บริษัท เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ประกาศความภาคภูมิใจและศักยภาพของแบรนด์บนเวทีระดับสากล หลังกวาดรางวัลอันทรงเกียรติมากถึง 5 รางวัลใหญ่จากงานประชุมธุรกิจระดับโลก CHERY International Business Summit ประจำปี 2026 ณ เมืองอู๋หู สาธารณรัฐประชาชนจีน สะท้อนความสำเร็จในการบุกเบิกและสร้างฐานตลาดในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ For Family ของแบรนด์ยานยนต์ระดับโลก

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ทั้ง 5 รางวัลใหญ่ที่ทีมงานเชอรี ประเทศไทยได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันและดัชนีชี้วัดความมุ่งมั่นขององค์กรในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ยานยนต์และบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนไทยได้อย่างแท้จริง ความสำเร็จระดับโกลบอลรอบนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้แบรนด์เดินหน้าพัฒนายนตรกรรมและบริการเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

5 รางวัลใหญ่ของ Chery Thailand บนเวทีโลก
- Best Rising Star Award: รางวัลในฐานะตลาดดาวรุ่งดวงใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางธุรกิจรวดเร็วที่สุด จากการวางแผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานจริงในท้องถิ่น และมาตรฐานการบริหารงานที่เป็นเลิศ
- Outstanding Channel Development Award: รางวัลยกย่องความสำเร็จในการวางรากฐานและเร่งขยายระบบเครือข่ายพันธมิตรผู้จำหน่ายอย่างแข็งแกร่ง ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทั่วประเทศไทย
- Best Showroom Operation Award: รางวัลการันตีมาตรฐานการจัดการและควบคุมคุณภาพการดำเนินงานภายในโชว์รูม เพื่อส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมในทุกมิติให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาสัมผัสตัวรถ
- Best Customer Satisfaction Award: รางวัลสะท้อนดัชนีความพึงพอใจสูงสุดของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อการบริการระดับมืออาชีพ ซึ่งวัดผลจากประสบการณ์ตรงและเสียงตอบรับของผู้ใช้งานจริงหน้าร้าน
- One Classic Million Stories (Top 10 International Design): ตัวแทนความคิดสร้างสรรค์จากประเทศไทยคว้ารางวัลชนะเลิศ 2 รางวัลบนคลังดีไซน์ระดับท็อป 10 ของโลก ผ่านผลงานนวัตกรรมการออกแบบตกแต่งสไตล์ออฟโรดจากเวที Chery V23 Style Up Challenge ที่จัดขึ้นในไทยก่อนหน้านี้



ไลน์อัปโมเดลเรือธงในไทยภายใต้ Chery Group
THE NEW OMODA C5 EV 2026
- รุ่น OMODA C5 Max+ ราคาพิเศษ 629,000 บาท จากราคาปกติ 709,000 บาท
JAECOO 5 EV 2026
- รุ่น JAECOO 5 EV Max+ โครงสร้างโมเดลระบบ KD ประกอบในไทย
JAECOO 6 EV 2026
- รุ่น Long Range 2WD ราคาพิเศษ 899,000 บาท จากราคาปกติ 1,099,000 บาท
- รุ่น Long Range 4WD ราคาพิเศษ 999,000 บาท จากราคาปกติ 1,249,000 บาท
- รุ่นแต่งพิเศษ JAECOO 6T EV Long Range 4WD ราคาพิเศษ 1,049,000 บาท จากราคาปกติ 1,099,000 บาท
CHERY V23 2026
- รุ่น V23 PLAY 2WD ราคา 699,000 บาท
- รุ่น V23 PLUS 2WD ราคา 759,000 บาท
- รุ่นพิเศษ V23 PLUS 2WD Limited Edition (Pop Purple) ราคา 769,000 บาท
- รุ่นท็อป V23 PEAK 4WD ราคา 889,900 บาท
หมายเหตุ: แคมเปญสิทธิพิเศษ ราคาโปรโมชัน และการรับประกันตัวรถแบบตลอดชีพ Lifetime Warranty สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่กำหนด เงื่อนไขเป็นไปตามที่แบรนด์กำหนด
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การที่เชอรี ประเทศไทยสามารถกวาดรางวัลใหญ่กลับบ้านได้ถึง 5 รางวัลบนเวที CHERY International Business Summit ครั้งนี้ เป็นตัวสะท้อนชัดเจนว่าบริษัทแม่ที่ประเทศจีนมองเห็นและให้ความสำคัญกับศักยภาพของตลาดประเทศไทยอย่างมาก เพราะไทยคือหนึ่งในหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ที่ Chery Group ตั้งใจใช้เป็นฐานการเติบโตของยานยนต์พลังงานใหม่ เพื่อรองรับตลาดในประเทศและต่อยอดไปยังกลุ่มพวงมาลัยขวาในอาเซียน
รางวัลเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็นหลักฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพแบรนด์ให้กับผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะในช่วงที่แบรนด์จีนหลายรายกำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นทั้งด้านราคา เทคโนโลยี เครือข่ายผู้จำหน่าย และบริการหลังการขาย
เมื่อวิเคราะห์วิสัยทัศน์ For Family ที่ตั้งเป้าดันยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกให้ครอบครัวยุคใหม่แตะ 1 ล้านคันในปีนี้ และมุ่งสู่ 10 ล้านคันภายในปี 2573 แท็กติกของเชอรีที่น่าสนใจคือการไม่เอาแบรนด์มาทับไลน์กันเอง แต่ใช้วิธีแตกแบรนด์ย่อยออกมาเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์ครอบครัวที่แตกต่างกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ OMODA สำหรับครอบครัวสายแฟชั่นล้ำสมัยในเมือง, JAECOO สำหรับสายลุยกิจกรรมกลางแจ้ง ไปจนถึง CHERY V23 สำหรับกลุ่มที่ต้องการรถไฟฟ้าทรงกล่องสไตล์เรโทรและมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว
การที่ผลงานตกแต่งรถยนต์ V23 จากฝีมือคนไทยสามารถติดอันดับ Top 10 International Design ได้ถึง 2 รางวัล ยิ่งยืนยันว่าตลาดไทยมีความคิดสร้างสรรค์และเข้าใจความต้องการของกลุ่มลูกค้ารถแต่งในเซกเมนต์นี้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่ที่เชอรีและทีม OMODA & JAECOO ประเทศไทยต้องเร่งพิสูจน์หลังจากคว้าถ้วยรางวัลระดับโลกกลับมาคือ แผนขยายโครงสร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ทะลุเป้า 100-120 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้เพื่อรองรับเป้าหมายยอดขาย 26,000 คัน รวมถึงความรวดเร็วของระบบลอจิสติกส์อะไหล่และการทำงานของซอฟต์แวร์ OJ O-JAI หลังบ้าน เพราะระบบบริการหลังการขายที่พร้อมและพึ่งพาได้จริง จะเป็นกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนรางวัล Best Customer Satisfaction ให้กลายเป็นความภักดีต่อแบรนด์ในใจผู้ใช้รถชาวไทยระยะยาวครับ




