
ฮอนด้า ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Future Mobility ขับเคลื่อนอนาคตด้วย “Smart with Trust” ยืนยันความเชื่อมั่นปักหลักไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตระยะยาว บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ เผยมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างเป็นทางการ โดยตอกย้ำทิศทางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Future Mobility) ภายใต้แนวคิด “Smart with Trust” พร้อมแสดงความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ต่อศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตและตลาดยุทธศาสตร์หลักในระยะยาว
ทางผู้ผลิตมองว่า ยานยนต์ยุคใหม่กำลังเปลี่ยนผ่านพ้นจากนิยามการเป็นเพียงพาหนะสำหรับการเดินทางจากจุดหนึ่งสู่อีกจุดหนึ่งอย่างสิ้นเชิง แต่กำลังวิวัฒนาการไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มการขับเคลื่อนอัจฉริยะที่เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิตและขับเคลื่อนด้วยระบบซอฟต์แวร์ขั้นสูง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
ในการขับเคลื่อนสู่อนาคตดังกล่าว ทางฮอนด้าได้วางเสาหลักสำคัญผ่านการผสาน 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า การเชื่อมต่อข้อมูลอัจฉริยะ และระบบสั่งการอัตโนมัติ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้ใช้รถให้มีความราบรื่นและไร้รอยต่อ โดยทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้พันธกิจระดับโลกในการมุ่งสู่สังคมปลอดอุบัติเหตุจากการชนที่สร้างการบาดเจ็บและเสียชีวิต ตลอดจนการเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ทางค่ายยืนยันความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยมีข้อได้เปรียบที่โดดเด่นจากระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ครบวงจร บุคลากรสายการผลิตและวิศวกรรมที่มีทักษะสูง ตลอดจนเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วน (Suppliers) ที่แข็งแกร่ง ผนวกกับนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งในฐานะตลาดหลัก ฐานการผลิตเพื่อส่งออก และแกนกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร การประกาศวิสัยทัศน์ “Smart with Trust” ของฮอนด้าในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีผู้เล่นหน้าใหม่และเทคโนโลยีหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ฮอนด้าเลือกที่จะไม่เพียงแค่วิ่งตามกระแสความล้ำสมัยด้านเทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่ยังคงยึดมั่นในคุณค่าดั้งเดิมที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์ นั่นคือ “ความไว้วางใจ” (Trust) ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในใจของผู้ใช้รถชาวไทย ทั้งในแง่คุณภาพตัวรถ ความปลอดภัย ความทนทาน และเครือข่ายบริการหลังการขาย
ที่สำคัญ การออกมายืนยันความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในระยะยาว ถือเป็นสัญญาณบวกครั้งสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้งซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่อุปทานและผู้บริโภคในประเทศ ว่าฐานการผลิตแห่งนี้จะยังคงได้รับบทบาทสำคัญในการผลิตยานยนต์ยุคใหม่อย่างแน่นอน
สิ่งที่น่าติดตามต่อไปจากนี้คือ ยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์ในทางปฏิบัติของฮอนด้าในไทย ว่าจะมีการต่อยอดความสำเร็จของขุมพลังไฮบริด e:HEV ไปในทิศทางใด รวมถึงความชัดเจนของแผนงานการขึ้นไลน์ประกอบยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) รุ่นใหม่ๆ ภายในประเทศ ว่าจะเข้ามาสร้างมาตรฐานและจุดเปลี่ยนครั้งใหม่ให้แก่ตลาดเมืองไทยอย่างไรบ้าง





