้อย่างสมบูรณ์เรียบร้อยตามแผน เพื่อให้สโลแกน “ทุกชีวิตปลอดภัยในวอลโว่” กลับมาขลังอีกครั้ง




