
โตโยต้า ยุโรป เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งความสำเร็จของยนตรกรรมระดับตำนานที่มียอดจำหน่ายสูงสุดตลอดกาลอย่าง Toyota Corolla ด้วยยอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 57 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวเจเนอเรชันแรกในปี 1966 จวบจนเจเนอเรชันที่ 12 ในปัจจุบัน ด้วยการเปิดตัวเวอร์ชันพิเศษ Toyota Corolla 60th Anniversary 2026 ในตลาดยุโรป ครอบคลุมทั้งตัวถังแบบ Hatchback 5 ประตู, สเตชันแวกอน Touring Sports และ Sedan 4 ประตู ชูจุดเด่นด้านการตกแต่งดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และตราสัญลักษณ์พิเศษฉลองครบรอบ 6 ทศวรรษ
สำหรับตัวถัง Hatchback และ Touring Sports มาพร้อมความโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยสีตัวถังพิเศษเฉพาะรุ่นเฉดสีน้ำเงินเมทัลลิก New Boreal Blue ผสานดีไซน์หลังคาและเสาตัวถังสีดำเงา Night Sky Black แบบทูโทน เสริมลุคพรีเมียมด้วยล้ออัลลอย 10 ก้าน ขนาด 17 นิ้ว ลวดลายเฉพาะตัวแบบ Machined Contrast ตัดสลับผิวด้าน พร้อมน็อตล้อสีโครเมียมรมดำ เพิ่มความสปอร์ตด้วยคิ้วกันชนหน้าและสเกิร์ตข้างสีเงินด้าน Matt Silver ตัดกับกรอบไฟตัดหมอกและคิ้วตกแต่งฝาท้ายรมดำ Dark-Plated ขณะที่รุ่น Touring Sports จะได้รับการเสริมแถบสีเงินด้านบริเวณชายล่างกันชนหลังเพิ่มเติม และปิดท้ายความพิเศษภายนอกด้วยสติกเกอร์กราฟิก 60th Anniversary บริเวณชายประตูด้านหลัง
ในส่วนของตัวถัง Sedan 4 ประตูได้รับการรังสรรค์ด้วยโทนสีเฉพาะตัวอันหรูหราอย่างสีน้ำเงินเมทัลลิก Lunar Sky Blue โดยถ่ายทอดรายละเอียดการตกแต่งภายนอก ทั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว คิ้วตกแต่งรอบคัน และตราสัญลักษณ์ 60 ปีมาจากรุ่นพี่น้องอย่างครบถ้วน พร้อมเพิ่มแถบตกแต่งสีเงินด้าน Matt Silver บริเวณขอบล่างของฝากระโปรงท้ายเพื่อเพิ่มมิติความสง่างาม นอกจากนี้ทางค่ายยังมีตัวเลือกสีตัวถังระดับพรีเมียมอย่างสีขาวมุก Platinum White Pearl และสีเทาเมทัลลิก Ash Grey ให้ผู้สนใจได้เลือกตามความชื่นชอบ



ห้องโดยสารภายในของ Toyota Corolla 2026 รุ่นฉลอง 60 ปี เน้นย้ำบรรยากาศเรียบหรูและสะท้อนความพิเศษในทุกสัมผัส เริ่มต้นจากแผ่นกันรอยขอบประตู (Scuff Plates) อะลูมิเนียมสีเงินด้านพร้อมเลเซอร์โลโก้ 60th Anniversary ชุดพรมปูพื้นห้องโดยสารสีดำตัดเย็บบุนุ่ม เดินตะเข็บและตกแต่งขอบด้วยแถบสีเงินด้านอย่างประณีต ช่วยยกระดับความรู้สึกพรีเมียมให้กับพื้นที่ใช้สอยทั้งตอนหน้าและตอนหลัง



พื้นที่ควบคุมของผู้ขับขี่ได้รับการยกระดับสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ด้วยหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ดิจิทัลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ที่ปรับแต่งการแสดงผลได้หลากหลาย ผสานกับระบบมัลติมีเดียหน้าจอสัมผัส Toyota Smart Connect+ ขนาด 10.5 นิ้ว รองรับระบบนำทางผ่านคลาวด์ที่รายงานสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ และระบบวางแผนเส้นทางอัจฉริยะ พร้อมรองรับการอัปเดตระบบและฟังก์ชันซอฟต์แวร์แบบไร้สาย (Over-the-Air) ช่วยให้ตัวรถพร้อมใช้งานด้วยเทคโนโลยีล่าสุดอยู่เสมอ
ด้านสมรรถนะการขับขี่ ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริดเจเนอเรชันที่ 5 (5th Generation Toyota Hybrid) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบ นุ่มนวล และประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ โดยในรุ่น Hatchback และ Touring Sports มีขุมพลังให้ผู้ซื้อเลือกใช้งาน 2 รูปแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ไฮบริด ให้กำลังรวมสูงสุด 140 แรงม้า (DIN hp) และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ไฮบริด ให้พละกำลังเร้าใจยิ่งขึ้นที่ 178 แรงม้า (DIN hp) ส่วนรุ่นตัวถัง Sedan จะมาพร้อมกับระบบไฮบริด 1.8 ลิตร เป็นมาตรฐาน



ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะได้รับการติดตั้งแพ็กเกจ Toyota T-Mate และ Toyota Safety Sense เจเนอเรชันล่าสุดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชนพร้อมตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนบริเวณทางแยก (Pre-Collision System with Intersection Collision Avoidance), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันอัจฉริยะ (Intelligent Adaptive Cruise Control), ระบบช่วยเตือนและรักษารถให้อยู่ในเลน (Lane Departure Alert & Lane Trace Assist), ระบบช่วยหักหลบพวงมาลัยฉุกเฉิน (Emergency Steering Assist) และระบบตรวจจับป้ายจราจร (Road Sign Assist) ช่วยสร้างความมั่นใจสูงสุดในทุกเส้นทาง
ทางบริษัทผู้ผลิตได้เปิดรับคำสั่งจองสำหรับ Toyota Corolla 60th Anniversary 2026 ในตลาดยุโรปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดการเริ่มส่งมอบรถยนต์คันแรกสู่มือผู้จองตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป



Bangkok Motorhaus มองอย่างไร



การเดินทางมาถึงหลักหมุด 60 ปี พร้อมยอดจำหน่ายทะลุ 57 ล้านคันทั่วโลก คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่า Toyota Corolla ไม่ใช่แค่ชื่อรุ่นรถยนต์ แต่คือมาตรฐานระดับโลกของความทนทาน ความคุ้มค่า และการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง การส่งรุ่นพิเศษ 60th Anniversary ออกมาพร้อมกันครบทั้ง 3 รูปแบบตัวถังในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของโตโยต้าในการรักษาฐานแฟนคลับและผู้ใช้งานในยุโรปอย่างต่อเนื่อง
จุดที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือการคงเอกลักษณ์ระบบไฮบริดเจเนอเรชันที่ 5 ที่ทั้งประหยัดและขับสนุกควบคู่ไปกับงานดีไซน์ทูโทนที่ดูทันสมัยยิ่งขึ้น สำหรับตลาดประเทศไทยที่คุ้นเคยกับชื่อ Corolla Altis และเพิ่งได้สัมผัสกับกระแสรถยนต์ไฮบริดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า ทางโตโยต้าในภูมิภาคเอเชียและประเทศไทยจะมีแผนเปิดตัวเวอร์ชันฉลองครบรอบ 60 ปี หรือนำรายละเอียดการตกแต่งสุดพรีเมียมเช่นนี้มาถ่ายทอดสู่รถยนต์สเปกบ้านเราเพื่อแฟนๆ โคโรลล่าในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่




