
บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จัดกิจกรรม “Thai Honda Forest Fortress 2026 : คืนบ้านให้สัตว์ป่า คืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับโลก” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ณ โครงการเขาพระยาเดินธง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยร่วมมือกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) หน่วยงานภาครัฐ และชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างแนวกันไฟแบบป่าเปียกระยะทางรวมกว่า 100 กิโลเมตร ภายในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติสระบุรี-ลพบุรี มุ่งลดการเกิดจุดความร้อน (Hotspot) บรรเทาปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ
การดำเนินโครงการในปี 2569 ถือเป็นการต่อยอดรากฐานที่ไทยฮอนด้าได้เริ่มไว้ในปี 2568 ณ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติสระบุรี-ลพบุรี โดยเน้นการยกระดับประสิทธิภาพแนวกันไฟป่าเปียกให้มีความยั่งยืนผ่าน 3 กลไกหลัก
- การปลูกไม้อุ้มน้ำ ปลูกต้นกล้วยป่าตลอดแนวเพื่อสร้างแนวดูดซับความชื้นตามธรรมชาติ
- การจัดการแหล่งน้ำ ขุดหลุมซับน้ำและสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในดินและระบบนิเวศป่าไม้
- การฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มความสมบูรณ์ของ ดิน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ คืนถิ่นที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยให้สัตว์ป่า



กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายถนอมพงษ์ สังข์ธูป ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี), นายสุรศักดิ์ เจิมสม นายกเทศมนตรีตำบลเขาพระยาเดินธง, นายอรัญ แก้วเพ็ชร รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาไทยฮอนด้ากว่า 150 คน ร่วมลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจสร้างแนวกันไฟเพื่อความยั่งยืน
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร



การเดินหน้าโครงการ “Thai Honda Forest Fortress 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ของไทยฮอนด้า ถือเป็นยุทธศาสตร์การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR & ESG) ที่ฉลาด ลึกซึ้ง และก้าวข้ามการทำ CSR แบบฉาบฉวยได้อย่างน่าชื่นชมครับ ในอุตสาหกรรมยานยนต์และสองล้อ ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และสภาวะโลกร้อน (Climate Change) คือโจทย์ใหญ่ที่ภาคอุตสาหกรรมมักถูกจับตามองเรื่องการปล่อยมลพิษ



ไทยฮอนด้าที่เลือกสู้กับ PM2.5 ที่ “ต้นตอ” ด้วยการตัดวงจรไฟป่าผ่านการทำแนวกันไฟป่าเปียกยาวถึง 100 กิโลเมตร ร่วมกับการปลูกกล้วยป่าและทำฝายชะลอน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื้นระยะยาว ถือเป็นโซลูชันเชิงวิศวกรรมธรรมชาติ (Nature-based Solutions) ที่ช่วยลดจุดความร้อน (Hotspot) และสร้างภาพลักษณ์องค์กรในฐานะผู้นำที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
จุดเด่นสำคัญของการทำกิจกรรมนี้ คือการดึงเอากลไกความร่วมมือแบบ “4 ประสาน” ทั้งผู้ผลิตเอกชน (ไทยฮอนด้า) ภาครัฐ (กรมป่าไม้/เทศบาล) ภาคการศึกษา (วิทยาลัยเกษตรฯ) และชุมชนในพื้นที่เขาพระยาเดินธง เข้ามาร่วมมือกัน ซึ่งเป็นการแก้ Pain Point ของงานอนุรักษ์ป่าไม้ที่มักจะขาดความต่อเนื่อง เพราะการมีชุมชนและพนักงานเข้าร่วมกว่า 150 คน จะช่วยให้แนวกันไฟ 100 กิโลเมตรนี้ได้รับการดูแลรักษาและใช้งานได้จริงในช่วงฤดูไฟป่า





