ทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง (Ford Thailand Racing – FTR) เปิดฉากฤดูกาลแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการใหญ่ที่สุดของอาเซียน Thailand Super Series 2026 ในรุ่น Thailand Super Series Pick-up ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการพาตัวแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ซิงเกิ้ลแค็บ ขุมพลังเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร เทอร์โบ กวาดถ้วยรางวัลรวมกันไปถึง 8 โพเดียม จากการดวลความเร็วทั้ง 3 สนามในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ผลงานดังกล่าวตอกย้ำสมรรถนะระดับเวิลด์คลาสและความแข็งแกร่งของยานยนต์ตระกูลเรนเจอร์ ในโอกาสที่ฟอร์ด ประเทศไทย ก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ของการดำเนินธุรกิจ โดยผลงานและรายละเอียดคะแนนโพเดียมจากทีมนักแข่งใน 3 สนามแรกถูกสรุปตามบันทึกการแข่งขันอย่างเป็นทางการดังนี้

บูม-กันตธีร์ กุศิริ รถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 18
- พัฒนาและเซ็ตอัปโดยทีม ออโรร่า ดีไซน์ ไดนามิกส์ (Aurora Design Dynamics) โชว์ฟอร์มร้อนแรงที่สุดในสุดสัปดาห์ด้วยการเหมาคนเดียว 6 รางวัลจาก 3 สนาม
- สนามที่ 1 ทำคะแนนช่วงควอลิฟายได้หัวตาราง ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลโพซิชัน ก่อนรักษาไลน์ได้อย่างเหนียวแน่น จบการแข่งขันด้วยตำแหน่งแชมป์อันดับที่ 1 คลาสเอ และอันดับที่ 2 Overall
- สนามที่ 2 ระเบิดฟอร์มเก่งพารถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ นำม้วนเดียวจบ ทิ้งห่างคู่แข่งอันดับสองถึง 16 วินาที คว้าดับเบิ้ลแชมป์อันดับที่ 1 ทั้งในรุ่นคลาสเอและอันดับที่ 1 Overall
- สนามที่ 3 แม้จะโดนมาตรการ Balance of Performance (BoP) ด้วยการบวกน้ำหนักถ่วงเพิ่มถึง 90 กิโลกรัม และถูกสลับอันดับสตาร์ทจากกริดที่ 1 ลงไปกริดที่ 5 แต่ยังใช้ทักษะไล่บี้เอาชนะข้อจำกัด พารถเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 2 คลาสเอ และอันดับที่ 3 Overall







แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค รถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3
- พัฒนาโดยทีม วายเค มอเตอร์สปอร์ต (YK Motorsports) พกดีกรีนักขับระดับสากล สร้างผลงานคว้า 2 โพเดียมสำคัญในสัปดาห์เปิดฤดูกาล
- สนามที่ 1 ทำเวลาควอลิฟายออกสตาร์ทจากกริดที่ 6 ก่อนใช้ชั้นเชิงและการเข้าโค้งที่เด็ดขาด ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาคว้าอันดับที่ 4 คลาสเอ และอันดับที่ 5 Overall
- สนามที่ 3 สร้างไฮไลต์เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตติดขอบสนาม ด้วยการโชว์สปิริตไล่แซงระห่ำจากกริดสตาร์ทท้ายแถวอันดับที่ 29 ไต่ลำดับขึ้นมาถึง 12 คัน จบการแข่งขันในอันดับที่ 16




เบสท์-ธณพล ชูเจริญผล รถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 15
เบสท์-ธณพล ชูเจริญผล จากทีม องค์โด้ มอเตอร์สปอร์ต (Ongdo Motorsport) โชว์ทักษะความเร็วได้อย่างดุดันตั้งแต่เปิดเกม โดยในเซสชันแรกสามารถไล่แซงคู่ต่อสู้ขึ้นมาจากกริดสตาร์ทอันดับที่ 26 ได้อย่างน่าประทับใจ น่าเสียดายที่ตัวรถเผชิญกับปัญหาขัดข้องทางเทคนิค (Technical Issue) ทำให้ไม่สามารถจบการแข่งขัน (DNF) ทั้ง 3 สนาม แต่ยังได้รับคำชมในเรื่องของสปิริตและความมุ่งมั่นจากแฟนความเร็วรอบสนาม



Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การเปิดฉากฤดูกาล Thailand Super Series 2026 ด้วยการกวาดไปถึง 8 โพเดียมของทัพตัวแข่ง Ford Ranger ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ทรงพลังและชัดเจนที่สุดในแง่ของวิศวกรรมยานยนต์ เพราะในอดีตตลาดยอดนิยมของกีฬากระบะทางเรียบมักจะถูกผูกกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบพิกัด 1.9 และ 3.0 ลิตรของค่ายญี่ปุ่น แต่ฟอร์ดเลือกเดินเกมฉีกกรอบเดิมด้วยการนำบล็อกเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร เทอร์โบ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของรถบ้านรุ่นท็อปที่ลูกค้าทั่วไปใช้งาน มาดัดแปลงเป็นเครื่องยนต์รถแข่งลงสู้ศึกในสนาม
ชัยชนะและตัวเลขเวลาที่ทิ้งห่างคู่แข่งถึง 16 วินาทีในบางสนาม จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสำเร็จของทีมแข่ง Ford Thailand Racing เท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาด (Motorsport Marketing) ชั้นดีที่จะช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วไปว่าเครื่องยนต์ V6 ของฟอร์ดมีพละกำลัง ความทนทาน และความสามารถในการรับโหลดหนักระดับสนามแข่งได้จริง
ประเด็นที่น่าจับตาในแง่แท็กติกการแข่งขันหลังจากนี้คือมาตรการ Balance of Performance (BoP) จากกรรมการจัดการแข่งขัน ในสนามที่ 3 เราได้เห็นแล้วว่า บูม-กันตธีร์ ถูกปรับถ่วงน้ำหนักเพิ่มเข้าไปถึง 90 กิโลกรัม ซึ่งในโลกของมอเตอร์สปอร์ต น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เซนต์เนอร์มีผลต่ออัตราเร่งและการสึกหรอของหน้ายางอย่างมหาศาล แต่ตัวแข่งเรนเจอร์หมายเลข 18 ก็ยังสามารถประคองตัวคว้าอันดับที่ 2 ในคลาสเอมาได้ นั่นหมายความว่าแชสซีส์ ระบบช่วงล่าง และแรงบิดของตัวรถยังมี Margin หรือขีดจำกัดที่สูงอยู่พอสมควร
ความท้าทายในสเต็ปถัดไปของทีมวิศวกรฟอร์ดร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง Aurora Design Dynamics และ YK Motorsports คือการเซ็ตอัปบาลานซ์รถแข่งให้ทนทานต่อการแบกน้ำหนัก BoP ที่อาจเพิ่มขึ้นอีกในเรซถัด ๆ ไป ควบคู่ไปกับการเร่งแก้ไขระบบซอฟต์แวร์หรือปัญหาเทคนิคอลในรถของ เบสท์-ธณพล หมายเลข 15 ให้กลับมาสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะหากฟอร์ดเคลียร์จุดนี้ได้และส่งรถแข่งทั้ง 3 คันขึ้นไปบดขยี้ในกลุ่มผู้นำพร้อมกัน ไลน์อัปโพเดียมช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี้มีโอกาสกลายเป็นพื้นที่สีน้ำเงินของฟอร์ดอย่างแน่นอนครับ




