
บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด (RÊVER Automotive) ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังแบรนด์ BYD ได้รับการโหวตจากผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศให้คว้ารางวัล MARKETEER No.1 Brand Thailand 2026 ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV CAR) นับเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำวงการยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่ไม่เพียงสร้างยอดขายโดดเด่น แต่ยังสามารถครองใจและได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ชาวไทยอย่างแท้จริง
ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนผ่านตัวเลขยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าสะสมในประเทศไทยที่ทะลุมากกว่า 130,000 คัน พร้อมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านโรงงานผลิตรถยนต์ BYD ในประเทศไทยที่ดำเนินงานครบรอบ 2 ปี ซึ่งสร้างอัตราการจ้างงานแรงงานไทยไปแล้วมากกว่า 5,000 อัตรา



นอกจากนี้ เรเว่ ยังมุ่งมั่นพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV Ecosystem) ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการหลังการขายผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน BYD และ DENZA รวม 175 แห่งทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การครอบครองรถยนต์ไฟฟ้าที่สะดวกสบายและไร้กังวล



พร้อมกันนี้ BYD และ เรเว่ ยังคงรุกตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยการขยายไลน์อัปผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งขุมพลัง EV และ DM-i (Plug-in Hybrid) ล่าสุดกับการเปิดตัว BYD SEALION 5 DM-i Standard รถยนต์ C-SUV พลังงานเสียบปลั๊กไฮบริด พร้อมสร้างมิติใหม่ด้านการสื่อสารด้วยการแต่งตั้ง “หลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง” เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของรุ่น เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่และตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ที่พร้อมเติบโตเคียงข้างสังคมไทยในระยะยาว
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร



การที่ BYD คว้ารางวัล MARKETEER No.1 Brand Thailand 2026 ในกลุ่ม EV CAR มาครองได้สำเร็จ พิสูจน์ว่ากลยุทธ์การทำตลาดของ RÊVER Automotive ที่ยังเลือกตอกเสาเข็มความเชื่อมั่นด้วยการลงทุนตั้งโรงงานผลิตในไทยจริง ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องการขาดแคลนชิ้นส่วนและบริการหลังการขายในระยะยาว ซึ่งเป็นจุดสลบสำคัญที่แบรนด์น้องใหม่หลายแบรนด์ต้องเผชิญ



ในขณะเดียวกัน การปรับหมากมาเดินกลยุทธ์ขุมพลังผสมอย่าง DM-i Super Hybrid ใน BYD SEALION 5 DM-i ถือเป็นการอ่านเกมตลาดประเทศไทย ที่อยากเริ่มต้นใช้พลังงานไฟฟ้าแต่ยังมีความวิตกกังวลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จสำหรับการเดินทางไกล การดึง “หลิงหลิง คอง” มาเป็นพรีเซนเตอร์คนแรก ยิ่งช่วยเพิ่ม Emotional Value เสริมความน่ารักสดใสและขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่และแฟนคลับภายนอกวงการยานยนต์ได้



โจทย์ถัดไปของ BYD และ RÊVER ในช่วงที่ตลาด EV เริ่มเข้าสู่สภาวะแข่งขันสมบูรณ์ คือการรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้า บริการหลังการขายของศูนย์บริการทั้ง 175 แห่ง รวมถึงการดูแลเสถียรภาพราคาขายดั่งเดิมและราคาขายต่อในตลาดมือสอง หาก BYD สามารถบริหารจัดการความพึงพอใจของลูกค้าระยะยาว (Customer Retention) ได้อย่างมั่นคง






