NEWS

KIJSETTHI MOBILITY จับมือพันธมิตรเวียดนาม KIM LONG เปิดไลน์อัพรถบัส ICE–EV ในไทย

กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ เปิดตัว KIM LONG 2026 ทางการ 4 รุ่น ทั้งเครื่อง Euro 5 และไฟฟ้า EV ตัวถัง Monocoque บริการ One-Stop ครบวงจร เช็กสเปกไทยได้ที่นี่

แชร์บทความ
KIJSETTHI MOBILITY จับมือพันธมิตรเวียดนาม KIM LONG  เปิดไลน์อัพรถบัส ICE–EV ในไทย
KIJSETTHI MOBILITY จับมือพันธมิตรเวียดนาม KIM LONG  เปิดไลน์อัพรถบัส ICE–EV ในไทย (ปก)

บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด เดินหน้ารุกตลาดยานยนต์เชิงพาณิชย์ในประเทศไทยครั้งสำคัญ ด้วยการจัดงานแถลงข่าว “GRAND LAUNCH 2026: Driving the Future of Mobility in Thailand” ประกาศการได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์ KIM LONG MOTOR ผู้ผลิตยานยนต์เชิงพาณิชย์ชั้นนำจากประเทศเวียดนาม พร้อมเปิดตัวทัพรถบัสและมินิบัสมาตรฐานสากล 4 รุ่นใหม่ ได้แก่ KIM LONG 99N43 2026, KIM LONG 99N44 2026, KIM LONG 99N42 WC 2026 และ KIM LONG 19N21 2026 ครอบคลุมทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และระบบพลังงานไฟฟ้า (EV) ภายใต้แนวคิด “One-Stop Commercial Mobility Solutions” เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการและผู้ใช้งานในภาคธุรกิจการขนส่งอย่างครบวงจร

จุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง KIM LONG MOTOR และ กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ เริ่มต้นจากการลงนามข้อตกลงจัดหารถบัสตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 2569 โดยการเปิดตัวในครั้งนี้ยังร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม สะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับจุดเด่นของรถบัสโดยสารขนาด 12 เมตรในตระกูล KIM LONG 99 2026 อยู่ที่การออกแบบโครงสร้างตัวถังแบบ Full Monocoque ซึ่งเชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียวอย่างไร้รอยต่อ ให้ความแข็งแรงทนทานสูง ปลอดภัยต่อการบิดตัว และมีน้ำหนักเบากว่าแชสซีทั่วไป ช่วยเพิ่มสมรรถนะการทรงตัวและการควบคุมรถอย่างมั่นคง ทั้งยังช่วยลดภาระของระบบขับเคลื่อนและประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านระบบขับเคลื่อนสำหรับรุ่นเครื่องยนต์สันดาป ทางค่ายเลือกติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล YUCHAI K11 รุ่นใหม่ล่าสุด ผ่านมาตรฐานควบคุมมลพิษ Euro 5 ให้การตอบสนองที่ทรงพลัง ควบคู่ไปกับความประหยัดเชื้อเพลิงอย่างโดดเด่น ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 19-21 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้รับส่งพนักงาน และธุรกิจนำเที่ยวสามารถบริหารจัดการต้นทุนการเดินรถได้อย่างคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน

นอกจากขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลแล้ว ทางผู้ผลิตยังนำเสนอทางเลือกขุมพลังพลังงานไฟฟ้า 100% ตอบรับเทรนด์การเดินทางสีเขียว โดยภายในงานได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ และ บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันระบบบริหารจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV Fleet Solution) แบบครบวงจร ทั้งการวางโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ การบริหารจัดการพลังงาน และการสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับองค์กรธุรกิจ

ทางด้านการดูแลหลังการขาย กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ ชูจุดแข็งด้วยประสบการณ์ในธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์ยาวนานกว่า 30 ปี วางระบบรองรับผู้ประกอบการและผู้ใช้รถแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการให้คำปรึกษา การปรับแต่งรายละเอียดสเปกตัวรถให้ตรงกับข้อกำหนดและสภาพเส้นทางของแต่ละธุรกิจ การเตรียมคลังอะไหล่สำรอง ทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการขยายจุดบริการเพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ความได้เปรียบเชิงต้นทุนของผลิตภัณฑ์ KIM LONG ยังได้รับการสนับสนุนจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้กรอบความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) ในฐานะผู้ผลิตในภูมิภาค นอกจากนี้ ทาง KIM LONG MOTOR และพันธมิตรในไทยยังได้วางแผนงานระยะยาวระหว่างปี 2570-2573 ในการศึกษาและยกระดับจากการนำเข้ารถสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) สู่การตั้งไลน์ประกอบรถยนต์ในประเทศแบบ Completely Knocked Down (CKD) โดยตั้งเป้าหมายสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) สูงกว่า 50% เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์เชิงพาณิชย์สู่ภูมิภาค

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การก้าวเข้าสู่ตลาดรถโดยสารเชิงพาณิชย์ของ KIM LONG MOTOR ภายใต้การดูแลของ กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในแวดวงโลจิสติกส์และการขนส่งมวลชนของไทย ด้วยจุดแข็งของการเป็นผู้ผลิตยานยนต์ขนาดใหญ่จากเวียดนามที่มีสายการผลิตชิ้นส่วนหลักครบวงจร ผสานกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอาเซียน (ATIGA) ทำให้โครงสร้างราคามีความได้เปรียบ สามารถช่วยลดภาระการลงทุนขั้นต้นของผู้ประกอบการได้อย่างชัดเจน

KIJSETTHI MOBILITY จับมือพันธมิตรเวียดนาม KIM LONG  เปิดไลน์อัพรถบัส ICE–EV ในไทย 26

ยิ่งไปกว่านั้น การจับมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานอย่าง Evolt Technology เพื่อสร้าง EV Fleet Solution ยังสะท้อนความพร้อมที่จะชิงเค้กก้อนใหญ่ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งคาร์บอนต่ำ ซึ่งหากโรดแมปการขึ้นไลน์ประกอบ CKD ในประเทศไทยช่วงปี 2570-2573 ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ย่อมไม่เพียงแต่จะสร้างแต้มต่อด้านราคาและอะไหล่ แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวในกลุ่มผู้ใช้รถเชิงพาณิชย์อีกด้วย ทว่าในสมรภูมิที่ผู้ผลิตเจ้าถิ่นและแบรนด์จากจีนต่างช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดกันอย่างดุเดือด KIM LONG จะสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่และครองใจผู้ประกอบการไทยได้หรือไม่ ต้องรอติดตามชมกันต่อไปครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top