
ตลาดรถกระบะเมืองไทยก้าวเข้าสู่หมุดหมายสำคัญอีกครั้ง เมื่อ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค (Ford Ranger Wildtrak 2026) สร้างสถิติยอดจำหน่ายสะสมในประเทศไทยทะลุ 102,411 คัน นับตั้งแต่เริ่มทำตลาดอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำการเป็นหัวหอกสำคัญของตระกูล ฟอร์ด เรนเจอร์ 2026 (Ford Ranger 2026) ที่ช่วยผลักดันให้ทางค่ายรั้งอันดับ 3 ของตลาดรถกระบะในประเทศไทยมาอย่างเหนียวแน่นตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน พร้อมพลิกนิยามรถกระบะใช้งานสู่ยานยนต์พรีเมียมไลฟ์สไตล์ที่ครองใจผู้ขับขี่ชาวไทยมายาวนานกว่าทศวรรษ
จุดเริ่มต้นของตำนานความแกร่งภายใต้รหัส Wildtrak ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2005 ณ สหราชอาณาจักร ในฐานะรุ่นพิเศษสำหรับรถกระบะสี่ประตู เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการใช้งานทั้งวันทำงานและท่องเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์ ต่อมาในปี 2007 ได้เปิดตัวรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ในงาน Commercial Vehicle Show เมืองเบอร์มิงแฮม พร้อมเปิดตัวสีภายนอก Chilli Orange และการเดินตะเข็บด้ายสีส้มบนเบาะนั่ง ซึ่งกลายเป็นดีเอ็นเอสำคัญ ก่อนที่สตูดิโอ ฟอร์ด ออสเตรเลีย จะต่อยอดสร้างรถต้นแบบ Ranger Max ด้วยเฉดสีส้ม Mango Hit นำมาอวดโฉมในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 25 (Motor Expo 2008) ในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย ทางค่ายได้เปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค อย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2555 ด้วยตัวถังสีส้ม Chilli Orange อันโดดเด่น ซึ่งนับเป็นการฉีกกรอบรถกระบะในยุคนั้นที่มักจำเจอยู่กับโทนสีขาว เทา และบรอนซ์เงิน พร้อมสร้างภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ของการตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยโทนสีดำเข้มตัดกับงานเดินด้ายสีส้ม เสริมสัมผัสพรีเมียมด้วยวัสดุอะลูมิเนียมขัดเงาและสัญลักษณ์ Wildtrak ปักด้ายสีส้มบนพนักพิงเบาะนั่งอย่างประณีต จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดต่อเนื่องมาในทุกเจเนอเรชัน
ความแข็งแกร่งอันเป็นรากฐานของรุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame ที่เน้นความทนทานพร้อมลุยทุกอุปสรรค จนกระทั่งเข้าสู่เจเนอเรชันล่าสุดในปี 2565 ที่ยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมการผลิตในประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก สะท้อนถึงคุณภาพการประกอบระดับสากลที่ส่งต่อมายังตัวรถทุกคัน
ในปัจจุบัน ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 2026 มีทางเลือกขุมพลังที่ครอบคลุมความต้องการของผู้ขับขี่อย่างหลากหลาย รวม 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วยรุ่นขับเคลื่อนสองล้อและขับเคลื่อนสี่ล้อที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ รวมถึงรุ่นเรือธงอย่าง ไวลด์แทรค เอ็กซ์ (Wildtrak X) ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร V6 เพื่อมอบพละกำลังและแรงบิดขั้นสุดสำหรับสายลุยพันธุ์แท้

นอกจากสมรรถนะการขับขี่ ทางค่ายยังเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมและฟังก์ชันอำนวยความสะดวกจากโรงงานในตลาดกระบะไทย ไม่ว่าจะเป็นฝาปิดกระบะท้ายควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า (Power Roller Shutter) ที่ช่วยปกป้องสัมภาระอย่างปลอดภัย หน้าจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 12 นิ้ว พร้อมระบบสั่งงาน SYNC 4A รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุก เช่น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ตรวจจับคนเดินถนนและเตือนการชนด้านหน้า
ความอเนกประสงค์เพื่อการใช้งานจริงยังได้รับการใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งคันเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ Electronic Shifter (E-Shifter) ช่องต่อ USB บริเวณกระจกมองหลังสำหรับต่อกล้องหน้ารถโดยไม่ต้องเดินสายไฟ บันไดเหยียบข้างกระบะท้ายที่ช่วยให้การขนถ่ายสัมภาระสะดวกสบายยิ่งขึ้น ตลอดจนช่องจ่ายไฟ AC และ 12V บริเวณท้ายกระบะที่พร้อมรองรับทุกกิจกรรมกลางแจ้งและการทำงานนอกสถานที่
เพื่อส่งต่อความห่วงใยและช่วยเหลือผู้ใช้รถในช่วงสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ทางค่ายได้จัดแคมเปญพิเศษ “โปรห่วงใย ฟอร์ดพร้อมเคียงข้างคุณ” มอบส่วนลดพิเศษ 30,000 บาท เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาแลกซื้อ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค พร้อมรับสิทธิ์เลื่อนชำระค่างวดแรกออกไป 90 วัน และฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับผู้ที่จองและออกรถระหว่างวันที่ 1–31 ตุลาคม 2569 ผ่านบริการ ฟอร์ด ลิสซิ่ง โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามและทดลองขับได้ที่โชว์รูมทั่วประเทศ
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ตัวเลขยอดขายสะสมกว่าหนึ่งแสนคันของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จด้านตัวเลข แต่คือเครื่องพิสูจน์ว่ารถกระบะสามารถยกระดับจากยานพาหนะเชิงพาณิชย์ไปสู่พรีเมียมไลฟ์สไตล์ทรัคที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง การกล้าฉีกกฎด้วยเอกลักษณ์สีส้ม การอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง และการนำเสนอเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร ได้สร้างมาตรฐานใหม่ที่กระตุ้นให้ตลาดรถกระบะเมืองไทยตื่นตัวและพัฒนาอย่างก้าวกระโดด









