NEWS

Triumph Tiger 1200 2026 แซม ซันเดอร์แลนด์ ขี่รอบโลก 19 วัน

แซม ซันเดอร์แลนด์ ควง Triumph Tiger 1200 2026 ขี่รอบโลกกว่า 28,900 กม. ข้าม 5 ทวีป หวังทุบสถิติโลกไม่เกิน 19 วัน เช็กเส้นทางและความท้าทายได้ที่นี่

แชร์บทความ
Triumph Tiger 1200 2026 แซม ซันเดอร์แลนด์ ขี่รอบโลก 19 วัน
Triumph Tiger 1200 2026 แซม ซันเดอร์แลนด์ ขี่รอบโลก 19 วัน (ปก)

แซม ซันเดอร์แลนด์ (Sam Sunderland) นักบิดสัญชาติอังกฤษ เจ้าของตำแหน่งแชมป์ดาการ์ แรลลี่ (Dakar Rally) 2 สมัย และนักแข่งสังกัดทีม Red Bull ประกาศเปิดฉากภารกิจระดับประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างสถิติโลกใหม่ในการเดินทางรอบโลกด้วยรถจักรยานยนต์ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเลือกใช้รถจักรยานยนต์สายลุยพันธุ์แท้อย่าง Triumph Tiger 1200 2026 ในรุ่นย่อย Rally Explorer เป็นยานพาหนะคู่ใจในการพิชิตเส้นทางหฤโหดข้ามทวีปครั้งนี้

การผจญภัยครั้งประวัติศาสตร์ของนักแข่งวัยเก๋าพร้อมรถคู่ใจคันนี้ มีเป้าหมายในการเดินทางผ่านระยะทางรวมกว่า 18,000 ไมล์ หรือประมาณ 28,900 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 5 ทวีปทั่วโลก โดยตั้งเป้าขับขี่เฉลี่ยต่อวันเกือบ 1,000 ไมล์ หรือราว 1,600 กิโลเมตร ซึ่งทำให้เขาต้องอยู่บนอานรถจักรยานยนต์ต่อเนื่องยาวนานถึง 17 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งหมดนี้เพื่อพิชิตและทำลายสถิติโลกเดิม 19 วัน 8 ชั่วโมง 25 นาที ซึ่งเป็นสถิติไร้ผู้โค่นล้มมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ

กำหนดการเดินทางได้เริ่มต้นออกสตาร์ทจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา เส้นทางทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็น 6 ช่วงสำคัญ เริ่มต้นจากการควบขี่ข้ามยุโรปจากกรุงลอนดอนสู่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ก่อนที่ช่วงที่สองจะเดินทางเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีหมุดหมายสำคัญเริ่มจากกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย มุ่งหน้าลงใต้สู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

หลังจากผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเดินทางจะเข้าสู่ทวีปออสเตรเลียด้วยการขี่ข้ามทวีปจากเมืองเพิร์ทไปยังนครซิดนีย์ ต่อด้วยการขับขี่ตลอดแนวเส้นทางในประเทศนิวซีแลนด์ จากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงที่ยาวไกลที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งแต่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา สู่เมืองมอนทรีออล ซึ่งครอบคลุมการวิ่งผ่านทะเลสาบเกลือบอนเนวิลล์ (Bonneville Salt Flats) ลานความเร็วระดับตำนานของวงการมอเตอร์สปอร์ต ก่อนจะปิดท้ายช่วงที่หกด้วยเส้นทางจากเมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก ขี่กลับสู่เส้นชัย ณ กรุงลอนดอน

นอกจากระยะทางอันทรหดแล้ว กฎระเบียบอย่างเป็นทางการของการบันทึกสถิติโลกยังระบุว่า แม้นาฬิกาจับเวลาจะได้รับการหยุดพักชั่วคราวระหว่างการขนส่งข้ามมหาสมุทรด้วยเที่ยวบินระยะไกลที่มีสูงสุดถึง 6 เที่ยวบินตลอดภารกิจ แต่ทั้งผู้ขับขี่และตัวรถจักรยานยนต์ Triumph Tiger 1200 2026 จะต้องร่วมเดินทางไปด้วยกันตลอดเส้นทาง ห้ามเปลี่ยนคัน ต้องเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน และต้องขับผ่านจุดที่อยู่ตรงข้ามกันบนโลก (Antipodal Points) ทั้งสองจุดอย่างสมบูรณ์

ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพร่างกายถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบขีดจำกัด เพราะผู้ขับขี่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน อุณหภูมิร้อนจัดและหนาวจัดสุดขั้ว พื้นผิวถนนที่ไม่คุ้นเคย อาการเหนื่อยล้าสะสมจากการนอนหลับไม่เพียงพอ และภาวะเจ็ทแล็กจากการข้ามเขตเวลาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแซม ซันเดอร์แลนด์ ได้เปิดเผยว่าความท้าทายที่หนักหน่วงที่สุดคือการรักษาระยะทางบนหลังอานรถให้ได้วันละ 17 ชั่วโมงติดต่อกันหลายวัน ซึ่งเป็นบททดสอบจิตใจและสมาธิขั้นสูงสุด

ทางด้าน นิค เบลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดของทางผู้ผลิต ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้ระบุถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ภารกิจของแซมภายใต้การสนับสนุนของ Red Bull ถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่เกินความคาดหมาย การเดินทางเกือบ 28,900 กิโลเมตรผ่าน 5 ทวีปภายในเวลาไม่ถึง 19 วัน เป็นบทพิสูจน์ชั้นยอดทั้งต่อตัวผู้ขับขี่และความแข็งแกร่งทนทานของรถจักรยานยนต์ Triumph Tiger 1200 Rally Explorer 2026 พร้อมแสดงความมั่นใจในศักยภาพของตัวรถและตัวนักบิดว่าจะสามารถจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้สำเร็จ

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

Triumph Tiger 1200 2026 แซม ซันเดอร์แลนด์ ขี่รอบโลก 19 วัน 8

ความพยายามสร้างสถิติโลกครั้งใหม่ของ แซม ซันเดอร์แลนด์ ไม่เพียงสะท้อนถึงขีดจำกัดด้านกายภาพและจิตใจของนักแข่งระดับท็อปของโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบแบบ Real-World Durability Test ครั้งสำคัญของ Triumph Tiger 1200 2026 รุ่น Rally Explorer ที่ต้องเผชิญหน้ากับสภาวะการใช้งานจริง ทั้งภูมิอากาศ ความชื้น และพื้นผิวถนนที่แปรปรวนใน 5 ทวีปอย่างต่อเนื่องถึง 17 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่มีโอกาสให้พักฟื้นตัวเครื่องยนต์หรือระบบขับเคลื่อนเป็นเวลานาน

สิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย คือการที่เส้นทางคาราวานระดับโลกครั้งนี้ถูกปักหมุดให้ผ่าน “กรุงเทพฯ – กัวลาลัมเปอร์” ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเชื่อมต่อภูมิภาคที่ท้าทายทั้งสภาพการจราจรและสภาพอากาศเมืองร้อนชื้น ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ขับขี่และผู้ใช้รถสายแอดเวนเจอร์ในบ้านเราจะได้เห็นสมรรถนะของรถบิ๊กไบค์ทัวริ่งคลาส 1,200 ซีซี ในการเดินทางข้ามแดนจริง และชวนให้ตั้งคำถามต่อไปว่า หากภารกิจทุบสถิติโลกภายใน 19 วันนี้สำเร็จลงได้ จะเป็นการยกระดับมาตรฐานความทนทานและความน่าเชื่อถือของตระกูลแอดเวนเจอร์จากค่ายเมืองผู้ดีในสายตาของผู้สนใจทั่วโลกไปอีกขั้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top