
ทางนิสสันเปิดรายละเอียดเทคโนโลยีขับขี่ของ Nissan ELGRAND (นิสสัน เอลแกรนด์) e-POWER แฟลกชิพคันใหม่ล่าสุด โดยชูการผสานกันของ 3 ระบบหลัก ได้แก่ e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ e-4ORCE และระบบช่วงล่างแปรผันอัจฉริยะ Intelligent Dynamic Suspension เพื่อเสริมทั้งสมรรถนะ ความแม่นยำ และความนุ่มนวลในการขับขี่
สำหรับนิสสัน สมรรถนะของรถไม่ได้หมายถึงความแรงหรืออัตราเร่งเพียงอย่างเดียว แต่คือการตอบสนองที่แม่นยำและเป็นธรรมชาติในทุกจังหวะ ตั้งแต่การออกตัว การเร่งความเร็ว การเข้าโค้ง ไปจนถึงการชะลอและหยุดรถ ทั้งสามระบบจึงถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันตั้งแต่การส่งกำลัง การควบคุมตัวรถ ไปจนถึงการทำงานของช่วงล่าง
e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 ยกระดับการตอบสนอง
e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 พัฒนาเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยเฉพาะ ทำให้ระบบจัดการการทำงานของเครื่องยนต์ได้มีประสิทธิภาพขึ้น และรวมองค์ประกอบสำคัญไว้แบบ 5-in-1 ช่วยลดภาระของระบบ เพิ่มความประหยัดน้ำมัน และลดระดับเสียง โดยยังคงสมรรถนะการขับขี่ไว้เช่นเดิม

ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% จึงให้การตอบสนองฉับไวแบบรถยนต์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องเสียเวลาชาร์จ ผู้ขับจะรู้สึกได้ถึงความทันใจ นุ่มนวล และเงียบขึ้นในสถานการณ์จริงบนถนน ตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงเร่งแซง
e-4ORCE ขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ
ขณะที่ e-POWER ให้พลังและการตอบสนองจากมอเตอร์ไฟฟ้า e-4ORCE ทำหน้าที่คำนวณกำลังและแรงเบรกของทั้งสี่ล้ออย่างแม่นยำ ด้วยการควบคุมมอเตอร์ด้านหน้าและด้านหลังแยกอิสระจากกัน ระบบจึงปรับแรงขับให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ ทั้งตอนออกตัว เข้าโค้ง และชะลอ ช่วยรักษาสมดุลของตัวรถและทำให้การเปลี่ยนจังหวะต่อเนื่องขึ้น
ประโยชน์จะเห็นชัดเมื่อสภาพถนนเปลี่ยน เช่น พื้นผิวเปียกจากฝนหรือถนนที่การยึดเกาะลดลง ระบบบริหารแรงขับให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ เสริมความมั่นคงและความมั่นใจในการควบคุม อีกทั้งยังช่วยลดการเคลื่อนไหวของตัวรถในช่วงเร่งและชะลอความเร็ว


Intelligent Dynamic Suspension ช่วงล่างควบคุมด้วยไฟฟ้า
ช่วงล่างแปรผันอัจฉริยะนี้ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ปรับการทำงานของโช้กอัพให้เหมาะกับการเคลื่อนไหวของรถและสภาพถนนอย่างต่อเนื่อง เมื่อเจอพื้นผิวขรุขระหรือรอยต่อถนน ระบบจะลดแรงสั่นสะเทือนและอาการโยนของตัวรถ


เมื่อเข้าโค้ง ระบบจะช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวถังให้ทรงตัวมั่นคงขึ้น ผลลัพธ์จึงไม่ใช่แค่ความนุ่มนวลและสบาย แต่รวมถึงเสถียรภาพที่ทำให้ผู้ขับมั่นใจเมื่อเจอถนนหลากหลายรูปแบบ

สามระบบทำงานประสานกัน พร้อมฟังก์ชัน Smooth Stop
ทางนิสสันชี้ว่าประสบการณ์ขับขี่ที่ต่อเนื่องไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีใดเพียงลำพัง e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 เป็นพื้นฐานของการส่งกำลังและการตอบสนอง e-4ORCE คุมแรงขับและการเคลื่อนไหวของรถ ส่วน Intelligent Dynamic Suspension ปรับช่วงล่างให้เข้ากับสภาพถนน เมื่อทำงานร่วมกัน รถจึงตอบสนองได้ต่อเนื่องตั้งแต่วินาทีที่เหยียบคันเร่ง การเปลี่ยนทิศทาง การเข้าโค้ง ไปจนถึงการรับมือถนนที่แตกต่างกัน
ฟังก์ชัน Smooth Stop เข้ามาดูแลจังหวะสุดท้ายก่อนรถหยุด เพื่อลดแรงกระตุกและทำให้การชะลอราบรื่นยิ่งขึ้น เบื้องหลังทั้งหมดคือการพัฒนา ทดสอบ และปรับแต่งให้ระบบต่าง ๆ สอดประสานกัน ก่อนถ่ายทอดสู่เอลแกรนด์ e-POWER ใหม่

ภาพใหญ่ของนิสสัน
เอลแกรนด์ใหม่เป็นอีกจิ๊กซอว์ของทิศทางที่นิสสันเดินในไทยมาตลอด คือเน้นขุมพลัง e-POWER ทั้งคิกส์ เอ็กซ์เทรล e-4ORCE และเซเรน่า เมื่อเดือนกันยายน 2569 ทางนิสสันเพิ่งเปิดเบื้องหลังแนวคิดงานออกแบบของเอลแกรนด์ e-POWER ใหม่ ที่ใช้แนว Timeless Japanese Futurism และล่าสุดในเดือนตุลาคม 2569 ก็จัดกิจกรรมทดลองขับ e-POWER ที่โชว์รูมทั่วประเทศ ข่าวเทคโนโลยีชุดนี้จึงเป็นการเล่าด้านวิศวกรรมต่อจากด้านดีไซน์
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
สิ่งที่น่าสังเกตคือนิสสันเลือกเล่าเอลแกรนด์ผ่านความนุ่มนวลและความต่อเนื่อง ไม่ใช่ตัวเลขแรงม้าหรืออัตราเร่ง ซึ่งเข้ากับรถที่ผู้โดยสารทุกที่นั่งต้องรู้สึกสบายพอ ๆ กับคนขับ ชุดเทคโนโลยีนี้จึงอ่านได้ว่าค่ายพยายามวางเอลแกรนด์ในฐานะแฟลกชิพที่ขายประสบการณ์การเดินทาง ขณะที่ราคาและกำหนดการทำตลาดในไทยยังไม่มีการประกาศ ซึ่งเป็นตัวแปรที่ตัดสินว่ารถคันนี้จะอยู่ตรงไหนของตลาดรถตู้และเอ็มพีวีหรู
อีกเรื่องที่ควรจับตาคือคำอธิบายของแต่ละระบบยังเป็นเชิงหลักการ ยังไม่มีตัวเลขสมรรถนะหรือผลทดสอบบนถนนไทยให้เทียบ ความนุ่มนวลที่ค่ายสื่อสารจะเกิดขึ้นจริงแค่ไหนในสภาพถนนและการจราจรแบบบ้านเรา คงต้องรอพิสูจน์หลังขึ้นนั่งจริง ถ้าต้องเลือกรถที่เน้นเดินทางไกลกับครอบครัว คุณให้น้ำหนักกับความนุ่มนวลของการขับขี่มากกว่าสมรรถนะแรง ๆ หรือไม่?







