
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ กรมพลาธิการทหารบก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED จัดกิจกรรม โตโยต้าปลูกป่าชายเลน ปีที่ 19 ณ สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 นำโดย นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ และ มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยผู้แทนภาครัฐ กองทัพบก พันธมิตรผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้แทนจำหน่าย ลูกค้า สื่อมวลชน และประชาชนกว่า 2,000 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ป่าชายเลนเพิ่มเติมจำนวน 50,000 ต้น
รายละเอียดโครงการและผลลัพธ์การดำเนินงาน Toyota 2026



โครงการปลูกป่าชายเลนของ Toyota 2026 ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่บางปู ยอดรวมการปลูกต้นไม้สะสมในพื้นที่บางปูกว่า 890,000 ต้น ความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมมากกว่า 11,600 ตันต่อปี
ผลจากการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่องส่งผลให้พื้นที่บางปูได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น อุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Park) ลำดับที่ 63 ในปี พ.ศ. 2567 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) รวมถึง Flyway Network Site ในปี พ.ศ. 2568



การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวทางความยั่งยืน 3 ด้านหลัก ได้แก่ Carbon Neutrality ควบคุมวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์, Circular Economy ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และ Nature Positive การสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ โดยโตโยต้าเตรียมต่อยอดพื้นที่ไปสู่การพัฒนาคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภายใต้โครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว”



Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
กิจกรรมปลูกป่าชายเลนปีที่ 19 ของโตโยต้า สะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องของกลยุทธ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญสร้างภาพลักษณ์ระยะสั้น แต่เป็นการลงมือทำในระยะยาวจนเกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ การที่พื้นที่บางปูได้รับการยกระดับสู่ Ramsar Site และอุทยานมรดกอาเซียน ถือเป็นหลักฐานยืนยันความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐ

อุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นวัตกรรมของตัวรถยนต์อย่างระบบไฮบริด (HEV) หรือรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เท่านั้น แต่การชดเชยคาร์บอนผ่านการฟื้นฟูธรรมชาติ (Nature-based Solutions) และการเตรียมพร้อมสู่ระบบคาร์บอนเครดิต คือกระดูกสันหลังสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างแท้จริง การดึงเครือข่ายพันธมิตรทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วน ดีลเลอร์ และกลุ่มลูกค้ามาร่วมกิจกรรม ยิ่งเป็นการเสริมสร้างความแน่นแฟ้นใน Ecosystem ของแบรนด์โตโยต้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น



