NEWS

GWM ประกาศยุทธศาสตร์ความยั่งยืนปี 2026 ชูแนวคิด All Powertrains ลุยเปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่นครึ่งปีหลัง พร้อมยกระดับบริการหลังการขายและรักษาราคาขายต่อ

GWM Thailand ประกาศยุทธศาสตร์ความยั่งยืนในงาน GWM Partner Meeting 2026 ตอกย้ำแนวคิด All Scenarios – All Powertrains – All Users เตรียมเปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่นบุกตลาดครึ่งปีหลัง 2569 ชูแพลตฟอร์ม GWM ONE Platform และยกระดับบริ

แชร์บทความ
GWM ประกาศยุทธศาสตร์ความยั่งยืนปี 2026 ชูแนวคิด All Powertrains ลุยเปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่นครึ่งปีหลัง พร้อมยกระดับบริการหลังการขายและรักษาราคาขายต่อ
GWM ประกาศยุทธศาสตร์ความยั่งยืนปี 2026 ชูแนวคิด All Powertrains ลุยเปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่นครึ่งปีหลัง พร้อมยกระดับบริการหลังการขายและรักษาราคาขายต่อ (ปก)

GWM (Thailand) เดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่นในตลาดยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดงานประชุมใหญ่พาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ GWM Partner Meeting 2026 ภายใต้แนวคิด “Together, Stronger than ever” โดยร่วมมือกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์กว่า 71 แห่งทั่วประเทศ เพื่อประกาศทิศทางธุรกิจและยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งสู่การเป็นแบรนด์ยานยนต์จีนที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด พร้อมชูหัวใจสำคัญด้านการยกระดับบริการหลังการขายอย่างโปร่งใส

ในมิติของผลการดำเนินงานระดับสากล ทางผู้บริหาร GWM (Thailand) ได้เปิดเผยตัวเลขยอดจำหน่ายทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งทำได้ถึง 108,067 คัน เติบโตขึ้น 3.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากตลาดต่างประเทศที่ขยายตัวอย่างโดดเด่นถึง 50.93% ด้วยยอดส่งมอบ 62,015 คัน ส่งผลให้ยอดขายสะสมทั่วโลกระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2569 ทะยานแตะ 691,962 คัน ขณะที่ผลงานในประเทศไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยอดจำหน่ายเติบโตขึ้น 19% ตอกย้ำความสำเร็จด้วยจำนวนครอบครัวผู้ใช้งานรถยนต์ GWM บนท้องถนนเมืองไทยรวมแล้วกว่า 64,000 คัน

เบื้องหลังการเติบโตอย่างมั่นคงของทางค่าย มาจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ “All Scenarios – All Powertrains – All Users” ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้ขับขี่ในทุกมิติ ผ่านขุมพลังเทคโนโลยีแพลตฟอร์มอัจฉริยะ GWM ONE Platform ที่ได้รับการพัฒนาให้รองรับระบบขับเคลื่อนได้อย่างครอบคลุม ทั้งไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), ไฟฟ้าล้วน 100% (BEV) ตลอดจนเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ภายใต้โครงสร้างสถาปัตยกรรมเดียวกัน ซึ่งการใช้อะไหล่และชิ้นส่วนร่วมกันได้มากกว่า 95% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และทำให้สามารถนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยในระดับราคาที่คุ้มค่าต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ ทางผู้ผลิตยังได้วางโครงสร้างแบรนด์ออกเป็น 2 ระดับอย่างชัดเจน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ประกอบด้วย แบรนด์หลัก (Mainstream Brand) ภายใต้ชื่อ GWM ที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า อรรถประโยชน์ในการใช้งานจริง และระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ควบคู่ไปกับกลุ่มแบรนด์พรีเมียม (Premium Brands) ได้แก่ TANK และ WEY ที่ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียม สมรรถนะขั้นสูง และความหรูหราเหนือระดับ

สำหรับทิศทางการทำตลาดในประเทศไทยช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ทาง GWM เตรียมสร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู่ตลาดอย่างน้อย 4 รุ่น ครอบคลุมระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น รถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืน การกำหนดโครงสร้างราคาอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาระดับราคาขายต่อ (Resale Value) ของตัวรถในระยะยาว

ในส่วนของการดูแลและบริการหลังการขาย ทางค่ายได้วางนโยบายสนับสนุนเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายและพาร์ทเนอร์อย่างเต็มกำลัง ด้วยการขยายศูนย์กระจายและคลังสต็อกอะไหล่ให้ครอบคลุมและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับหลักสูตรฝึกอบรมทักษะช่างเทคนิคให้มีความเชี่ยวชาญระดับสูง โดยมุ่งผลักดันให้พาร์ทเนอร์สโตร์ทุกแห่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดูแลผู้ใช้รถแบบครบวงจร รวมถึงเป็นช่องทางรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งานโดยตรง เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของผู้ใช้รถในประเทศไทย

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

GWM ประกาศยุทธศาสตร์ความยั่งยืนปี 2026 ชูแนวคิด All Powertrains ลุยเปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่นครึ่งปีหลัง พร้อมยกระดับบริการหลังการขายและรักษาราคาขายต่อ 5

การประกาศยุทธศาสตร์ในงาน GWM Partner Meeting 2026 สะท้อนให้เห็นถึงวุฒิภาวะและการปรับตัวของ GWM ในการทำตลาดเมืองไทยได้อย่างน่าจับตามอง โดยเฉพาะการก้าวข้ามจากการแข่งขันด้านสงครามราคา สู่การสร้างรากฐานความยั่งยืนอย่างแท้จริง ผ่านแนวคิด “All Powertrains” ที่เข้าใจบริบทการใช้งานจริงของผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งยังมีความต้องการหลากหลายทั้งขุมพลัง EV, HEV และเครื่องยนต์ดีเซล

ประเด็นที่น่าสนใจคือความชัดเจนในการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว ทั้งนโยบายโครงสร้างราคาที่เป็นธรรม การรักษาระดับราคาขายต่อ (Resale Value) ตลอดจนการขยายคลังอะไหล่ร่วมกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ 71 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งที่น่าติดตามต่อไปคือ รถยนต์รุ่นใหม่ทั้ง 4 รุ่นที่จะเปิดตัวในครึ่งปีหลัง 2569 จะสามารถตอบโจทย์ความคุ้มค่าและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ในไทยได้มากน้อยเพียงใด และการชูแพลตฟอร์ม GWM ONE Platform จะช่วยให้ผู้ใช้รถมั่นใจในเรื่องความพร้อมของอะไหล่ระยะยาวได้ดีแค่ไหน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ผู้สนใจรถยนต์ทางเลือกใหม่ควรจับตามองอย่างใกล้ชิด

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top