
ทีทีบีไดรฟ์ (ttb DRIVE) เดินหน้าตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำด้านสินเชื่อยานยนต์และการขับเคลื่อนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ในประเทศไทย ประกาศผนึกกำลังความร่วมมือครั้งสำคัญกับพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบโซลูชันทางการเงินสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อรองรับการเปิดตัว The All-Electric Mazda CX-6e 2026 ยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุด มุ่งยกระดับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดและช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่าย คุ้มค่า และสะดวกสบายยิ่งขึ้น
นายชัชฤทธิ์ ตั้งเถกิงเกียรติ์ ประธานกลุ่มด้านสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี เปิดเผยข้อมูลทิศทางตลาดยานยนต์ไฟฟ้าว่า ปัจจุบันตลาดยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยสถิติจากกรมการขนส่งทางบกชี้ชัดว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2569 มีจำนวนสูงกว่า 146,000 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 94% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 สะท้อนถึงความต้องการใช้งานรถยนต์พลังงานสะอาดที่ขยายตัวอย่างชัดเจนของผู้บริโภค ขณะเดียวกันพอร์ตสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าของทีทีบีไดรฟ์ก็เติบโตอย่างโดดเด่น โดยในปี 2569 ยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนแตะระดับ 50% ของยอดสินเชื่อรถยนต์ใหม่ทั้งหมดของธนาคาร ตอกย้ำว่ายานยนต์ไฟฟ้าได้ก้าวเข้ามาเป็นตลาดหลักของอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทยอย่างเต็มภาคภูมิ
เพื่อร่วมฉลองการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดของพันธมิตรระยะยาว ทีทีบีไดรฟ์ ได้จัดแคมเปญข้อเสนอทางการเงินแบบครบวงจรสำหรับผู้ที่สั่งจองและจัดสินเชื่อรถยนต์ Mazda CX-6e 2026 ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.88% ต่อปี พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง ต่อด้วยแคมเปญ Trade-in ที่ช่วยให้ผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระค่างวดรถยนต์คันปัจจุบันสามารถเปลี่ยนมาเป็นเจ้าของ Mazda CX-6e 2026 ได้ทันที พร้อมทราบผลอนุมัติได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องยื่นเอกสารแสดงรายได้ และข้อเสนอพิเศษช่วยผ่อนชำระค่างวดสูงสุด 5,000 บาท จำนวน 1 งวด สำหรับผู้ที่สมัครเปิดบัญชี ttb all free ควบคู่กับการเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน ttb touch โดยเงื่อนไขแคมเปญทั้งหมดกำหนดให้รับมอบรถและเกิดสัญญาเช่าซื้อภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 นี้
ทางด้าน นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเน้นย้ำว่า การเปิดตัว The All-Electric Mazda CX-6e 2026 ถือเป็นหมุดหมายครั้งประวัติศาสตร์ของทางค่ายในการส่งมอบทางเลือกด้านยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงให้กับผู้บริโภคชาวไทย โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Premium และรุ่น Premium Sports ที่ผสานจิตวิญญาณการขับขี่ Jinba Ittai ความประณีตหรูหรา และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งการจับมือกับทีทีบีไดรฟ์ในฐานะพันธมิตรสถาบันการเงินรายหลัก จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของสามารถเข้าถึงข้อเสนอที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้อย่างแท้จริง
สำหรับ The All-Electric Mazda CX-6e 2026 พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้า 100% สไตล์ครอสโอเวอร์เอสยูวี ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางการขับขี่ไกลสุด 555 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (NEDC) รองรับการอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 194 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 15 นาที พร้อมห้องโดยสารสุดไฮเทคด้วยหน้าจอ 5K Widescreen ขนาด 26.45 นิ้ว หน้าจอแสดงผลเสมือนจริง AR Head-up Display 50 นิ้ว และระบบกระจกมองข้างแบบดิจิทัลล้ำสมัย
ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการสร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม แต่ยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันของทั้งสององค์กรในการขับเคลื่อน EV Ecosystem ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมสนับสนุนให้ผู้บริโภคชาวไทยก้าวเข้าสู่การใช้พลังงานสะอาดและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การขยับตัวของ ทีทีบีไดรฟ์ ร่วมกับ มาสด้า ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์เชิงรุกที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อสถาบันการเงินไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ปล่อยกู้ แต่เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน Ecosystem ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว สถิติการปล่อยสินเชื่อ EV ของ ttb ที่แตะสัดส่วน 50% ของพอร์ตสินเชื่อรถใหม่ เป็นหลักฐานชัดเจนว่าความต้องการของผู้บริโภคได้เปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาดแล้วอย่างแท้จริง ไฮไลต์สำคัญของแคมเปญนี้อยู่ที่การแก้ Pain Point ของผู้ใช้รถได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะแคมเปญ Trade-in ที่เปิดทางให้ผู้ที่ติดภาระผ่อนคันเดิมสามารถเปลี่ยนมาใช้ Mazda CX-6e 2026 ได้ทันทีโดยไม่ต้องแสดงเอกสารรายได้ ผนวกกับดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% และเงินช่วยผ่อน ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการตัดสินใจซื้อได้อย่างมหาศาล






