NEWS

GWM รุกใช้ชิ้นส่วนไทย 52% ผนึก BOI จัด Sourcing Day 2026

GWM ยกระดับฐานผลิตไทย ดันสัดส่วนชิ้นส่วนแตะ 52% ครอบคลุมทุกขุมพลัง ผนึก BOI จัดงาน GWM Sourcing Day 2026 หนุนผู้ผลิตไทยสู่สากล เช็กรายละเอียดที่นี่

แชร์บทความ
GWM รุกใช้ชิ้นส่วนไทย 52% ผนึก BOI จัด Sourcing Day 2026
GWM รุกใช้ชิ้นส่วนไทย 52% ผนึก BOI จัด Sourcing Day 2026 (ปก)

GWM เดินหน้ายกระดับฐานการผลิตในไทย หนุนซัพพลายเออร์ในประเทศครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อน ผนึก BOI จัดใหญ่ “GWM Sourcing Day 2026”

ทางค่าย เกรท วอลล์ มอเตอร์ หรือ GWM (Thailand) เดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “Built For Thai, Built On Trust” ควบคู่กับกลยุทธ์ “All Scenarios – All Powertrains – All Users” โดยมุ่งยกระดับฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานด้วยการผลักดันการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) ครอบคลุมทุกประเภทขุมพลัง พร้อมเปิดประตูให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนชาวไทยก้าวเข้ามามีบทบาทในระบบการผลิตระดับสากล เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศยานยนต์และรองรับการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีในอนาคต

ตั้งแต่เริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี 2563 ทาง GWM ได้ทุ่มเม็ดเงินลงทุนสะสมไปแล้วมากกว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ GWM Smart Factory ณ จังหวัดระยอง ให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาในภูมิภาคอาเซียน โดยมีสายการผลิตครบวงจรที่สามารถรองรับการประกอบยานยนต์ได้หลากหลายขุมพลัง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV), ไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ตลอดจนเครื่องยนต์ดีเซล บนสายการผลิตเดียวกันได้อย่างยืดหยุ่น

ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้มีศักยภาพกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี ขับเคลื่อนด้วยแรงงานและบุคลากรชาวไทยมากกว่า 1,100 คน ที่สำคัญ ทางผู้ผลิตสามารถผลักดันสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนและทรัพยากรภายในประเทศไทยได้สูงถึง 45–52% ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ผลิต ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนทั้งในประเทศและระดับสากลกว่า 60 ราย ทั้งการว่าจ้างผลิต การถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี และการส่งเสริมการร่วมทุนเพื่อยกระดับมาตรฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้ทัดเทียมเวทีโลก

เพื่อต่อยอดห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง ทาง GWM จึงได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ประกาศจัดงาน “GWM Sourcing Day 2026” ขึ้นในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมอมารี บางแสน จังหวัดชลบุรี เพื่อเปิดเวทีเจรจาธุรกิจและสร้างความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อของทางค่ายกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทย โดยมุ่งผลักดันให้ซัพพลายเออร์ไทยที่มีมาตรฐานระดับสากลมีโอกาสต่อยอดจากห่วงโซ่อุปทานระดับประเทศ สู่การเชื่อมโยงกับ Global Platform ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของ GWM

สำหรับการเปิดรับจัดซื้อและร่วมวิจัยพัฒนาในครั้งนี้ ทางค่ายได้มุ่งเน้นไปยัง 10 กลุ่มชิ้นส่วนหลัก ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนตัวถังและงานเคลือบ (Body & Coating), แชสซี (Chassis), ระบบไฟฟ้า (Electricals), ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV Components), ชิ้นส่วนภายนอก (Exterior), ชิ้นส่วนภายในและระบบซับเสียง NVH (Interior & NVH), ชุดแบตเตอรี่กำลังสูง (Power Battery), ระบบส่งกำลัง (Powertrain), ระบบจัดการความร้อนและปรับอากาศ (Thermal & HVAC) ตลอดจนเครื่องมือและบริการทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง (Tooling & Services)

นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทางค่ายมองประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยจุดแข็งด้านระบบนิเวศ บุคลากรที่มีทักษะ และประสบการณ์อันยาวนานของผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทย ทางค่ายจึงพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับภาครัฐอย่าง BOI เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงไปด้วยกัน

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การเคลื่อนไหวของ GWM ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนและมีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่องการเข้ามาตั้งโรงงานของแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ที่มักถูกตั้งคำถามถึงสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) การที่ GWM เปิดเผยตัวเลขการใช้ชิ้นส่วนในไทยสูงถึง 45–52% พร้อมทั้งเดินหน้าจัดงาน GWM Sourcing Day 2026 ร่วมกับ BOI ชี้ให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการปักหลักดำเนินธุรกิจระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่เข้ามาตั้งโรงงานประกอบชิ้นส่วนนำเข้า (SKD/CKD) ชั่วคราว

จุดที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือการเปิดรับซัพพลายเออร์ครอบคลุมทั้ง 10 หมวดหลัก ซึ่งรวมถึงระบบขับเคลื่อนดั้งเดิมและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง เช่น แบตเตอรี่กำลังสูงและระบบ Thermal Management ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยที่เคยเชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์สันดาปสามารถปรับตัวและยกระดับเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของ Global Platform ได้ทันเวลา

ก้าวต่อไปที่น่าติดตามคือ ซัพพลายเออร์ไทยจะสามารถคว้าโอกาสในการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงและต่อยอดสู่การส่งออกชิ้นส่วนไปยังโรงงาน GWM ในภูมิภาคอื่น ๆ ได้มากน้อยเพียงใด และโมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐและค่ายรถยนต์ในลักษณะนี้ จะกลายมาเป็นแม่แบบมาตรฐานใหม่ให้กับแบรนด์รถยนต์รายอื่น ๆ ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยต่อไปหรือไม่

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top