
นิสสัน ประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ยุคเปลี่ยนผ่านประจำปี 2026 ด้วยการเปิดตัวแคมเปญสื่อสารการตลาดครั้งใหม่ “ทุกนาทีมีค่า (Every Minute Matters)” เพื่อตอบโจทย์อินไซต์ของผู้ใช้รถในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับ “ความสะดวกสบาย” และ “การบริหารจัดการเวลา” เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ ภายใต้แนวคิด “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ” พร้อมตอกย้ำจุดเด่นของนวัตกรรม Nissan e-POWER ที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจและนุ่มนวลด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องหยุดรอเสียบปลั๊กชาร์จไฟ
ที่มาของแคมเปญดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานการศึกษา Deloitte’s 2025 Global Automotive Consumer Study: Southeast Asia Perspectives ซึ่งระบุว่า ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จและระยะเวลาในการประจุไฟฟ้ายังคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้พิจารณาในการเลือกซื้อรถยนต์พลังงานใหม่ ทางนิสสันจึงนำประเด็นเรื่อง “เวลา” มาเป็นแกนหลักในการสื่อสาร เพื่อชวนให้ผู้ขับขี่มองเห็นคุณค่าของเวลาที่สามารถนำกลับไปใช้ทำกิจกรรมสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการอยู่กับครอบครัว คนรัก หรือการทำงานและการพักผ่อนในแต่ละวัน
ในด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี Nissan e-POWER โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมการขับเคลื่อนที่แตกต่าง โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานเพื่อปั่นกระแสไฟฟ้าส่งไปยังแบตเตอรี่และอินเวอร์เตอร์ ขณะที่ชุดล้อจะถูกขับเคลื่อนด้วยกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 100% ตลอดเวลา ส่งผลให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงแรงบิดที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว อัตราเร่งที่ต่อเนื่องราบรื่น และความเงียบสงบภายในห้องโดยสารเสมือนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) แต่คงความสะดวกสบายในการเติมเชื้อเพลิงตามปกติ



นายมาซาโอะ สึสึมิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และอาเซียน กล่าวเน้นย้ำถึงแนวคิดของแคมเปญนี้ว่า เทคโนโลยียานยนต์ที่ดีควรช่วยให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่าและมีความสุขมากยิ่งขึ้น ซึ่งระบบ Nissan e-POWER ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองการเดินทางที่ไร้รอยต่อ ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสความสุนทรีย์ของยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือเสียเวลารอคิวชาร์จไฟ ทำให้มีเวลาเหลือสำหรับสิ่งที่มีความหมายในชีวิตมากยิ่งขึ้น
สำหรับการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ทางนิสสันได้เริ่มคิกออฟแคมเปญ Every Minute Matters ผ่านเครือข่ายสื่อโฆษณาดิจิทัลนอกบ้าน (Digital Out-of-Home – DOOH) จอภาพขนาดใหญ่ตามจุดสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมสื่อสารทางการตลาดและคอนเทนต์เชิงไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงคุณค่าของการประหยัดเวลากับวิถีชีวิตจริงของผู้ใช้รถในเมืองใหญ่
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

แคมเปญ “Every Minute Matters” ของนิสสัน ประเทศไทย ถือเป็นการวางตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) ที่เฉียบคมและตรงไปตรงมา ท่ามกลางกระแสการแข่งขันอย่างดุเดือดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ที่ผู้ใช้รถหลายกลุ่มยังคงมีความกังวลเรื่องระยะเวลาการรอชาร์จไฟ และความครอบคลุมของสถานีชาร์จตามเส้นทางต่างจังหวัด
การชูจุดขายของเทคโนโลยี e-POWER ในฐานะ “สะพานเชื่อมที่สมบูรณ์แบบ” ระหว่างโลกของเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่เพียงช่วยแก้โจทย์ Pain Point เรื่องการบริหารเวลาในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง น่าติดตามว่าการตอกย้ำจุดยืนเรื่อง “เวลาที่มีค่า” ในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้โมเดล e-POWER ของค่ายนิสสันกลับมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้ที่กำลังมองหายานยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่ใช้งานได้คล่องตัวและไร้กังวลได้มากน้อยเพียงใด






